ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ รุกตลาด Longevity โชว์นวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากทูน่า พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ยกระดับอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ (TUI) มุ่งส่งเสริมการมีอายุยืนยาวแบบมีสุขภาพดี เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายในงาน Vitafoods Asia 2026 นำเสนอโซลูชันนวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า ประกอบด้วย น้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง สุขภาพผิว และสุขภาพกระดูก พร้อมด้วยผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการดำเนินงานภายใต้ห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

โดยทั่วไป แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่ม Longevity มักจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตหลายรายที่มีห่วงโซ่อุปทานแยกจากกัน ขณะที่ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนประกอบอาหารจากท้องทะเลของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้นโดดเด่นด้วยโซลูชันเพื่อการชะลอวัยที่พัฒนาขึ้นภายใต้เอกสิทธิ์เฉพาะของไทยยูเนี่ยน ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหาปลาทูน่า การสกัดและแปรรูป ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมส่วนประกอบอาหารที่พร้อมนำไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานและควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต

การเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในภูมิภาคจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปี 2553 สู่ราว 1,300 ล้านคนในปี 2593 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ดี กระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Longevity ได้ขยายวงกว้างไปสู่ผู้บริโภคทุกช่วงวัย โดยผลสำรวจของ McKinsey ในปี 2568 ระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 60% ต่างยกให้การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีนั้นเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญสูงสุด และผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

คุณลีนา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอินกรีเดียนท์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ในตลาด Longevity นั้นมีความเชี่ยวชาญในการผลิตวัตถุดิบเฉพาะด้าน มากกว่าการนำเสนอโซลูชันเพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ที่ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ เราจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Longevity ที่รวบรวมอินกรีเดียนท์คุณภาพสูงจากท้องทะเลไว้ในที่เดียว ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานที่มีการบริหารจัดการอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างความแตกต่างในตลาด ในฐานะผู้ผลิตที่นำเสนอทางเลือกโซลูชันเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า”

– UniQ®OMEGA: น้ำมันปลาทูน่าสกัดบริสุทธิ์ที่อุดมด้วย DHA ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง โดยผลการศึกษาวิจัยในมนุษย์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Antioxidants เมื่อปี 2568 พบว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อได้ถึง 42% และเพิ่มความจำขณะใช้งาน (Working Memory) ได้ 33%

– ThalaCol™: คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทูน่าที่ช่วยฟื้นบำรุงโครงสร้างชั้นผิว โดยผลการวิจัยทางคลินิกซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Cosmetic Dermatology เมื่อปี 2567 พบว่า การบริโภคคอลลาเจนเปปไทด์วันละ 5 กรัม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ 68% เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว 26% และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ 16%

– UniQ®BONE: ไบโอแคลเซียมจากปลาทูน่าที่ให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในอัตราส่วน 2:1 ในรูปแบบไฮดรอกซีอะพาไทต์ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างชนิดเดียวกับที่พบในกระดูกและฟันของมนุษย์ โดยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the Science of Food and Agriculture เมื่อปี 2560 พบว่าแคลเซียมจากปลาทูน่านั้นช่วยเสริมสร้างโครงสร้างระดับจุลภาคของกระดูกถึง 39%

อินกรีเดียนท์ทั้งสามชนิดได้รับการพัฒนาขึ้นจากผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการแปรรูปปลาทูน่า ได้แก่ หัวปลา หนังปลา และกระดูกปลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่บริษัทแปรรูปอาหารทะเลส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยไทยยูเนี่ยนได้นำผลิตภัณฑ์พลอยได้เหล่านี้มาแปรรูปเป็นส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง ณ โรงกลั่นน้ำมันทูน่าในประเทศเยอรมนี โรงงานผลิตคอลลาเจนในจังหวัดสมุทรสาคร และโรงงานผลิตผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่าในจังหวัดสงขลา

ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ ยังได้ประกาศเป้าหมายการเติบโตสำหรับผลิตภัณฑ์บางส่วนในพอร์ตโฟลิโอ โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จาก ThalaCol™ อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี และเพิ่มยอดขายน้ำมันโอเมก้า-3 เกรดพรีเมียมด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มากกว่า 50% ภายในปี 2573

อินกรีเดียนท์เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่โภชนาการสำหรับทารก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (functional food) ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การนำส่วนประกอบพลอยได้ของปลาทูน่าไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ ยังช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 และเป้าหมายของไทยยูเนี่ยนในการก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านสุขภาพและโภชนาการจากท้องทะเลอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร

“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร...

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เปิดศูนย์บริการอะไหล่และซ่อมบำรุงแห่งแรกนอกทวีปอเมริกาที่ศรีราชา ยกระดับบริการขนส่งไทย–อาเซียน

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เดินหน้าลงทุนตลาดประเทศไทยในวาระครบรอบ 30 ปี เปิดศูนย์บริการอะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุง...

“มื้อนี้ไม่ได้แค่อิ่มท้อง… แต่อิ่มใจ” เมื่อ “ซีพี-ซีพีเอฟ” ผนึกกำลังส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชน

วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้พิสูจน์ให้เห็นพลังของการทำงานเป็นทีม เมื่อเครือข่ายจิตอาสาจากซีพีและซีพีเอฟกระจายกำลังลงพื้นที่ประสานงานกับภาครัฐและท้องถิ่นแบบเกาะติดสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงมือผู้เดือดร้อนให้เร็วที่สุด ตลอดเส้นทางความช่วยเหลือ เราเห็นการบูรณาการร่วมกันในหลายจุดสำคัญ เริ่มตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีที่มีการส่งต่อขนมปังเนยนมผ่านกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ต่อด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือได้ระดมน้ำดื่มซีพีสนับสนุนอำเภอท่าเรือเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ ที่จังหวัดสระบุรีกับปราจีนบุรี ทีมงานจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแคจัดเต็มทั้งกำลังคนและเสบียง ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่...

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026 บริหารเที่ยวบินให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้กระทบเที่ยวบินปกติ...

“พิชญ์ โพธารามิก” มอบ 2 ล้านบาท เติมพลังทัพลูกยางชายทีมชาติไทย ชื่นชมผลงานอันดับ 5 ชิงแชมป์เอเชีย 2026

คุณพิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS และ MONO มอบเงินรางวัลจำนวน 2,000,000 บาท...