กทพ. จัดสัมมนา “54 ปี กทพ. กับโครงการทางพิเศษ” ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดแผนพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ ยกระดับนวัตกรรมและบริการดิจิทัล พร้อมเดินหน้าโครงการทางพิเศษภูเก็ต 2 ระยะ รวม 34.60 กิโลเมตร ตั้งเป้าเปิดให้บริการเดือนตุลาคม 2574 ด้าน Easy Pass เตรียมเพิ่มระบบตัดบัตรรายครั้งผ่านบัตรเครดิต–เดบิต คาดเริ่มต้นปี 2570 ขณะที่ทางพิเศษพระราม 3–ดาวคะนองฯ คืบหน้าเกือบ 96% จ่อเปิดทดลองใช้ภายในปีนี้

กทพ. กางแผนพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ รับการเดินทางแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “54 ปี กทพ. กับโครงการทางพิเศษ” ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร กทพ. สื่อมวลชน รวมถึงนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ กทพ. และนางภาวนา อัศวมณีกุล กรรมการ กทพ. เข้าร่วมงาน
การสัมมนาครั้งนี้มุ่งนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ กทพ. ความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ภาพรวมการดำเนินงานของ กทพ. โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต Digital & Innovation ระบบ Easy Pass และกลยุทธ์การตลาด รวมถึงแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน หรือ ESG

เปิดแผนทางพิเศษภูเก็ต 2 ระยะ รวม 34.60 กม.
สำหรับโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต กทพ. เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและรองรับระบบคมนาคมของจังหวัด โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ รวมระยะทางทั้งสิ้น 34.60 กิโลเมตร ประกอบด้วย

ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำเสนอเรื่องขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการและปรับปรุงกรอบวงเงินลงทุน โดยรวมต้นทุนการกู้ยืม เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ ตามแผนงานกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574

ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางหลัก (Main Line) และทางร่วมบรรจบ (Spur Line) ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ และมีแผนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการภายในปี 2570 โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574
ทางพิเศษพระราม 3–ดาวคะนองฯ คืบหน้า 95.98% จ่อทดลองใช้ปีนี้
อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง คือ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 31,244 ล้านบาท

ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 ระบุว่า โครงการมีความก้าวหน้าการก่อสร้าง 95.98% โดย กทพ. คาดว่าจะเปิดทดลองใช้เส้นทางช่วงถนนพระราม 2 ต่อเนื่องกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ภายในปี 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มระบบในปี 2570
Easy Pass จ่อพลิกโฉม! เพิ่มระบบ “ขับก่อน จ่ายทีหลัง”
ด้านการยกระดับบริการ Easy Pass และกลยุทธ์การตลาด กทพ. เตรียมเพิ่มทางเลือกการชำระค่าผ่านทางจากระบบเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) สู่ระบบ “ตัดบัตรรายครั้ง” (Postpaid) หรือ “ขับก่อน จ่ายทีหลัง” ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต คาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนประมาณต้นปี 2570
ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องยอดเงินคงเหลือในบัตรไม่เพียงพอ และมีส่วนช่วยลดปัญหารถชะลอตัวบริเวณหน้าด่านจากกรณียอดเงินไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ กทพ. ยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบโอนคะแนน EXAT Reward ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการนำคะแนนไปแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนหรือสิทธิประโยชน์ของพันธมิตร เพิ่มความยืดหยุ่นและคุณค่าในการใช้งานคะแนน โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานระบบภายในปี 2570
การพัฒนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางยกระดับ Easy Pass ไปสู่ระบบ Loyalty ที่เชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการ พร้อมส่งเสริมการใช้บริการดิจิทัลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
กทพ. เดินหน้า ESG คว้า 6 รางวัล EIA Monitoring Awards ระดับดีเด่น
ขณะเดียวกัน กทพ. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ทางพิเศษที่อยู่ในความดูแลของ กทพ. จำนวน 6 สายทาง ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards ประเภทหน่วยงานรัฐ ระดับดีเด่น
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการดำเนินงานตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นของ กทพ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจร่วมกับสื่อมวลชน พร้อมถ่ายทอดข้อมูลความก้าวหน้าและทิศทางการดำเนินงานของ กทพ. สู่สาธารณชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ


