“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร

“พิพัฒน์” วางหมากคมนาคม 24 ปี สนข. ดันไทยฮับขนส่งโลก เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อม 2 มหาสมุทร ชูยุทธศาสตร์เชื่อมอันดามัน–อ่าวไทย เพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เดินหน้า 3 นโยบายหลัก “ตั๋วร่วม–TOD–ขนส่งเมืองภูมิภาค” วางรากฐานเศรษฐกิจไทยระยะยาว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ครบรอบ 24 ปี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ อาคาร สนข. พร้อมมอบแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คมนาคมไทย มุ่งยกระดับประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งระดับโลก โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

นายพิพัฒน์กล่าวว่า สนข. มีบทบาทสำคัญในฐานะ “คลังสมอง” ของกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่กำหนดแผนยุทธศาสตร์และบูรณาการระบบขนส่งทุกมิติ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยประเทศไทยมีศักยภาพจากการเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของโลก ครอบคลุมจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

หากประเทศไทยสามารถพัฒนาเส้นทางขนส่งที่ช่วยลดระยะเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยได้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับระบบขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

เร่งศึกษาเส้นทางทะเล เชื่อมอันดามัน–อ่าวไทย

นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้ สนข. เร่งศึกษาและวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงข่ายรองรับการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

การศึกษาจะครอบคลุมศักยภาพด้านท่าเรือ โครงข่ายโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางบกและทางราง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ

“สิ่งที่ สนข. เคยศึกษาไว้ ต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางอากาศและทางทะเลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ใช่เพียงเพื่อเศรษฐกิจวันนี้ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสให้ลูกหลานในอีก 30–50 ปีข้างหน้า ได้เห็นว่าคนรุ่นเราได้สร้างอะไรไว้ให้ประเทศชาติ” นายพิพัฒน์กล่าว

เดินหน้า 3 นโยบายหลัก ยกระดับระบบขนส่งไทย

ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า สนข. เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. ระบบตั๋วร่วม ผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และกฎหมายลำดับรอง เพื่อสนับสนุนการลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปี 2570 พร้อมวางเป้าหมายขยายระบบตั๋วร่วมให้ครอบคลุมรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสารในปี 2571

2. การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ผลักดันกรอบกฎหมายและแนวทางนำมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่มาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางกับการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

3. การพัฒนาขนส่งสาธารณะในเมืองภูมิภาค จัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ใช้ดิจิทัล–AI วางแผนคมนาคม เชื่อมโครงข่ายทั้งประเทศ

นายจิรโรจน์กล่าวว่า สนข. พร้อมนำแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปศึกษาและจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงโครงข่ายขนส่งของประเทศไทย ทั้งทางทะเล ทางอากาศ ทางราง และทางถนน โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การลดต้นทุนโลจิสติกส์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการวางแผนระบบคมนาคม

เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบขนส่งโลก ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจ

ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ของ สนข. นายพิพัฒน์ยังได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม พร้อมเน้นย้ำให้เร่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่ลดลง และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อวางรากฐานระบบคมนาคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เปิดศูนย์บริการอะไหล่และซ่อมบำรุงแห่งแรกนอกทวีปอเมริกาที่ศรีราชา ยกระดับบริการขนส่งไทย–อาเซียน

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เดินหน้าลงทุนตลาดประเทศไทยในวาระครบรอบ 30 ปี เปิดศูนย์บริการอะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุง...

“มื้อนี้ไม่ได้แค่อิ่มท้อง… แต่อิ่มใจ” เมื่อ “ซีพี-ซีพีเอฟ” ผนึกกำลังส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชน

วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้พิสูจน์ให้เห็นพลังของการทำงานเป็นทีม เมื่อเครือข่ายจิตอาสาจากซีพีและซีพีเอฟกระจายกำลังลงพื้นที่ประสานงานกับภาครัฐและท้องถิ่นแบบเกาะติดสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงมือผู้เดือดร้อนให้เร็วที่สุด ตลอดเส้นทางความช่วยเหลือ เราเห็นการบูรณาการร่วมกันในหลายจุดสำคัญ เริ่มตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีที่มีการส่งต่อขนมปังเนยนมผ่านกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ต่อด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือได้ระดมน้ำดื่มซีพีสนับสนุนอำเภอท่าเรือเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ ที่จังหวัดสระบุรีกับปราจีนบุรี ทีมงานจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแคจัดเต็มทั้งกำลังคนและเสบียง ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่...

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026

“พิพัฒน์”มอบ “ภัทรพงศ์” กำชับวิทยุการบินฯ เตรียมความพร้อมรองรับการประชุม IMF–World Bank 2026 บริหารเที่ยวบินให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้กระทบเที่ยวบินปกติ...

“พิชญ์ โพธารามิก” มอบ 2 ล้านบาท เติมพลังทัพลูกยางชายทีมชาติไทย ชื่นชมผลงานอันดับ 5 ชิงแชมป์เอเชีย 2026

คุณพิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS และ MONO มอบเงินรางวัลจำนวน 2,000,000 บาท...