เวลาที่มีอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นคัดจมูก จาม คันตา หรือผื่นลมพิษ หลายคนมักสงสัยว่ายาแก้แพ้ มีอะไรบ้างและแต่ละชนิดเหมาะกับอาการแบบไหน เพราะเมื่อไปร้านขายยาหรือค้นหาข้อมูลออนไลน์ก็มักเจอยาหลายชื่อ หลายรูปแบบ จนตัดสินใจเลือกใช้ไม่ถูก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจภาพรวมของยาแก้แพ้ พร้อมตอบคำถามว่าใช้ร่วมกันได้หรือไม่
ยาแก้แพ้ มีอะไรบ้างแบ่งตามรุ่นของยา
หากถามว่ายาแก้แพ้ มีอะไรบ้างในแง่ของกลุ่มยา สามารถแบ่งกว้างๆ ได้เป็น 2 รุ่นหลัก คือยาแก้แพ้รุ่นแรกหรือรุ่นดั้งเดิม เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) และไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) ซึ่งออกฤทธิ์เร็วแต่มักทำให้ง่วงซึม และยาแก้แพ้รุ่นที่สองหรือรุ่นใหม่ เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) เซทิริซีน (Cetirizine) และเฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ที่ออกฤทธิ์ได้นานและมีโอกาสง่วงน้อยกว่า
ความแตกต่างระหว่างยาแก้แพ้แต่ละรุ่น
ความแตกต่างหลักอยู่ที่การผ่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ยาแก้แพ้รุ่นแรกผ่านเข้าสมองได้มาก จึงกดการทำงานของสมองบางส่วนทำให้ง่วง ในขณะที่ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ถูกออกแบบให้ผ่านเข้าสมองได้น้อยกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องขับรถหรือทำงานระหว่างวัน นอกจากนี้ระยะเวลาออกฤทธิ์ก็ต่างกัน ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ส่วนใหญ่รับประทานวันละครั้งก็เพียงพอ ต่างจากยาแก้แพ้รุ่นแรกที่อาจต้องรับประทานหลายครั้งต่อวัน
ยาแก้แพ้ มีอะไรบ้างแบ่งตามรูปแบบการใช้งาน
นอกจากแบ่งตามรุ่นแล้วยาแก้แพ้ มีอะไรบ้างก็ยังสามารถแบ่งตามรูปแบบการใช้งานได้อีกด้วย เช่น ยาเม็ดหรือยาน้ำสำหรับรับประทาน ยาพ่นจมูกสำหรับอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลเฉพาะจุด ยาหยอดตาสำหรับอาการคันตาหรือตาแดงจากภูมิแพ้ และยาทาภายนอกสำหรับผื่นคันที่ผิวหนัง การเลือกรูปแบบยาให้ตรงกับอาการจะช่วยให้ควบคุมอาการได้ตรงจุดมากกว่าการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว
ใช้ยาแก้แพ้หลายชนิดร่วมกันได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อยคือเมื่อรู้แล้วว่ายาแก้แพ้ มีอะไรบ้างจะสามารถใช้หลายชนิดร่วมกันได้หรือไม่ โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานสองชนิดขึ้นไปพร้อมกันโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึมมากขึ้น ปากแห้ง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะในบางกรณี แต่การใช้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานร่วมกับยาพ่นจมูกหรือยาหยอดตาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่มักทำได้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะกลไกการออกฤทธิ์แยกส่วนกันชัดเจนกว่า
โดยสรุปแล้ว ยาแก้แพ้ มีอะไรบ้าง นั้นมีให้เลือกหลากหลายทั้งตามรุ่นของยาและรูปแบบการใช้งาน แต่ละชนิดมีจุดเด่นและข้อควรระวังต่างกัน การเลือกใช้ให้เหมาะกับอาการและการใช้ชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และหากไม่แน่ใจว่าจะใช้ยาชนิดใดหรือใช้ร่วมกันได้หรือไม่ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย



