สัญญาณปรับพอร์ตใหญ่! กองทุน ‘Black Pearl’ เทขายหุ้น AI ยักษ์ใหญ่ นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามอง

เกิดแรงสั่นสะเทือนในตลาดการลงทุนโลกอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า Black Pearl กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ฮ่องกง ได้ทำการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาส2 ของปี โดยเลือกที่จะ “ล็อกกำไร” (Profit Taking) ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันไปเปิดสถานะสะสมสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) แทน จนนักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ปรับกลยุทธ์: หุ้นเทคฯ ส่งสัญญาณแพงเกินไป?

จากการเคลื่อนไหวล่าสุด Black Pearl ได้ทยอยลดสัดส่วนการถือครองหุ้นระดับมหาอำนาจของวงการ AI และ Semiconductor อย่าง Nvidia และ TSMC นักวิเคราะห์ในตลาดประเมินว่า ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนมุมมองของกองทุนที่มองว่า “ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI เริ่มตึงตัว (Valuation สูง)” ประกอบกับสภาวะมหภาคที่ Bond Yield (อัตราผลตอบแทนพันธบัตร) พุ่งสูงขึ้นคู่ขนาน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ส่งผลให้กองทุนเลือกที่จะลดความเสี่ยง (De-risking) และดึงเงินทุนออกมาเพื่อรอโอกาสใหม่

ลุยคริปโต: เปิดสถานะเพิ่มสัดส่วนใหม่ใน 4 เหรียญ Blue-chip

สิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดมากที่สุด คือเม็ดเงินส่วนหนึ่งจากการขายหุ้นเทคฯ ได้ถูกหมุนเวียน (Rotate) กลับเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยรอบนี้ Black Pearl เลือกเจาะจงเปิดสถานะใหม่ใน 4 สกุลเงินดิจิทัลแถวหน้าของโลก ได้แก่:

 Bitcoin (BTC)
Ethereum (ETH)
BNB
Solana (SOL)

ทั้งนี้ Black Pearl ถือเป็นหนึ่งในกลุ่ม “Smart Money” ที่เคยสร้างผลกำไรจากน้ำมัน ช่วงต้นรอบของสภาวะสงครามที่ผ่านมา และประวัติศาสตร์ไล่ซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ช่วงระดับราคา $20,000 กว่าๆ และสามารถทำกำไรมหาศาลในช่วงตลาดกระทิง (Bullish) ที่ผ่านมา การกลับมาซื้อรอบนี้จึงถูกตีความว่า ตลาดคริปโตที่ปรับฐาน (Correction) ลงมาในช่วงก่อนหน้า เริ่มอยู่ในระดับราคาที่ Risk-Reward Ratio (อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง) คุ้มค่าแก่การลงทุนระยะยาว

ดำเนินรอยตาม “ARK Investment” และจับตานโยบาย “Trump”

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปรับพอร์ตของ Black Pearl ในครั้งนี้ มีความคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของกองทุน ARK Investment ของ Cathie Wood (ป้าเคธี่) ที่มักจะสลับสับเปลี่ยนเงินทุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่อิ่มตัว ไปสะสมในสินทรัพย์นวัตกรรมหรือคริปโตในจังหวะที่ราคาปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ตลาดกำลังเก็งกำไรในประเด็นเชิงบวกระยะยาว หากสถานการณ์การเมืองโลกและการผลักดันของ Donald Trump ในการสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นวาระสำคัญของสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อน (Catalyst) สำคัญที่ทำให้ตลาดคริปโตรอบนี้กลับมาเติบโตอย่างรุนแรงอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวของกองทุนดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนว่า “เม็ดเงินกำลังหมุนเวียนจากสินทรัพย์ที่แพง ไปสู่สินทรัพย์ที่กำลังสร้างฐาน” ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงด้วยความรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กทพ. เร่งเครื่องทางพิเศษภูเก็ต 34.6 กม. จ่อเปิดปี 2574! ดัน Easy Pass สู่ยุค “ขับก่อน จ่ายทีหลัง” รับการเดินทางแห่งอนาคต

กทพ. จัดสัมมนา “54 ปี กทพ. กับโครงการทางพิเศษ” ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดแผนพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ...

รฟม. เยี่ยมชมพื้นที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของ BEM

นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำคณะผู้บริหาร รฟม. เข้าเยี่ยมชมพื้นที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของ...

NEDA แจงปมงบกัมพูชา 18.2 ล้าน ยันไม่ใช่เงินช่วยรัฐบาล แต่เป็นค่าชดเชยดอกเบี้ยตามภาระผูกพันเดิม ย้ำ 2 โครงการแล้วเสร็จนานแล้ว

สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (NEDA) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีการกล่าวถึงตัวเลข...