การเลือกชุดออกกําลังกายผู้ชายอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย เพราะหลายคนคิดว่าเพียงเลือกเสื้อยืดกับกางเกงที่เคลื่อนไหวสะดวกก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง รูปแบบการออกกำลังกายแต่ละประเภทมีลักษณะการเคลื่อนไหว อุณหภูมิร่างกาย และระดับเหงื่อแตกต่างกัน ชุดที่เหมาะกับการวิ่งจึงอาจไม่ตอบโจทย์การเวตเทรนนิงหรือการออกกำลังกายในสตูดิโอเสมอไป
การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับกิจกรรมตั้งแต่แรกจึงช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ลดความรำคาญระหว่างการฝึก และยังช่วยให้สามารถนำชุดเดิมไปใช้งานได้หลากหลายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องซื้อจำนวนมาก
เลือกชุดออกกําลังกายผู้ชายตามประเภทการฝึก
ก่อนเลือกจากดีไซน์หรือสี ลองเริ่มจากกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เพราะเป็นปัจจัยที่ช่วยกำหนดทั้งรูปทรง เนื้อผ้า และรายละเอียดของชุดได้ชัดเจนกว่า
ชุดสำหรับวิ่งและคาร์ดิโอ
การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือคาร์ดิโอเป็นกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวต่อเนื่องและมีเหงื่อค่อนข้างมาก เสื้อจึงควรมีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และไม่แนบตัวจนรู้สึกอึดอัด
กางเกงควรเลือกทรงที่ไม่กว้างจนรบกวนการเคลื่อนไหว เช่น กางเกงขาสั้นเหนือเข่าหรือกางเกงวิ่งที่มีซับใน หากมีการวิ่งกลางแจ้งเป็นประจำ อาจพิจารณารายละเอียดสะท้อนแสงเพิ่มเติมเพื่อให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นในช่วงที่มีแสงน้อย
ชุดสำหรับเวตเทรนนิง
การฝึกเวตต้องอาศัยช่วงการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ สะโพก และหัวเข่าค่อนข้างมาก ชุดออกกําลังกาย ผู้ชาย สำหรับเข้ายิมจึงควรมีความยืดหยุ่น และไม่รั้งร่างกายขณะทำท่า Squat, Deadlift หรือ Bench Press
เสื้อทรงพอดีตัวช่วยให้มองเห็นตำแหน่งและแนวการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ง่าย ส่วนกางเกงควรมีเป้ากางเกงและช่วงต้นขาที่ขยับได้สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกท่าที่ต้องกางขาหรือย่อตัวบ่อยครั้ง
ชุดสำหรับโยคะและการฝึก Mobility
แม้กิจกรรมประเภทนี้จะไม่ได้มีแรงกระแทกสูง แต่ต้องการความคล่องตัวมาก เสื้อผ้าควรยืดตามร่างกายได้ดีและไม่เลื่อนขึ้นลงง่ายขณะเปลี่ยนท่า
กางเกงขายาวทรงกระชับหรือกางเกงขาสั้นที่ไม่หลวมเกินไปจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะช่วยลดปัญหาชายผ้าเกะกะระหว่างการยืดเหยียด
เนื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับชุดออกกําลังกายผู้ชาย ?
เนื้อผ้าเป็นอีกจุดที่ควรพิจารณา เพราะมีผลต่อความรู้สึกขณะสวมใส่ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ผ้าโพลีเอสเตอร์และไนลอนมักพบในเสื้อผ้ากีฬา เนื่องจากมีน้ำหนักค่อนข้างเบาและแห้งเร็ว หลายรุ่นมีการผสมเส้นใยที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวหลายทิศทาง
- ผ้าคอตตอนให้สัมผัสนุ่มและสวมใส่สบาย แต่มีคุณสมบัติซึมซับเหงื่อมากกว่า จึงอาจทำให้เสื้อหนักหรือชื้นเมื่อออกกำลังกายหนัก เหมาะกับกิจกรรมเบา ๆ หรือการสวมใส่ในชีวิตประจำวันมากกว่า
ทรงของชุดมีผลต่อการออกกำลังกายอย่างไร ?
- ชุดที่หลวมเกินไปอาจติดอุปกรณ์ในยิมหรือรบกวนการเคลื่อนไหว ขณะที่ชุดที่รัดแน่นเกินไปอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ ต้นขา และเอว
- สำหรับผู้ที่ต้องการชุดเดียวใช้ได้หลายกิจกรรม การเลือกเสื้อทรง Regular Fit หรือ Athletic Fit คู่กับกางเกงที่มีความยืดหยุ่นจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างความกระชับและความคล่องตัวได้ดี
- ความยาวของเสื้อควรพอดีกับลำตัว เพราะเสื้อที่สั้นมากอาจเลื่อนขึ้นขณะยกแขน ส่วนเสื้อที่ยาวเกินไปอาจกองบริเวณเอวเมื่อนั่งหรือย่อตัว
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใช้งานชุดออกกําลังกายผู้ชายสะดวกขึ้น
นอกจากรูปทรงและเนื้อผ้าแล้ว รายละเอียดของเสื้อผ้าก็มีผลต่อการใช้งาน เช่น กระเป๋าซิปสำหรับเก็บกุญแจหรือล็อกเกอร์ เอวยางยืดที่มีเชือกรูด หรือการออกแบบตะเข็บให้ไม่อยู่ในจุดที่เกิดการเสียดสีบ่อย
หากออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศด้วย เช่น เสื้อแขนยาวน้ำหนักเบาสำหรับช่วงเช้าที่อากาศเย็น หรือกางเกงที่สามารถระบายอากาศได้ดีสำหรับวันที่อุณหภูมิสูง
ชุดออกกําลังกายผู้ชายที่เหมาะไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยีมากที่สุดหรือดีไซน์ซับซ้อนที่สุด สิ่งสำคัญคือการเลือกให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำจริง ขนาดพอดีกับรูปร่าง และสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องคอยจัดเสื้อหรือกางเกงระหว่างฝึก
เมื่อชุดสวมใส่สบายและใช้งานได้ตรงกับกิจวัตร การเตรียมตัวไปออกกำลังกายก็ง่ายขึ้น และยังสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าแต่ละชิ้นได้อย่างคุ้มค่ากว่าเดิม


