“สมาคมประกันชีวิตไทย” ประกาศ ร่วมมือรัฐ–เอกชน รับมือ Medical Inflation ปรับตัวสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดินหน้าผลักดันประชาชนสามารถเข้าสู่ระบบสุขภาพไทยที่ยั่งยืน

สมาคมประกันชีวิตไทย โดย นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เบื้องหลังเบี้ยประกัน: ประกันสุขภาพเอกชนเจาะลึกโครงสร้างและพลวัตของธุรกิจประกันสุขภาพเอกชนในประเทศไทย” ในงาน Thailand Healthcare Policy Forum ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Exploring the Role and Contribution of Private Health Insurance within Thailand’s Healthcare System” จัดโดย บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ระบบสุขภาพไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนต้นทุนการรักษาพยาบาลและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Medical Inflation ของไทยอยู่ในระดับสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และเป็นแรงกดดันต่อทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ โรงพยาบาล และธุรกิจประกันภัย

สำหรับธุรกิจประกันสุขภาพ ภาคประกันเอกชนมีบทบาทสำคัญในการเติมเต็มสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ควบคู่ไปกับระบบหลักประกันสุขภาพของภาครัฐ โดยในปี 2568 เบี้ยประกันสุขภาพรวมของประเทศมีมูลค่า 154,502 ล้านบาท เติบโต 13.23% จากปีก่อนหน้า และธุรกิจประกันชีวิตยังคงเป็นผู้ให้ความคุ้มครองหลักของตลาด ด้วยสัดส่วนกว่า 80 % ของเบี้ยประกันสุขภาพทั้งหมด

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย อธิบายว่า โครงสร้างเบี้ยประกันสุขภาพประกอบด้วยต้นทุนสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ค่าสินไหมทดแทน ค่าบริหารจัดการ เงินสำรองตามหลักเกณฑ์กำกับดูแล และต้นทุนด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บริษัทสามารถดูแลผู้เอาประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ในด้านการบริหารความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพ ภาคธุรกิจประกันภัยได้เริ่มใช้มาตรการ Co-payment สำหรับกรมธรรม์สุขภาพมาตรฐานใหม่ (New Health Standard) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน คปภ. เพื่อส่งเสริมการใช้บริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม และช่วยชะลอแรงกดดันจากต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงคุ้มครองผู้เอาประกันภัยตามความจำเป็นทางการแพทย์

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจประกันชีวิตยังเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนากระบวนการรับประกันภัย การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ การตรวจจับความผิดปกติในการเคลม รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับอุปกรณ์สุขภาพสวมใส่และบริการ Telemedicine เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

นอกจากนี้ สมาคมประกันชีวิตไทยยังเดินหน้าความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของภาครัฐเพื่อรองรับผู้เอาประกันภัยภาคสมัครใจ ผ่านโครงการ Premium Clinic และ Special Medical Center (SMC) ที่เริ่มดำเนินการแล้วในโรงพยาบาลนำร่อง 28 แห่ง พร้อมสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานข้อมูลค่ารักษาพยาบาลและระบบ e-Claim หรือระบบ I-Claim เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันภัย

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึง ความสำคัญของการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ (National Health Insurance Bureau) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประกันภัย ช่วยยกระดับการบริหารงบประมาณสุขภาพ การคาดการณ์ภาระโรค และการลดปัญหา Fraud, Waste and Abuse (FWA) ของระบบสุขภาพไทย และอนาคตของระบบสุขภาพไทยไม่ใช่การแข่งขันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน แต่คือการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม และมีระบบสุขภาพที่ยั่งยืนรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เดินหน้าสู่ปีที่ 9! มูลนิธิประทีป-อัจฉรา ตั้งมติธรรม ส่งต่อโอกาสทางการศึกษามอบทุนบุตรพนักงานเรียนดี 281 ทุน ครอบคลุมทั่วประเทศ

เพราะ “การศึกษา” คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาคนและพัฒนาชาติ มูลนิธิประทีป-อัจฉรา ตั้งมติธรรม โดย ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร...

ไทยฮอนด้า รับรางวัลองค์กรดีเด่น ด้านรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน จากสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย รับรางวัล “องค์กรดีเด่น ด้านรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน” ในโอกาสครบรอบ 61 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.) ภายในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี...

สู่ปีที่ 7 “ซีพีแรม ปันสุข” ส่งต่อความสุขผ่านอาหารคุณภาพ สะสมรวมกว่า 436,000 ราย ทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมรอบด้านอย่างยั่งยืน

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าสานต่อโครงการ “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องเป็นปีที่...