“พิพัฒน์” ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ เร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างจากผลกระทบน้ำท่วม สั่งระดมกำลัง 230 นายช่วยคัดแยก–ลำเลียง หลังพบสัมภาระตกค้างช่วง 26–28 ก.ย. ราว 1 หมื่นใบ พร้อมสั่งทุกหน่วยงานรายงานสถานการณ์ทุก 8 ชั่วโมง เร่งเยียวยาผู้โดยสารและฟื้นการให้บริการโดยเร็ว

วันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและความล่าช้าในการให้บริการ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการภาคพื้นของการบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling Agent: GHA) ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนกำลังพล รวมถึงอุปกรณ์ภาคพื้นที่ไม่เพียงพอ

ผลกระทบดังกล่าวทำให้กระบวนการปฏิบัติงานภาคพื้น ทั้งการให้บริการเที่ยวบินขาออกและการขนถ่ายสัมภาระของเที่ยวบินขาเข้าเกิดความล่าช้า โดยเที่ยวบินบางส่วนได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าต้องใช้เวลารอรับสัมภาระนานกว่าปกติ
เร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง 1 หมื่นใบ
นายพิพัฒน์ระบุว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาสัมภาระผู้โดยสารตกค้าง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 กันยายน 2569 จำนวนประมาณ 10,000 ใบ
เบื้องต้น ทอท.และกระทรวงกลาโหมได้สนับสนุนกำลังพลจำนวน 130 นาย เข้าไปช่วยการบินไทยในกระบวนการคัดแยก ขนถ่าย และลำเลียงสัมภาระที่ตกค้างในพื้นที่ Sorting Area พร้อมเตรียมเพิ่มกำลังพลอีก 100 นาย รวมเป็น 230 นาย เพื่อเร่งกระบวนการคัดแยกและลำเลียงสัมภาระให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ส่วนการบริหารจัดการคลังสินค้า (Cargo) กระทรวงคมนาคมได้หารือแนวทางสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และจัดสรรพื้นที่รองรับสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการรับ–ส่ง และเร่งระบายสินค้าให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

ทอท.ประสานไปรษณีย์ไทย ส่งกระเป๋าถึงผู้โดยสาร
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท.ได้จัดพื้นที่และเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการค้นหาและรับมอบสัมภาระ โดยมุ่งให้กระบวนการค้นหาและส่งมอบเป็นไปอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ได้ประสานบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อสนับสนุนการรับและจัดส่งสัมภาระไปยังผู้โดยสารในกรณีที่ไม่สามารถรอรับสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานได้
นอกจากนี้ ทอท.ยังสนับสนุนการจัดสรรหลุมจอดอากาศยานให้แก่การบินไทย เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านการปฏิบัติการบิน โดยการให้บริการเที่ยวบินและการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงดำเนินการต่อเนื่อง

สั่งรายงานทุก 8 ชั่วโมง เร่งเยียวยาผู้โดยสาร
นายพิพัฒน์กำชับการบินไทยและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินยกเลิก เที่ยวบินล่าช้า และกรณีสัมภาระล่าช้า พร้อมกำชับให้สื่อสารข้อมูลกับผู้โดยสารอย่างชัดเจนและรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง ทั้งสถานะและจำนวนสัมภาระตกค้าง การบริหารจัดการเที่ยวบินของการบินไทย และสถานการณ์ Cargo เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูการให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


