ทช.เร่งสร้างสะพานข้ามอ่างลำปาว 836 ล้าน คืบหน้า 31% ร่นทางสหัสขันธ์–สามชัย 21 กม. คาดเสร็จปี 71

กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ คืบหน้าแล้วกว่า 31% เร็วกว่าแผน ลงทุน 836 ล้านบาท เชื่อม อ.สหัสขันธ์–อ.สามชัย แก้ปัญหาประชาชนพึ่งแพข้ามฟาก ลดระยะทางเดินทาง 21 กิโลเมตร เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งสินค้าเกษตร หนุนเศรษฐกิจและท่องเที่ยวในพื้นที่ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2571

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว เชื่อมพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์กับอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่า 31% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานเสาเข็มและตอม่อภายในอ่างเก็บน้ำ การหล่อชิ้นส่วนพื้นสะพาน และงานโครงสร้างชั้นทางบริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ ตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงชุมชน และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่ ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมของประเทศ

แก้ปัญหาชุมชนถูกอ่างเก็บน้ำกั้น ลดภาระเดินทาง

ก่อนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำปาว ประชาชนบ้านดงน้อย ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ และบ้านโนนทัน ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย สามารถเดินทางติดต่อกันได้สะดวก แต่หลังการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำให้ชุมชนทั้งสองแห่งต้องแยกออกจากกัน โดยประชาชนต้องใช้แพข้ามฟากเพื่อเดินทางระหว่างสองฝั่ง

ปัจจุบันแพข้ามฟากสามารถบรรทุกรถยนต์ 4 ล้อได้ครั้งละประมาณ 4 คัน ใช้เวลาข้ามฟาก 15–20 นาที ให้บริการเฉพาะช่วงกลางวัน และคิดค่าบริการรถยนต์คันละ 100 บาท ขณะที่ผู้ไม่ใช้บริการแพต้องเดินทางอ้อมอ่างเก็บน้ำตามเส้นทางทางหลวงแผ่นดิน รวมระยะทางจากอำเภอสหัสขันธ์ถึงอำเภอสามชัยประมาณ 42 กิโลเมตร

เมื่อสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะทางเดินทางระหว่างสองอำเภอได้ประมาณ 21 กิโลเมตร ส่วนประชาชนที่เดินทางระหว่างชุมชนริมอ่างเก็บน้ำลำปาว ตั้งแต่บ้านดงน้อยถึงบ้านโนนทัน จะช่วยลดระยะทางได้ประมาณ 63 กิโลเมตร เพิ่มความสะดวกในการเดินทางไปสถานศึกษา โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และผู้ป่วยที่ต้องเดินทางข้ามอำเภอ

เชื่อมเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตร ลดต้นทุนโลจิสติกส์

นอกจากประโยชน์ด้านการเดินทางแล้ว สะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวยังช่วยสนับสนุนการขนส่งสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว และยางพารา ให้สามารถเดินทางไปยังแหล่งรับซื้อและโรงงานอุตสาหกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวในจังหวัดกาฬสินธุ์

สำหรับรายละเอียดโครงการ จุดเริ่มต้นอยู่บนถนนทางหลวงชนบทสาย กส.5047 บริเวณบ้านดงน้อย ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ และสิ้นสุดบนถนนทางหลวงชนบทสาย กส.4070 บริเวณบ้านโนนทัน ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย

ตัวสะพานเป็นแบบคานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องสำเร็จรูป ขนาด 2 ช่องจราจร กว้างผิวจราจรรวม 12 เมตร ระยะทาง 1,760 เมตร พร้อมก่อสร้างถนนต่อเชื่อมผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ระยะทาง 1,595 เมตร รวมถึงจุดกลับรถใต้สะพานทั้งสองฝั่ง ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 836 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างอำเภอ ลดข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ของชุมชนริมอ่างเก็บน้ำ และเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

รถ Nissan รุ่นไหนดี? เทียบ 5 รุ่นยอดนิยม เหมาะกับใคร

ถ้าถามว่ารถ Nissan รุ่นไหนดี คำตอบคงไม่เหมือนกันทุกคน เพราะคนที่ขับไปทำงานในเมืองทุกวันกับบ้านที่นั่งกัน 5-7 คน ย่อมมองหารถคนละแบบ เช่นเดียวกับคนที่ต้องใช้รถบรรทุกของหรือเดินทางต่างจังหวัดเป็นประจำ ก่อนเลือก...

ขสมก. ปั้นทัพรถเมล์พลังงานสะอาด 3,000 คัน! มุ่งเปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองสีเขียว

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าปรับโฉมระบบขนส่งสาธารณะ วางแผนจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,320 คัน และรถโดยสาร...

บีทีเอส จับมือ MTEC ลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการวิจัย และพัฒนา เพื่อยกระดับการซ่อมบำรุง และการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมือง

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์...

น้ำลด แต่ความห่วงใยไม่ลด : ซีพีเอฟเดินหน้าจากมื้ออาหาร สู่การร่วมฟื้นฟูชุมชน

เมื่อน้ำที่เคยท่วมขังเริ่มลดลง ภารกิจของคนในชุมชนยังคงดำเนินต่อ ทั้งการจัดการสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูแหล่งน้ำและพื้นที่ทำกิน ตลอดจนการทำความสะอาดบ้านเรือนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การสนับสนุนในช่วงเวลานี้จึงไม่ได้มีเพียงสิ่งของจำเป็น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือที่ช่วยให้ผู้คนค่อยๆ ตั้งหลักและเดินหน้าต่อได้ ซีพีเอฟร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในหลายมิติ ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชน...

คณะแพทย์ ม.ขอนแก่น–ม.มหาสารคาม ร่วม สิงห์อาสา ตรวจสุขภาพชาวอีสานกว่า 2,500 คน  เผยมะเร็งท่อน้ำดี พบมากสุดในอีสาน

สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผนึก สิงห์อาสา โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท...