เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีปัญหาโครงหน้ายุบตัวตามวัย โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางการปรับรูปหน้าที่หลายคนให้ความสนใจ เพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับมิติใบหน้าให้แลดูสดใสขึ้น แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการ คำถามแรกที่มักจะเกิดขึ้นในใจเสมอคือ ตัวยาสารเติมเต็มราคาเท่าไหร่ต่อ CC และในแต่ละตำแหน่งควรต้องใช้ปริมาณกี่ CC
บทความนี้เราจึงได้นำข้อมูลจาก DSK มาสรุปให้เข้าใจว่า ราคาค่าบริการนั้นถูกประเมินจากปัจจัยใดบ้าง แต่ละตำแหน่งบนใบหน้ามักจะใช้ปริมาณยาเท่าไร และไขข้อสงสัยที่ว่าทำไมการฉีดสารเติมเต็มในปริมาณ 1 CC เท่ากัน ถึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ เพื่อให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ต่อ CC ประเมินจากปัจจัยใดบ้าง?
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มใต้ผิวหนัง โดยกลุ่มตัวยาที่ผ่าน อย. ไทยและนิยมใช้คือไฮยาลูโรนิคแอซิด (HA) แบบชั่วคราว โดยราคาค่าบริการต่อ CC ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้
- แบรนด์ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม : เช่น โปรแกรม Restylane, โปรแกรม Belotero, โปรแกรม Lorient และโปรแกรม Definisse ที่เป็นฟิลเลอร์พรีเมียม จะมีราคาต่างกัน โดยก่อนฉีดแพทย์จะแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับปัญหาผิว
- ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ : เนื่องจากแต่ละจุดใช้ปริมาณ CC ไม่เท่ากัน จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อพิจารณาและวางแผนร่วมกับคนไข้
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งใช้กี่ CC

DSK ให้ข้อมูลไว้ว่า ปริมาณโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับปัญหาพื้นฐานของแต่ละคน โดยสามารถสรุปปริมาณแต่ละตำแหน่งได้ดังนี้
- หน้าผาก : ประมาณ 3-5 CC สำหรับคนที่หน้าผากแบนหรือยุบ และ 1-2 CC สำหรับคนที่มีรอยบุ๋มเล็กน้อยหรือต้องการเติมเต็มร่องโหนกคิ้ว
- ขมับ : ประมาณ 2-4 CC สำหรับคนที่ขมับตอบ
- ใต้ตา : ประมาณ 2-4 CC ช่วยลดปัญหาความหมองคล้ำและริ้วรอย
- ร่องแก้ม : ประมาณ 2-4 CC สำหรับร่องแก้มลึก
- จมูก : ประมาณ 1-2 CC ช่วยปรับจมูกให้ได้รูป
- ปาก : ประมาณ 1-2 CC ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น
- คาง : ประมาณ 1-3 CC ช่วยปรับคางให้ดูได้รูป
ทำไมใช้ตัวยา 1 CC เท่ากัน แต่ผลลัพธ์จึงต่างกัน?
แม้จะใช้สารเติมเต็มในปริมาณ 1 CC เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล เนื่องจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการประเมินโครงสร้างใบหน้า การเลือกชนิดของตัวยา เทคนิคการฉีด และตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์หลังทำ
แพทย์จะพิจารณาปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคลก่อนเลือกรุ่นตัวยาให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา เนื่องจากตัวยาแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งความแข็ง ความยืดหยุ่น และความสามารถในการคงรูป เช่น บางรุ่นเหมาะสำหรับการพยุงโครงสร้างใบหน้า ขณะที่บางรุ่นเหมาะกับการเติมเต็มร่องลึกหรือเก็บรายละเอียดในบริเวณที่ต้องการความเรียบเนียน
นอกจากนี้ เทคนิคการฉีดและความแม่นยำในการฉีดตัวยาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แพทย์จำเป็นต้องมีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้า (Facial Anatomy) เพื่อเลือกชั้นผิว ปริมาณ และจุดฉีดที่เหมาะสมในแต่ละเคส ช่วยให้ตัวยากระจายตัวและแลดูเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคล
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ DSK วิเคราะห์ก่อนฉีดด้วยเทคนิค ABI

DSK คือคลินิกเวชกรรมที่ใส่ใจเรื่องความงามและผิวหนัง โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ DSK ใช้เทคนิค ABI (Analyse Before Injection) multi layer ในการวิเคราะห์โครงหน้าก่อนวางแผนการฉีดทุกเคส เพื่อให้การรักษาช่วยลดเลือนปัญหาอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์แลดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล โดยมีขั้นตอนการออกแบบการรักษา 3 ส่วนหลัก ดังนี้
- การวิเคราะห์ใบหน้าและสัดส่วน : เนื่องจากแต่ละคนมีโครงหน้าที่แตกต่างกัน แพทย์จะประเมินรายละเอียดทุกสัดส่วน พร้อมพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมระหว่างความต้องการของคนไข้และแนวทางที่เหมาะสม เพื่อออกแบบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
- การวิเคราะห์ปัญหาจากโครงสร้างกายวิภาค : ปัญหาเดียวกันอาจต้องใช้แนวทางการแก้ไขที่ต่างกัน แพทย์จึงประเมินลึกลงไปถึงลักษณะทางกายวิภาค (Facial Anatomy) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างสอดคล้องกับสาเหตุและได้ผลลัพธ์ในแบบที่ต้องการ
- การวิเคราะห์ตัวยาและเทคนิคการฉีด : แพทย์จะพิจารณาเลือกรุ่นตัวยา ประเมินจุดฉีด และชั้นผิวอย่างละเอียด ทำให้สามารถวางตัวยาได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้แลดูกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ
สำหรับใครที่สนใจ สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้เลย โดย DSK จะมีให้บริการทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน (สาขาใหม่ล่าสุด), Stadium One, Asoke, MRT สุทธิสาร, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, บางนา, CDC และนครปฐม เปิดบริการทุกวัน 13:00–20:00 น. (บางสาขาอาจมีวันหยุด)
สรุปบทความ
ราคาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งแบรนด์และรุ่นของสารเติมเต็ม ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ รวมถึงการประเมินและเทคนิคการฉีดของแพทย์ ซึ่งแต่ละบุคคลมีโครงสร้างใบหน้าและปัญหาที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถกำหนดจำนวน CC ที่เหมาะสมได้จากมาตรฐานเดียว การเลือกคลินิกเวชกรรมที่ใช้สารเติมเต็มผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีการประเมินใบหน้าก่อนรักษา และแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
หากสนใจให้แพทย์ช่วยประเมินโครงหน้าเพื่อวางแผนการใช้ปริมาณยาให้เหมาะสมกับปัญหา สามารถติดต่อ DSK ได้ที่
- LINE OA : @dskinclinic
- เว็บไซต์ :com
- Facebook : DSK Clinic
หมายเหตุ : ผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ ราคาและโปรโมชันเป็นไปตามเงื่อนไขที่คลินิกกำหนดในแต่ละช่วงเวลา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ 1 CC เพียงพอไหม?
ปริมาณ 1 CC อาจเพียงพอสำหรับบางตำแหน่งที่มีปัญหาไม่ลึกมาก เช่น ริมฝีปาก หรือจมูก แต่สำหรับบริเวณที่กว้างหรือมีร่องลึก เช่น หน้าผาก ขมับ หรือร่องแก้ม อาจต้องใช้ปริมาณที่มากขึ้น ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินโครงหน้าเพื่อกำหนดปริมาณตัวยาที่เหมาะสมกับสภาพผิวมากที่สุด
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน?
อาการบวมเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปหลังเข้ารับหัตถการ โดยอาจมีบวมประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นเนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์จะเริ่มกลืนกับผิว
สามารถทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่?
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โปรแกรมฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน หรือโปรแกรมยกกระชับต่าง ๆ แต่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ เพื่อให้แพทย์วางแผนลำดับการรักษาและกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีของผิวหน้า


