ทช.กางแผนลงทุนปี 70 ทุ่ม 4.58 หมื่นล้าน ลุย 231 โครงการทั่วไทย ดัน 2 สะพานยักษ์ “ข้ามทะเลสาบสงขลา–เชื่อมเกาะลันตา” มูลค่า 6,385 ล้านบาท จ่อเริ่มงาน เร่งเชื่อมโครงข่ายคมนาคม หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว

สยามธุรกิจ – กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดแผนลงทุนปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 45,840 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนนทั่วประเทศ รวม 231 โครงการ ระยะทาง 587.44 กิโลเมตร พร้อมเร่งเครื่องโครงการสะพานขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา มูลค่ารวม 6,385 ล้านบาท หลังลงนามสัญญาแล้ว เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนเริ่มดำเนินงาน หวังเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทางหลวงชนบท ครบรอบ 24 ปี โดยมีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารเข้าร่วม ณ กรมทางหลวงชนบท บางเขน กรุงเทพฯ โดยมีนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้การต้อนรับ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนควบคู่กับการสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยกรมทางหลวงชนบทมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานระบบคมนาคมขนส่ง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และพัฒนาโครงข่ายถนนให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค รวมถึงเร่งขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ

เปิดงบปี 2570 กว่า 4.58 หมื่นล้าน เดินหน้า 231 โครงการ

นายพิชิตเปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทมีโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบ 3,662 สายทาง ระยะทางรวม 51,295.934 กิโลเมตร โดยปีงบประมาณ 2569 ได้รับงบประมาณ 52,963.2368 ล้านบาท และสามารถเบิกจ่ายได้ 48,749.1416 ล้านบาท คิดเป็น 92.04% ณ วันที่ 30 กันยายน 2569

สำหรับปีงบประมาณ 2570 ทช.ได้รับจัดสรรงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ครอบคลุมการก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานทาง สนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และส่งเสริมการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร รวมถึงโครงการแก้ไขปัญหาจราจร เชื่อมต่อระบบขนส่ง และพัฒนาถนนผังเมือง

นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างถนนและสะพานขนาดใหญ่ 12 โครงการ ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร พร้อมงานบำรุงรักษาทาง 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัยอีก 1,050 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

จับตา 2 สะพานยักษ์ เงินลงทุนรวม 6,385 ล้านบาท

ไฮไลต์สำคัญของแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คือ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง วงเงินลงทุน 4,604 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ วงเงิน 1,781 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการ 6,385 ล้านบาท

ทั้งสองโครงการได้รับอนุมัติแหล่งเงินทุนจากธนาคารโลก (World Bank) ในสัดส่วน 70% และงบประมาณแผ่นดิน 30% โดยได้ลงนามสัญญาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อแจ้งเริ่มปฏิบัติงาน

การพัฒนาสะพานทั้งสองแห่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดข้อจำกัดในการเชื่อมต่อพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ชุมชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เร่งพัฒนา Thailand Riviera ปั้นเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่ง

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการพัฒนาโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ Thailand Riviera เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่ชายฝั่ง โดยระยะที่ 1 ช่วงสมุทรสงคราม–ประจวบคีรีขันธ์–ระนอง–ชุมพร ในส่วนความรับผิดชอบของ ทช. ระยะทาง 514.616 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ

ส่วนระยะที่ 2 ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช–สงขลา ได้รับงบประมาณปี 2570 สำหรับจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการ ขณะที่ระยะที่ 3 ช่วงสมุทรปราการ–สมุทรสาคร–สมุทรสงคราม ระยะทาง 83 กิโลเมตร สำรวจออกแบบและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง

สำหรับช่วงเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 350 กิโลเมตร ผ่านการพิจารณารายงาน EIA แล้ว และเริ่มก่อสร้าง 2 โครงการ รวมระยะทางประมาณ 81 กิโลเมตร ส่วนระยะที่ 4 ช่วงสงขลา–ปัตตานี–นราธิวาส อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และระยะที่ 5 เส้นทางเลียบชายฝั่งอันดามัน ช่วงระนอง–พังงา–ภูเก็ต–กระบี่–ตรัง–สตูล อยู่ระหว่างการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

อุทกภัยกระทบ 13 จังหวัด 71 สายทาง ผ่านไม่ได้ 24 สายทาง

ขณะเดียวกัน ทช.เร่งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดูแลความปลอดภัยบนโครงข่ายทางหลวงชนบท โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และเครื่องจักรติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย จัดรถบรรทุกช่วยรับส่งประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่นำสิ่งของจำเป็นเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. พบว่า โครงข่ายทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 13 จังหวัด รวม 71 สายทาง โดยยังสัญจรผ่านได้ 47 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 24 สายทาง

กรมทางหลวงชนบทจะเฝ้าระวังเส้นทางที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของถนนและสะพานหลังระดับน้ำลดลง ก่อนดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุอุทกภัย หรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร

“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร...

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เปิดศูนย์บริการอะไหล่และซ่อมบำรุงแห่งแรกนอกทวีปอเมริกาที่ศรีราชา ยกระดับบริการขนส่งไทย–อาเซียน

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เดินหน้าลงทุนตลาดประเทศไทยในวาระครบรอบ 30 ปี เปิดศูนย์บริการอะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุง...

“มื้อนี้ไม่ได้แค่อิ่มท้อง… แต่อิ่มใจ” เมื่อ “ซีพี-ซีพีเอฟ” ผนึกกำลังส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชน

วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้พิสูจน์ให้เห็นพลังของการทำงานเป็นทีม เมื่อเครือข่ายจิตอาสาจากซีพีและซีพีเอฟกระจายกำลังลงพื้นที่ประสานงานกับภาครัฐและท้องถิ่นแบบเกาะติดสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงมือผู้เดือดร้อนให้เร็วที่สุด ตลอดเส้นทางความช่วยเหลือ เราเห็นการบูรณาการร่วมกันในหลายจุดสำคัญ เริ่มตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีที่มีการส่งต่อขนมปังเนยนมผ่านกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ต่อด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือได้ระดมน้ำดื่มซีพีสนับสนุนอำเภอท่าเรือเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ ที่จังหวัดสระบุรีกับปราจีนบุรี ทีมงานจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแคจัดเต็มทั้งกำลังคนและเสบียง ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่...

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026 บริหารเที่ยวบินให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้กระทบเที่ยวบินปกติ...

“พิชญ์ โพธารามิก” มอบ 2 ล้านบาท เติมพลังทัพลูกยางชายทีมชาติไทย ชื่นชมผลงานอันดับ 5 ชิงแชมป์เอเชีย 2026

คุณพิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS และ MONO มอบเงินรางวัลจำนวน 2,000,000 บาท...