บ้านปูเปิด เดินหน้าขับเคลื่อนบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” ผสานทุกแพลตฟอร์มและโซลูชันพลังงาน ตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวันภายในปีนี้

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ประกาศความพร้อมของบริษัทใหม่หลังควบรวมกับ BPP เดินหน้าขับเคลื่อนบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” อย่างเข้มข้น เผยวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ และโอกาสเติบโตที่ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ บ้านปูพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ออกแบบและเชื่อมโยงระบบพลังงานที่พร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง ด้วยแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร (Integrated Energy Platform) ที่ผสานแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน และโซลูชันด้านพลังงานเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญขององค์กร สะท้อนจุดมุ่งหมายของแบรนด์ “ขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ” (Expand the world’s energy capacity, responsibly) ผ่านศักยภาพของ 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ดำเนินงานอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา

“วันนี้บ้านปูกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตด้วยความแข็งแกร่ง ที่มีธุรกิจพลังงานครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ การอยู่ในประเทศที่มีการเติบโตด้านพลังงานและเป็นแกนหลักทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตและการจำหน่ายพลังงาน ไปจนถึงการรองรับธุรกิจไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscalers) ที่ต้องการพลังงานสูง บ้านปูจึงมีความแตกต่างและอยู่ในตำแหน่งทางธุรกิจที่ดี เรามั่นใจว่าจะเป็นบริษัทพลังงานที่สร้างคุณค่าทั้งต่ออุตสาหกรรมพลังงานโลก ธุรกิจและผู้คนที่ต้องการพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ และผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นในบริษัทของเราเสมอมา”

บ้านปูยังมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ตามกลยุทธ์ “Energy Symphonics” โดยมีทิศทางและไฮไลท์ที่สำคัญ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas): ยกระดับแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจรที่เชื่อมโยงธุรกิจก๊าซธรรมชาติสู่การผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2569 ตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ผลิตได้ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน พร้อมต่อยอดกำลังผลิตไฟฟ้า 1.5 กิกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I&II ในปัจจุบัน สู่การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่ Jack County รัฐเท็กซัส บนทำเลศักยภาพมากกว่า 6,000 เอเคอร์ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้

โดยตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571 ผ่านการดำเนินงานของ BKV นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) รองรับความต้องการพลังงานของกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี คลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers)

กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining): ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยธุรกิจแหล่งพลังงานและแร่เชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI สร้างโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานต้นน้ำ โดยบริษัทฯ ยังคงลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) อย่างต่อเนื่อง เช่นการดักจับก๊าซมีเทนจากการดำเนินงานเหมืองใต้ดินกลับมาผลิตไฟฟ้า พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มข้อมูลแบบบูรณาการมาใช้ในเหมืองในอินโดนีเซีย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมการทำงานบนฐานข้อมูล เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ขณะเดียวกันบริษัทฯ เดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจแร่กลยุทธ์ (Strategic Minerals) เช่น นิกเกิล (Nickel) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับการเติบโตในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัทฯ

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+): ขยายศักยภาพแพลตฟอร์มไฟฟ้าครบวงจรในตลาดสำคัญ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภคที่เสถียรและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน (Thermal) พลังงานหมุนเวียน (Renewables) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน พร้อมยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ มั่นคง และยั่งยืน โดยบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ในสหรัฐฯ และเอเชีย รองรับแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่เติบโต เชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานและอุตสาหกรรมดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่อนาคตสังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาภายในปี 2572 รวมทั้งหมด 10 โครงการ รวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่ โครงการเมกะเมาท์ (Megamouth) ความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทฯ ในสหรัฐฯ และโครงการวูรีน (Wooreen) ความจุพลังงาน 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech): ต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบ Net-Zero Solutions แบบครบวงจรและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้และคุ้มค่าด้านต้นทุนพลังงาน สนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของลูกค้าทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของ AI

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) หรือหน่วยงานลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าวประกาศทิศทางธุรกิจ บ้านปูยังเปิดตัวตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของแบรนด์ (Brand mascot) “Flamo” ที่สะท้อนบุคลิกของแบรนด์บ้านปูในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตร และสร้างสรรค์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของบ้านปูอย่างมีสีสันและสร้างความผูกพันกับผู้คนได้ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ฟิวเจอร์พาร์ค–สเปลล์ ผนึกโนโวเทลฯ และพันธมิตร จัด “Cleanup Day 2026” ร่วมสร้าง Future City Rangsit สะอาดและน่าอยู่

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เดินหน้าสานต่อแนวคิด Future Park Green Future จัดกิจกรรมจิตอาสา “Cleanup Day...

จากสมรรถนะสู่ประสบการณ์เมื่อ LEPAS ใช้ Soft Power แห่งความสง่างามสร้างจุดต่างในตลาดรถยนต์

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่กำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก จุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นระยะทางขับขี่ สมรรถนะ หรือเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ ล้วนพัฒนาเข้าใกล้กันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอดีต การเพิ่มฟีเจอร์และยกระดับสเปกถือเป็นแนวทางหลักที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน...

ไอคอนสยาม ฉลอง 8 ปี ทุ่มโปร 10 ล้าน ส่ง “Infinite Wonders” เฟส 2 แจกทอง และ SIAM GIFT CARD ตอบโจทย์เป็น “แหล่งช็อปปิ้งที่คุ้มค่าที่สุด”

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความสำเร็จและความเป็นที่สุดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อขอบคุณลูกค้าและผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในแคมเปญฉลองครบรอบเฟสแรกด้วยการส่งมอบความสุขและสิทธิประโยชน์แจก SIAM GIFT...

ไอคอนสยาม คว้ารางวัลชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign จากเวที Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา คว้ารางวัลชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign จากเวที...

ไอคอนสยาม ยกระดับเทศกาลกาแฟครั้งสำคัญของเมืองไทย “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” สู่ปรากฏการณ์กาแฟรักษ์โลก ตอกย้ำแนวคิด ‘ICONSIAM GO GREEN’ ขับเคลื่อนสู่มิติความยั่งยืน

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดประตูมหานครแห่งกาแฟ ร้อยเรียงเรื่องราวของผู้คน รสชาติ และวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก ในมหกรรมกาแฟสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ICONIC CRAFT...