การรถไฟแห่งประเทศไทยเดินหน้ารักษาสิทธิรัฐ ยื่นฟ้อง “เอเชีย เอรา วัน” พร้อมธนาคารผู้ค้ำประกันและผู้ออกหนังสือรับประกัน รวม 8 ราย ต่อศาลปกครองกลาง เรียกชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนแอร์พอร์ต เรลลิงก์ พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดรวม 13,335.94 ล้านบาท หลังเจรจาระงับข้อพิพาทไม่สำเร็จ ยืนยันรถไฟฟ้ายังเปิดให้บริการตามปกติ ไม่กระทบการเดินทางของประชาชน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ได้ยื่นฟ้องบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รวมถึงธนาคารผู้ค้ำประกันและผู้ออกหนังสือรับประกัน รวมทั้งสิ้น 8 ราย ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อบังคับชำระหนี้ค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (ARL) พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด ตลอดจนบังคับหลักประกันสัญญาและหนังสือรับประกันตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 รฟท. ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด โดยกำหนดให้เอกชนชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ จำนวน 10,671.09 ล้านบาท ภายใน 2 ปีนับจากวันที่สัญญามีผลบังคับใช้ ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง รฟท. ติดตามทวงถามและนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทตามขั้นตอนของสัญญาแล้ว ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ รฟท. จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อเรียกร้องให้มีการชำระหนี้ตามสัญญา
เปิดรายละเอียดคดี เรียกเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยกว่า 1.33 หมื่นล้านบาท
สำหรับการฟ้องร้องครั้งนี้ รฟท. เรียกให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ชำระเงินต้น 10,671.09 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดจนถึงวันฟ้อง จำนวน 2,664.85 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,335,938,913.70 บาท
นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีกับธนาคารผู้ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีวงเงินค้ำประกันแห่งละ 1,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน รฟท. ได้ฟ้องผู้ออกหนังสือรับประกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเอกชนคู่สัญญาอีก 5 ราย ตามวงเงินและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหนังสือรับประกัน ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด สัดส่วนการลงทุน 70% บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด 10% บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 10% บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 5% และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 5%
รฟท. ย้ำรักษาผลประโยชน์รัฐ ควบคู่ดูแลผู้โดยสาร
รฟท. ระบุว่า การดำเนินการทางกฎหมายเป็นไปตามสิทธิและหน้าที่ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน โดยยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของรัฐและการดูแลประชาชนควบคู่กัน พร้อมดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบจากข้อพิพาททางสัญญา
ทั้งนี้ รฟท. ยืนยันว่า รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวก และความต่อเนื่องในการเดินทางของประชาชนเป็นสำคัญ


