บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางต่อเนื่อง หลังดำเนินงานครบ 16 ปี ตั้งเป้ายกระดับการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยมาตรฐานระดับสากล ควบคู่การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือ Feeder เชื่อมสถานีสู่ชุมชน พร้อมเดินหน้าส่วนต่อขยายสายสีแดง คาดแล้วเสร็จปี 2572 ขณะที่จำนวนผู้โดยสารสะสมทะลุ 50 ล้านคน
พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี รฟฟท. มุ่งพัฒนาการให้บริการระบบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานการเดินรถ ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และความพึงพอใจของผู้โดยสาร

ปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีสถิติความตรงต่อเวลาอยู่ที่ 99.96% ความน่าเชื่อถือ 99.97% และความพร้อมของขบวนรถ 100% นับตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้โดยสารสะสมแล้วกว่า 50 ล้านคน
ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ พบว่า ผู้โดยสารให้คะแนนความพึงพอใจในระดับสูงหลายด้าน จากคะแนนเต็ม 5 โดยด้านการให้บริการและความน่าเชื่อถือด้านความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพการเดินรถ ได้คะแนน 4.59 คะแนนเท่ากัน ส่วนด้านความปลอดภัยอยู่ที่ 4.57 คะแนน การประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54 คะแนน คุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก 4.49 คะแนน และเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 คะแนน
เร่งพัฒนา Feeder เชื่อมสายสีแดง
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ รฟฟท. คือการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงสถานี โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากชุมชนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า
บริเวณสถานีรังสิต รฟฟท. ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศบาลนครรังสิต เตรียมเพิ่มเส้นทาง EV Bus จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สถานีรังสิต–ถนนเลียบคลองรังสิต–สถานีรังสิต และสถานีรังสิต–รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต–สถานีรังสิต
เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทดลองให้บริการในช่วง เดือนเมษายน 2570 ก่อนประเมินผลและพัฒนาไปสู่การเพิ่มเส้นทางในพื้นที่อื่นต่อไป
นอกจากนี้ รฟฟท. ยังบูรณาการร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม–ตลิ่งชัน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและเชื่อมพื้นที่นครปฐมเข้าสู่กรุงเทพฯ รวมถึงสนับสนุนการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัด
ส่วนบริเวณสถานีหลักสี่ มีบริการ EV Bus เชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.)
จับตาส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง เสริมศักยภาพระบบราง
ด้านการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดง มีโครงการส่วนต่อขยายที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ได้แก่ สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และ สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน–ศิริราช–ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2572
รฟฟท. ประเมินว่า เมื่อส่วนต่อขยายเปิดให้บริการ จะเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน เชื่อมต่อพื้นที่จังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพฯ และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี–ศาลายา ช่วยลดเวลาเดินทางและลดปริมาณการใช้รถยนต์บนถนน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี
พร้อมรับบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
สำหรับแนวทางการมอบหมายภารกิจให้ รฟฟท. กลับมาบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พล.อ.อ. คงศักดิ์ ระบุว่า บริษัทมีความพร้อม เนื่องจากมีประสบการณ์บริหารโครงการดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี รวมถึงมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย หากได้รับมอบหมาย รฟฟท. พร้อมดำเนินการเพื่อให้การให้บริการเกิดความต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์และความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก
นอกจากการพัฒนาการเดินรถแล้ว รฟฟทยังเดินหน้าดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร โดยล่าสุดได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับ รางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ รฟฟท. ยืนยันเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางในทุกมิติ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และยกระดับประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะของประเทศในระยะยาว


