ปิดแล้ว!! โครงการ  Econmass Fit Hero Season#3  สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ 60 คน ใช้เวลา 12 สัปดาห์  สุขภาพแข็งแรงถ้วนหน้า ผลเลือดดี – รวมก้าวเดินทั้งโครงการ กว่า 61,968 กิโลเมตร เทียบเท่าระยะทางจากกรุงเทพ – ลอนดอน

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ สสส.เครือข่ายคนไทยไร้พุง และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ปิดโครงการ Econmass Fit Hero Season#3 ณ ชั้น 5 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ โครงการดูแลสุขภาพผู้สื่อข่าวตลอด 12 สัปดาห์ มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีสุขภาพที่แข็งแรง และ ลดความเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการปรับองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) เป็นสำคัญ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขน้ำหนักตัว โครงการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก ทีมวิทยากร โค้ช นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักกำหนดอาหาร  ทั้งนี้ กิจกรรมในวันปิดโครงการถือเป็น จุดเริ่มต้นของการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในชีวิตประจำวัน

ดร.เตชิต เลิศเอนกวัฒนา อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรออกกำลังกาย เครือข่ายคนไทยไร้พุง และคุณวารินทร์ คณะเสน นักกำหนดอาหารวิชาชีพ เครือข่ายคนไทยไร้พุง ร่วมสรุปความสำเร็จทบทวนภารกิจตลอด 12 สัปดาห์ โดยเริ่มต้นในสัปดาห์แรก เน้นการกิน เน้นปรับการกินตามหลัก 2:1:1 โดยแบ่งจัดใส่กล่อง/จาน ให้ช่องใหญ่ที่สุดเป็นผัก ส่วนอีก 2 ช่องเล็กเป็นข้าวและโปรตีนคุณภาพไขมันต่ำ ผักช่วยเพิ่มใยอาหาร ทำให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ไม่แนะนำให้รับประทานผลไม้แทนผัก เนื่องจากผลไม้มีน้ำตาล  สะสมเวลาออกกำลังกาย 80 นาที/สัปดาห์ พร้อมทำความเข้าใจเรื่อง Warm-up เน้นการขยับร่างกายให้อุ่นขึ้น ไม่ใช่การยืดเหยียด และไม่นับรวมในเวลาออกกำลังกายหลัก เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง  โดยให้ข้อสังเกตว่า ข้าวไรซ์เบอร์รีต้องเป็นชนิดที่ไม่ขัดสี ต้องเป็นข้าวที่ยังมีเปลือกกะเทาะอยู่ ถึงจะถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี

ปรับลดความหวาน และลดเค็มด้วยหลัก “กินเนื้อเหลือน้ำ” ละเว้นการกินน้ำซุป น้ำผัด น้ำยำ น้ำสลัด และน้ำจิ้ม เพื่อช่วยลดโซเดียม น้ำตาล และไขมัน เลือกโปรตีนคุณภาพและควบคุมไขมัน ซึ่งการลดการใช้น้ำมันในอาหารอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ สามารถช่วยลดพลังงานลงได้ถึง 200 กิโลแคลอรีต่อวัน ขณะเดียวกันสะสมการออกกำลังกาย 150 นาที/สัปดาห์ เน้น Bodyweight Training ฝึกช่วงบน และ Strength Training ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงจนกล้ามเนื้อเกิดความล้า เพื่อกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำขั้นต่ำ 150 นาที/สัปดาห์สำหรับการดูแลสุขภาพทั่วไป แต่หากต้องการลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อแนะนำได้ถึง 300 นาที/สัปดาห์

พร้อมกันนี้ยัง มีคำแนะนำรับประทานผลไม้หวานน้อยปริมาณ 1 กำมือต่อมื้อ ไม่เกิน 2 กำมือเล็ก/วัน หรือผลไม้รถเข็นไม่เกิน 1 ถุง/วัน และควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้สกัดเย็น/คั้นสด เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป โดยในสัปดาห์ที่ 9-10  เพิ่มเวลาสะสมการออกกำลังกายเป็น 180 นาที/สัปดาห์ เน้น Unilateral Exercise (ฝึกออกกำลังกายทีละข้าง) และฝึกการทำงานประสานกันของระบบประสาทและร่างกาย (Cognitive Function & Coordination) จากเดิม สะสม 150 นาที/สัปดาห์ ร่วมกับการฝึก HIIT (หนักสลับเบา) และ Balance Training (ฝึกการทรงตัวทั้งแบบ Static และ Dynamic เพื่อป้องกันการล้มและเพิ่มความสมดุล) ขณะที่ในสัปดาห์ที่11-12 สะสมเวลาออกกำลังกาย 200 นาที/สัปดาห์ และเน้น การยืดเหยียดแบบค้าง หลังออกกำลังกาย เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและระบาย กรดแลกติก และงดอาหารหวานมัน เค็ม อย่างยั่งยืน  ประเมินการเปลี่ยนแปลงตนเอง พร้อมตั้งเป้าหมายสุขภาพในระยะยาวต่อไป

ดร.เตชิต กล่าวสรุปว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ 92% มีระดับความกระฉับกระเฉงสูง สามารถเดินสะสมตั้งแต่ 19,000 ก้าวขึ้นไป ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดสามารถสะสมจำนวนก้าวเดินรวมได้ถึง 88,952,652 ก้าว คิดเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 61,968 กิโลเมตร เทียบเท่ากับระยะทางกรุงเทพ–ลอนดอน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้เข้าร่วมทุกคน โดยทีมที่ทำคะแนนได้อันดับหนึ่ง ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในโครงการ เริ่มต้นก้าวรวมจาก 1,000,000 ก้าว เพิ่มขึ้นเป็น 2,690,000 ก้าว มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 22,679 ก้าว/คน/วัน

คุณพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าว ขอบคุณผู้จัดโครงการและ สสส. ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการดีๆ นี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของนักข่าวทุกคนอย่างชัดเจน ซึ่งหลายคนมีความภาคภูมิใจในผลลัพธ์ของตนเอง เช่น น้ำหนักลดลง 10 กิโลกรัม และ รอบเอวลดลง 4 นิ้ว ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่สามารถหาซื้อได้ นอกเหนือจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว โครงการนี้ยังช่วยฝึกฝน การตั้งเป้าหมาย และ การเรียนรู้วิธีการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในทุก ๆ บทบาทได้จริง เมื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะสร้างความภาคภูมิใจและกลายเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จึงขอสนับสนุนให้นักข่าวทุกคนรักษาโอกาสในการดูแลสุขภาพนี้ไว้

คุณพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวปิดโครงการสู่ “ECONMASS FIT HERO #3” ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 จนถึงวันนี้ ทุกคนได้ร่วมกันเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ไม่มากก็น้อยสำหรับสมาคมฯ โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเรื่องน้ำหนักหรือตัวเลขสุขภาพเท่านั้น แต่เราอยากเห็นพี่ๆ น้องๆ สมาชิก มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุข และมีพลังในการทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

“ในนามของสมาคมฯ ขอขอบคุณ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สสส. เครือข่ายคนไทยไร้พุง มูลนิธิโรงพยาบาลลาดพร้าว รวมถึงผู้สนับสนุน และทีมงานทุกฝ่าย ที่ร่วมกันดูแลและสนับสนุนพวกเรามาตลอดโครงการและขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ตั้งใจและร่วมกิจกรรมมาตลอดโครงการ หวังว่า ECONMASS FIT HERO #3 จะไม่จบลงเพียงวันนี้ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าว

ด้าน คุณอนันตเดช พงษ์พันธุ์ บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ นสพ.แนวหน้า ผู้รับรางวัลร่างทอง และบุคคลจอมขยันในโครงการ Econmass Fit Hero Season#3 ในฐานะผู้มีก้าวเดินเฉลี่ย 50,000 ก้าวต่อวัน กล่าวว่า โครงการในครั้งนี้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจจนสามารถลดน้ำหนักลงไปถึง 11 กก. จากเดิมที่ตัวเองเป็นคนน้ำหนักขึ้นง่าย และเหนื่อยง่ายแม้แค่เดิน และมีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอออล์  เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วเหมือนถูกบังคับ ให้ดูแลตัวเองมากขึ้น ลดละเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงได้ ทำให้ทุกวันนี้เป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นกิจวัตรต้องวิ่งให้ได้อย่างน้อย 10-20 กิโลเมตร ประกอบกับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

“ถ้าน้องๆนักข่าว ต้องไปทำข่าวข้างนอกหรือเลิกงานดึก เมื่อหิวแทนที่จะกินขนมปังในร้านสะดวกซื้อ ขอให้เปลี่ยนเป็นกินผลไม้หรือโปรตีนอย่างถั่วต่างๆแทน จ่ายเงินซื้อรองเท้าออกกำลังกาย ราคาถูกกว่าหาหมอรักษาโรคเอ็นซีดี ” ผู้สื่อข่าวรางวัลร่างทอง กล่าวทิ้งท้าย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

แจกพิกัด 5 โรงแรมในกรุงเทพฯ เปลี่ยนวันหยุดเป็น Staycation สุดชิล!

วันหยุดสั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องขับรถออกต่างจังหวัดเสมอไป เพราะการจองโรงแรมในกรุงเทพฯ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องเดิม ๆ ก็ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้รู้สึกถึงการพักผ่อนมากขึ้น บทความนี้เราได้รวบรวม 5 โรงแรมในกรุงเทพฯ...

DITP เดินหน้าพัฒนาระบบบริหารโครงการส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก เสริมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ขยายโอกาสสู่ตลาดออนไลน์ต่างประเทศ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าพัฒนา “ระบบบริหารโครงการส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก” ภายใต้โครงการการจัดซื้อจัดจ้างระบบบริหารโครงการส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก เพื่อเป็นเครื่องมือดิจิทัลสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจผ่านตลาดออนไลน์ต่างประเทศ มุ่งเชื่อมโยงการบริหารโครงการ...

กรมทางหลวง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ทล.305 จ.นครนายก เร่งระบายน้ำ–อำนวยความสะดวกประชาชน พร้อมจัดทำแผนฟื้นฟูป้องกันผลกระทบในอนาคต

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนรังสิต–นครนายก) ตอนคลอง...

“สุรงค์ สุวรรณวานิช” นั่งกรรมการผู้อำนวยการกรุงเทพธนาคมคนใหม่ เดินหน้าสะสางภารกิจเดิม–วางรากฐานธุรกิจใหม่

บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แต่งตั้ง นายสุรงค์ สุวรรณวานิช เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ มีผลตั้งแต่วันที่...

สมาคมประกันชีวิตไทย ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม แนะใช้สิทธิกู้เงินตามกรมธรรม์ เสริมสภาพคล่อง รักษาความคุ้มครอง

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ขอส่งกำลังใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะครอบครัวที่รายได้หยุดชะงักและมีค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ พร้อมแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบสิทธิกู้เงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต...