EVAT–GIZ–TDRI ผนึกกำลังปั้น “Battery Circularity” ไทย รับมือแบตเตอรี่ EV ทะลัก! ชี้ปี 2581 แบตเตอรี่พ้นการใช้งานพุ่งแตะ 9.8 GWh หรือ 73,855 ตัน เร่งวางระบบ Second Life–รีไซเคิล สร้างโอกาสเศรษฐกิจหมุนเวียน

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จับมือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เดินหน้าวางรากฐาน “ระบบนิเวศแบตเตอรี่หมุนเวียน” (Battery Circularity) ของประเทศไทย หลังการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าทำให้ปริมาณแบตเตอรี่ที่ทยอยพ้นจากการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานประชุมเผยแพร่ผลการศึกษา “ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่และโรงงานระบบกักเก็บพลังงานมือสองจากแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานแล้วในประเทศไทย” ภายใต้แนวคิด “จากผลการศึกษา สู่การขับเคลื่อนจริง: การสร้างระบบนิเวศรีไซเคิลแบตเตอรี่และพลังงานหมุนเวียนของไทย” ณ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ

งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Unlocking Thailand’s Battery Circularity Transition: From Second Life and Recycling to Sustainable Financing ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย–เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) โดยเปิดเวทีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่แบตเตอรี่ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและหาแนวทางจัดการแบตเตอรี่ EV อย่างยั่งยืน

แบตเตอรี่หมดอายุพุ่งเกือบ 7 เท่าใน 8 ปี

ผลการศึกษาคาดการณ์ว่า ปริมาณแบตเตอรี่ทุกประเภทที่พ้นจากการใช้งานในยานยนต์จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากประมาณ 1.4 GWh หรือ 9,349 ตัน ในปี 2573 เป็นประมาณ 9.8 GWh หรือ 73,855 ตัน ในปี 2581

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมระบบ รับคืน–คัดกรอง–จัดเก็บ–ขนส่ง–รีไซเคิล ให้ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม พร้อมดึงทรัพยากรที่มีมูลค่ากลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ หัวหน้าโครงการ EVAT TGC EMC และอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมระบบรองรับแบตเตอรี่ EV ที่ทยอยพ้นจากการใช้งาน โดยต้องมีทั้งระบบประเมินสภาพเพื่อคัดเลือกแบตเตอรี่ที่ยังมีศักยภาพไปใช้เป็น ระบบกักเก็บพลังงาน Second Life และระบบนำแบตเตอรี่ที่สิ้นสุดอายุการใช้งานเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาเฉพาะเทคโนโลยีรีไซเคิล แต่ครอบคลุมถึงปริมาณแบตเตอรี่ที่สามารถรวบรวมเข้าสู่ระบบได้จริง ตลาดระบบกักเก็บพลังงาน ตลาดรองรับวัสดุที่กู้คืน รวมถึงต้นทุนการรวบรวม ขนส่ง และการจัดการแบตเตอรี่อย่างปลอดภัย

“Second Life” ไม่ใช่แบตเตอรี่ทุกก้อนจะไปต่อได้

สำหรับการนำแบตเตอรี่ EV ไปใช้งานต่อในรูปแบบ Second Life ผลการศึกษาระบุว่า ต้องพิจารณาทั้งประวัติการใช้งาน ข้อมูลจากระบบจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS และผลการตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SoH)

แบตเตอรี่ที่ผ่านเกณฑ์จึงจะสามารถนำไปใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงานได้ ขณะที่แบตเตอรี่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือหมดอายุการใช้งานควรเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน และสามารถตรวจสอบปลายทางได้

รีไซเคิลอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้อง “ครบวงจร”

ด้านความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่า การจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดด้านความคุ้มค่าภายใต้สมมติฐานที่ศึกษา

ขณะที่รูปแบบธุรกิจที่บูรณาการตั้งแต่ คัดแยกแบตเตอรี่ → Second Life → ระบบกักเก็บพลังงาน → รีไซเคิลแบตเตอรี่ที่หมดอายุ มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าทางธุรกิจยังขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทแบตเตอรี่ที่สามารถรวบรวมได้จริง รวมถึงขนาดตลาดระบบกักเก็บพลังงาน และตลาดรองรับวัสดุที่ได้จากการรีไซเคิล

EVAT ชี้ “กระดุมเม็ดแรก” สร้างโอกาสอุตสาหกรรมไทย

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย แต่การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีระบบจัดการแบตเตอรี่ครบวงจร ตั้งแต่การใช้งาน การรับคืน การประเมินสภาพ การนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการรีไซเคิลและจัดการวัสดุที่เหลืออย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้

โดยมองว่างานครั้งนี้ถือเป็น “กระดุมเม็ดแรก” ของการสร้างระบบนิเวศแบตเตอรี่ของไทย เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณแบตเตอรี่ EV ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และเปลี่ยนความท้าทายด้านการจัดการแบตเตอรี่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “จากผลการศึกษา สู่การขับเคลื่อนจริง: การสร้างระบบนิเวศรีไซเคิลแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานของไทย” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิชาชีพ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งด้านนโยบาย กฎระเบียบ การลงทุน เทคโนโลยี และกรณีศึกษาจากต่างประเทศ

EVAT ระบุว่า ผลการศึกษาครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และนักลงทุนในการวางแผนนโยบายและการลงทุนเกี่ยวกับแบตเตอรี่ปลายอายุการใช้งาน พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเงิน และภาควิชาการ เพื่อผลักดันข้อเสนอไปสู่ กฎหมาย มาตรฐาน การลงทุน และโครงการที่สามารถดำเนินการได้จริง

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านแบตเตอรี่ไม่ได้วัดกันที่จำนวนโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการ รับคืนและจัดการแบตเตอรี่อย่างปลอดภัย มีปลายทางตรวจสอบได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นภายในประเทศ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สตม. เปิดตัวแอปพลิเคชัน “THIM” สู่ Digital Gateway สำหรับชาวต่างชาติ

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดตัวแอปพลิเคชัน “THIM (Thai...

สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ เอปสัน เปิดเวที Visionary Stage at Siam Center สนับสนุนไทยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ในงาน Bangkok International Fashion Week 2026

เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ และ วิสาข์ ธนวิภาคย์ ...

GIT’s 20 th World Jewelry Design Awards 2026 ผนึกเวทีพลอยเจียระไนโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับสากล

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ประกาศความสำเร็จ 2 เวทีการประกวดระดับโลกประจำปี 2569 ตอกย้ำศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก...

ยุคที่ลูกค้าให้ AI ค้นหาแทน! เจาะยุทธศาสตร์ “Agentic AI Commerce” เมื่อ SEO ปี 2026 ไม่ใช่แค่การไต่อันดับเว็บ

ลองจินตนาการภาพลูกค้าที่เปลี่ยนจากการเปิด Google แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ดไล่กดดูทีละเว็บไซต์ เป็นพูดกับ AI Agent เพียงประโยคเดียว แล้วปล่อยให้ AI...