กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทุ่มงบกว่า 1,433 ล้านบาท ก่อสร้างถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ 2 ตอน ระยะทางรวม 10.78 กิโลเมตร ล่าสุดงานก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 71–75% คาดแล้วเสร็จภายในปี 2570 หวังเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนน บรรเทาปัญหาจราจรในเขตเมือง รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การขนส่ง และการท่องเที่ยวของจังหวัดในระยะยาว

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ตอน โดยทั้งสองโครงการมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมให้มีความต่อเนื่อง เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า ลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง ตลอดจนรองรับการขยายตัวของชุมชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยว สอดรับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการเติบโตของประเทศ

ตอนที่ 1 ลงทุน 613 ล้านบาท คืบหน้า 71%
โครงการตอนที่ 1 มีระยะทาง 5.5 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 408 และสิ้นสุดเชื่อมต่อถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.4039 ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 71 อยู่ระหว่างก่อสร้างชั้นโครงสร้างทางและผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
รูปแบบการก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4–6 ช่องจราจร พร้อมเกาะกลางถนน สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 แห่ง ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง ใช้งบประมาณก่อสร้าง 613.48 ล้านบาท

ตอนที่ 2 ลงทุน 819 ล้านบาท คืบหน้า 75%
สำหรับตอนที่ 2 มีระยะทาง 5.28 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นต่อเนื่องจากโครงการตอนที่ 1 บริเวณจุดตัดถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.4039 และสิ้นสุดเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 4013 ช่วงอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช–อำเภอปากพนัง รวมถึงถนนเฉลิมพระเกียรติ
ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 75 อยู่ระหว่างก่อสร้างชั้นพื้นทางหินคลุกและผิวจราจร โดยออกแบบเป็นถนนแอสฟัลต์คอนกรีตขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมเกาะกลางถนน สะพานข้ามคลอง 2 แห่ง สะพานข้ามทางแยก 1 แห่ง ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง และสิ่งอำนวยความปลอดภัยตลอดแนวเส้นทาง ใช้งบประมาณก่อสร้าง 819.60 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทย้ำถึงการควบคุมมาตรฐานงานก่อสร้างและความปลอดภัย โดยติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟกระพริบ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างอย่างชัดเจน พร้อมกำกับดูแลการบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดจนตรวจสอบเครื่องจักรกลและยานพาหนะ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถนนสายดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ และวางรากฐานรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต


