มั่นใจได้เลยว่าถ้าใครเดินตามห้างสรรพสินค้า แล้วพบเห็นมาสคอตเจ้า “มังกรเขียว” พุงกลมโต เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของร้านอาหารปิ้งย่างชื่อดังที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน อย่างแบรนด์ “บาร์บีคิวพลาซ่า” (Bar B Q Plaza) ซึ่งเป็นร้านปิ้งย่างสไตล์มองโกเลียน-ญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยคุณชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ ต้องการที่จะสร้างสัญลักษณ์ประจำร้านบาร์บีคิวพลาซ่า เพื่อให้คนจดจำร้านได้จึงมองหาสัญลักษณ์ที่จะนำมาใช้แทนแบรนด์ โดยตัดสินใจเลือก “มังกร” ซึ่งเป็นสัตว์ฮีโร่ในตำนานที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีนมาเป็นสัญลักษณ์
ปัจจุบัน ร้านอาหารปิ้งย่างบาร์บีคิวพลาซ่า” (Bar B Q Plaza) ได้สู้ฝ่าฟัน ผ่านร้อนผ่านหนาวอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจ โรคระบาด ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ฯลฯ ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากศึกสงครามราคาและการบุกตลาดของแบรนด์ต่างชาติเข้ามาเล่นในตลาดดังกล่าว แต่ทว่ามาจนจวบทุกวันนี้บาร์บีคิวพลาซ่าก็คงยืนหนึ่งอยู่ในตลาดร้านอาหารประเภทปิ้งย่างของไทยที่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 10,000–12,000 ล้านบาท
โดยในยุคปัจจุบันนี้ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้แข่งขันกันแค่ “รสชาติ” แต่ขยับสู่เกม “ประสบการณ์ลูกค้า” มากขึ้น บาร์บีคิวพลาซ่า จึงเดินหน้าปรับเกมครั้งใหญ่ในรอบ 39 ปี ผ่าน “Menu Vision 2026” ยกระดับเมนูใหม่พร้อมกันกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ ทั้งการเพิ่มความหลากหลายของเมนู ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ และขยายทางเลือกการกินให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น เพื่อตอบรับพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันที่ไม่ได้มองหาเพียงความอร่อยหรือความคุ้มค่า แต่ต้องการร้านอาหารที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของทุกโมเมนต์การกินร่วมกันได้มากขึ้น
คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาของปีนี้ยังเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างมากในเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคและหนี้ครัวเรือนของคนไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับตลาดแมสพอสมควร แต่หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายคนละครึ่งพลัสขึ้น คาดว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้เราเองก็เจอผลกระทบบ้างจากสภาวะทางเศรษฐกิจ แต่ในไตรมาสแรก ปี 2026 บาร์บีคิวพลาซ่าสามารถทำยอดขายเติบโตได้ดีที่สุดในรอบ 2 ปี เป็นสัญญาณว่าแบรนด์ได้ผ่านจุดต่ำสุดของการแข่งขันมาแล้ว
สำหรับแผนการลุยทำตลาดปีนี้ของบริษัทเราจะใช้กลยุทธ์ผ่าน “Menu Vision 2026” โดยตั้งเป้าหมายยอดขายจบปีที่ 3,900 – 3,950 ล้านบาท และคาดหวังยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 15% เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนาแบรนด์ของ บาร์บีคิวพลาซ่า ที่ต้องการขยายภาพจำจากร้านปิ้งย่างครอบครัว สู่ร้านอาหารที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ทั้งสายเนื้อ สายซีฟู้ด กลุ่มเพื่อน คนทำงาน และครอบครัวยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มเมนู วัตถุดิบพรีเมียม และตัวเลือกการกินที่หลากหลายขึ้น โดยยังคง DNA เรื่องความสนุกในการกินร่วมกันและบรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวเอาไว้เช่นเดิม
ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า ดังนั้นปีนี้ บริษัทจึงได้วางงบลงทุนไว้ที่ 100-120 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่อีก 13-15 สาขา โดยตั้งเป้าว่าเมื่อจบปีนี้จะมีสาขารวมประมาณ 165 สาขา พร้อมวางกลยุทธ์ดังนี้
1.กลยุทธ์ 4 โมเดลร้านรูปแบบใหม่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาอย่างเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วย ที่แรก คือ โมเดล Beyond: เน้นกลุ่มครอบครัว ใช้งบลงทุน 8-10 ล้านบาทต่อสาขา ตั้งเป้าปีนี้ 6 สาขา 2. โมเดล Easy: เน้นกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ที่รับประทานคนเดียว นำร่องที่เซ็นทรัลพาร์ค ใช้พื้นที่เพียง 85 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 4-5 ล้านบาทต่อสาขา ตั้งเป้า 1-3 สาขา 3. โมเดล Smart: เจาะตลาดระดับชุมชน ลดขนาดพื้นที่ลงเหลือ 120 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 5-6 ล้านบาทต่อสาขา และ 4. โมเดล Late Night (ปิดดึก): เปิดให้บริการจนถึง 02.00 น. หรือ 05.00 น. ปัจจุบันมี 17 สาขา ตั้งเป้าขยายเป็น 20 สาขา ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายสาขาเดิมได้ถึง 20-30% โดยไม่กระทบยอดขายในช่วงเวลาปกติ
2.ยกระดับการเป็น Master of Grill and Sauce แบรนด์ขยายจุดเด่น จากเดิมที่เป็นตัวจริงเรื่องเนื้อหมูอยู่แล้ว ขยายความครอบคลุมถึงกลุ่มคนรักเนื้อวัวและซีฟู้ด โดยนำเข้าเนื้อวากิวพรีเมียมจากออสเตรเลียถึง 3 ส่วน ได้แก่ สันคอ ใบพาย และคารูบิ เพิ่มเทคนิคการหั่นหมูแบบใหม่ที่หนา ฉ่ำ นุ่มขึ้น พร้อมซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้ปลอดสารฟอสเฟต และ ทั้งนำเสนอน้ำจิ้ม 4 ชนิด รวมถึงน้ำจิ้มยากินิคุสูตรแอปเปิลปั่นสด และน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ปั่นสดหน้าร้านเพื่อคงความอร่อยสูงสุด พร้อมกันนี้ เรายังเพิ่มเมนูใหม่อีกหลายรายการ ทั้งแซลมอนเกรดซาชิมิ เมนูทานเล่น และขนมหวาน เพื่อเติมสีสันให้กับมื้ออาหาร และเปิดทางเลือกให้ลูกค้าเลือกกินได้สนุกขึ้นในทุกโอกาส
3.บริหารจัดการต้นทุนและสร้างความคุ้มค่า โดยเลือกที่จะไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค ด้วยการคงราคา เพิ่มปริมาณในบางชุดเมนู หรือปรับลดราคาลงในบางรายการ และหันไปบริหารจัดการต้นทุนภายในอย่างจริงจัง เช่น การเปลี่ยนสเปกน้ำมันรถขนส่งจาก B7 เป็น B20 ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้ลิตรละ 6-7 บาท แล้วนำส่วนต่างนี้กลับมาเป็นความคุ้มค่าคืนให้ลูกค้า
4.ยกระดับการบริการด้วยประสบการณ์ระหว่างมื้ออาหารให้กับลูกค้า เราจึงทบทวนทุก Touchpoint ตั้งแต่การเลือกเมนู การบริการ ไปจนถึงการจัด Flow หน้าร้าน พร้อมปรับระบบ Operation และ Service ให้รองรับเมนูใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการ Training พนักงาน การจัดการวัตถุดิบ และการบริหารการเสิร์ฟในหน้าร้าน เพื่อให้ทุกสาขาสามารถส่งมอบมาตรฐานการบริการและคุณภาพได้ในทิศทางเดียวกัน พร้อมให้พนักงานเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น และสร้างบรรยากาศการกินที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และตอบโจทย์การใช้เวลาร่วมกันของลูกค้าได้มากขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวทั้งหมดถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบาร์บีคิวพลาซ่าในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไประยะยาวของแบรนด์ ผ่านการขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสการใช้บริการในหลากหลายช่วงเวลา และปรับภาพจำของแบรนด์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น




