ไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องพาไปถึงตลาด EXIM BANK ยกระดับบทบาท “Export Co-pilot” หนุน SMEs ไทยโตไกลในเวทีโลก

โครงสร้างเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังมีการ “กระจุกตัว” อยู่ในผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลาด และโอกาสทางธุรกิจการเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ในอีกด้านหนึ่ง การส่งออกของไทยเองยังมีการกระจุกตัวทั้งในมิติของผู้ประกอบการและสินค้า โดย SMEs ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไทยมีความได้เปรียบ ขณะที่โอกาสจากอุตสาหกรรมใหม่และห่วงโซ่มูลค่าโลกยังมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมไม่มากนัก ภายใต้กติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของประเทศจึงอยู่ที่การ “กระจายโอกาส” ให้ SMEs สามารถเข้าถึงเงินทุน ตลาด และความรู้ พร้อมยกระดับสินค้าและธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า โจทย์ของ SMEs ไทยในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าถึงเงินทุน แต่คือการเสริมศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาสินค้าและบริการ การเข้าถึงตลาดใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานให้สอดรับกับกติกาการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนทางการเงิน” สู่การเป็น “Export Co-pilot” ที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ เติมทั้งความรู้ โอกาส และเงินทุน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของธุรกิจให้กลายเป็นการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง

โจทย์สำคัญของ SMEs ไทย ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.2 ล้านราย แต่มีเพียงประมาณ 1% หรือมีเพียงราว  23,000 ราย ที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน โครงสร้างการส่งออกของไทยยังสะท้อนช่องว่างระหว่าง “จำนวนผู้ส่งออก” กับ “มูลค่าการส่งออก” อย่างชัดเจน โดย SMEs มีสัดส่วนเกือบ 80% ของจำนวน
ผู้ส่งออกทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าการส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ซึ่งมีสัดส่วนเพียงราว 20% กลับสร้างมูลค่าการส่งออกได้มากกว่า 90%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทย 2 ด้าน คือ การเพิ่มจำนวน SMEs ที่สามารถก้าวออกสู่ตลาดโลก และการยกระดับศักยภาพของผู้ส่งออกเดิมให้สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด EXIM BANK พบว่า ข้อจำกัดของ SMEs จำนวนมากไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพด้านการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การขาดนวัตกรรมและโอกาสทางการตลาด ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังดำเนินธุรกิจด้วยสินค้าและกระบวนการผลิตรูปแบบเดิม ขณะที่การขยายตลาดไปต่างประเทศยังเผชิญข้อจำกัดด้านข้อมูล โอกาสทางการค้า และเงินทุน

ในหลายกรณี แม้ผู้ประกอบการจะมีศักยภาพและได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว แต่ข้อจำกัดด้านหลักประกันยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตหรือขยายธุรกิจ สะท้อนว่า การสนับสนุน SMEs ให้เติบโตในตลาดโลกจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเติมเงินทุน แต่ต้องมีเครื่องมือทางการเงินและการสนับสนุนด้านอื่นที่ช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจควบคู่กัน

เปลี่ยนมุมมอง ESG จากต้นทุน สู่โอกาสในการสร้างธุรกิจ

นายชลัช มองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน คือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance: ESG) ซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการค้าและเงื่อนไขสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก

SMEs ไทยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อ ESG จากเดิมที่อาจมองว่าเป็น “ต้นทุน” หรือภาระที่ธุรกิจต้องแบกรับ ไปสู่การมอง ESG เป็น “โอกาส” ในการปรับกระบวนการผลิต พัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก เพราะเมื่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขในการทำธุรกิจ ความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ

แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการที่หลายประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ยกระดับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ (CSRD) ขณะที่สหรัฐฯ และจีนก็เดินหน้าพัฒนามาตรการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปิดเผยข้อมูลเช่นกัน

“ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่าย แต่ควรมองเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การปรับบรรจุภัณฑ์จากการใช้กล่องโฟมมาเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย ฟางข้าว แม้การเปลี่ยนผ่านอาจต้องใช้เงินลงทุนในระยะแรก แต่ในอีกด้านหนึ่งถือเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและกระตุ้นการใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย และอาจเปิดประตูสู่ตลาดหรือกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้” นายชลัช กล่าว

จากการให้ความรู้ สู่การสร้าง “โอกาสทางธุรกิจ” ให้เกิดขึ้นจริง

นอกจากการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการสร้าง “Market Opportunity” เพราะต่อให้ธุรกิจมีความพร้อมทั้งด้านสินค้าและเงินทุน แต่หากขาดตลาดหรือคำสั่งซื้อ การเติบโตก็ยังเกิดขึ้นได้ยาก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งยกระดับการสนับสนุนจากการให้ความรู้หรือการจัดอบรม ไปสู่การสร้าง “Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับหน่วยงานพันธมิตร เครือข่ายธุรกิจ และโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นช่องทางการตลาด เข้าถึงคู่ค้า และต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“EXIM BANK อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบ Business Model ในการพาผู้ประกอบการ SMEs ไทยไปเจาะตลาดต่างประเทศ โดยใช้เครื่องมือทางการเงินควบคู่ไปกับการผสานพลังความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดจริง นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของ EXIM BANK จากการ ‘สนับสนุนเมื่อผู้ประกอบการพร้อม’ ไปสู่การ ‘ร่วมสร้างความพร้อมและเปิดประตูสู่ตลาดใหม่’ ไปพร้อมกัน” นายชลัช กล่าว

เติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงให้ธุรกิจที่พร้อมเติบโต

เมื่อมีตลาดและคำสั่งซื้อแล้ว สิ่งสำคัญที่ตามมาคือเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันตามความต้องการ EXIM BANK จึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาศักยภาพของธุรกิจและคำสั่งซื้อประกอบการสนับสนุนสินเชื่อ มากกว่าการพึ่งพาหลักประกันเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีคำสั่งซื้ออยู่ในมือ แต่ยังขาดเงินทุนหมุนเวียน สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจและเดินหน้าผลิตได้ โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจมีข้อจำกัดด้านหลักประกัน

ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้สอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละระดับ ทั้งสินเชื่อหมุนเวียนดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่อง และบริการประกันการส่งออกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

“EXIM BANK ต้องการเป็น Export Co-pilot ที่พร้อมเดินเคียงข้างและเติมเต็มผู้ประกอบการ ตั้งแต่เติมความรู้ เติมโอกาส ไปจนถึงเติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยง เพราะในโลกการค้าใหม่ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้เกิดจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีสินค้าและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด การเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ SMEs ไทยไม่ได้เพียง ‘พร้อมส่งออก’ แต่สามารถ ‘เติบโตในตลาดโลก’ ได้อย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

Evolution E-Commerce x DGEL ต่อยอดความสำเร็จ เชื่อมตลาดเล็บเกาหลีสู่ไทย ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงาน NailExpo at SEOUL 2026

ณัฐกร ทวีศักดิ์ กรรมการ บริษัท เอฟโวลูชั่น อี-คอมเมิร์ซ จำกัด และคณะเดินทางไปร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์กับ DGEL...

LEPAS AURA เปิดตัวครั้งแรกของโลกในงาน Global Elegance Night ขับเคลื่อนวิวัฒนาการแห่ง Leopard Aesthetics ด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

LEPAS เปิดตัว AURA เป็นครั้งแรกของโลกในงาน Global Elegance Night ภายใต้มหกรรม LEPAS...

“ซีพีแรม” ชี้แจง กระแสดราม่าจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา ของบริษัทคือพันธุ์พืชใหม่ต้องพัฒนาวิจัย เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก ย้ำคนไทยยังปลูก กิน ขาย ได้ตามปกติ

ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรากลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ หลายคนกังวลว่า ต่อไปคนไทยจะปลูกกะเพราไม่ได้ หรือเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนหรือไม่ สิ่งที่ทำให้สังคมคลายความกังวลใจ เมื่อหลายภาคส่วนออกมายืนยันตรงกันว่า กะเพราพันธุ์ดั้งเดิมที่คนไทยปลูกกันอยู่ทั่วไป ยังคงปลูก กิน...

ทรู เติมเต็มทุกมิติแห่งความพิเศษ รับ iPhone DUO วันแรก กับ “UNLOCKING THE EXTRAORDINARY WITH iPhone DUO… A DISTINCTIVE EXPERIENCE, EXCLUSIVELY BY TRUE5G” ผสานพลังเครือข่าย True5GX ที่เหนือกว่าไปอีกขั้นและนวัตกรรมระดับโลก

ทุกความไว้วางใจมีคุณค่า และทุกการเลือกอยู่เคียงข้างกัน สมควรได้รับการดูแลที่พิเศษยิ่งขึ้น ทรู คอร์ปอเรชั่น รังสรรค์ “UNLOCKING THE EXTRAORDINARY...

Meta ดีอี และ ETDA ร่วมเปิดตัว “Digital Dialogue IRL” ชวนวัยรุ่นเรียนรู้ความปลอดภัยออนไลน์ผ่านประสบการณ์อินเทอร์แอ็กทีฟ

Meta ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศแนวทางแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัลที่ดีของเยาวชนในประเทศไทย เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการปกป้องวัยรุ่นผ่านการให้ความรู้และความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม เปิดตัวนิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟ Digital...