‘REELationship’ เทรนด์ใหม่คนไทย ส่งรีลท่องเที่ยวเข้ากลุ่มไลน์ทุกวัน แต่ดองแพลนไม่เคยได้ไปจริง

เปิดกรุ๊ปแชทตอนนี้ แล้วเลื่อนย้อนดูข้อความเก่า ๆ กับเพื่อนสนิท ก็มีโอกาสสูงที่จะเจอคลิปรีลทะเลใสที่เกาะหลีเป๊ะ วิดีโอ TikTok ร้านกาแฟวิวเขาที่เชียงใหม่ หรือคลิปตลาดกลางคืนที่ญี่ปุ่น พร้อมข้อความ “ไปด้วยกันนะ” “ปักหมุดร้านนี้ไว้เลย” “ปีนี้ต้องไปให้ได้”  ส่งกันไปมาแทบทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน แต่พอถึงเวลาจริง แพลนที่ว่าก็ถูก “ดอง” ไว้เฉย ๆ ไม่เคยถูกจองสักครั้ง ถ้าเรื่องนี้ฟังดูคุ้น ๆ ไม่ใช่เพราะคุณคนเดียวที่เป็นแบบนี้  เพราะปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย และ Klook ขอเรียกมันว่า “REELationship” (รีล-เลชั่นชิป) คำผสมระหว่าง “Reel” กับ “Relationship” ที่สื่อถึงความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างคนกับคอนเทนต์ท่องเที่ยว  ความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปด้วยการส่งคลิปหากันไปเรื่อย ๆ เต็มไปด้วยความตั้งใจ ความฝัน และแพลนที่พูดกันปากเปล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับถูกดองไว้ ไม่เคยไปถึงขั้นตอนการกดจองเที่ยวบิน โรงแรม หรือกิจกรรมใด ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว พูดง่าย ๆ คือ คนไทยไม่ได้ขาดความอยากเที่ยว – แต่ความอยากเที่ยวนั้นถูก “ดอง” ไว้ในรูปแบบของคลิปที่ถูกแชร์ ถูกไลก์ ถูกคอมเมนต์ว่า “อยากไปมาก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นวงจรที่ไม่มีปลายทาง

ล่าสุดถ้าใครยังดองแพลนอยู่ นี่คือโอกาสที่จะเลิกดองได้ง่ายที่สุด กับงาน Klook Travel Fest เทศกาลหยุดดองแล้วจอง Klook วันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 เวลา 10:00 – 19:00 น. ณ Emsphere ชั้น M บริเวณ Sphere Gallery 1 พบกับดีลเด็ดลดสูงสุด 5,000 บาท และ Flash Sale ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวยอดฮิต

ทำไมคนไทยถึงติดอยู่ใน “REELationship” และดองแพลนไว้ไม่เลิก

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้โซเชียลมีเดียและวิดีโอสั้นเข้มข้นที่สุดในโลก ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน Digital 2026: Thailand โดย DataReportal ระบุว่า ณ เดือนตุลาคม 2568 ประเทศไทยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียถึง 56.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 79.1% ของประชากรทั้งประเทศ และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 67.8 ล้านคน คิดเป็น 94.7% ของประชากร  เท่ากับว่าคนไทยแทบทุกคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ก็มีโอกาสเห็นคอนเทนต์ท่องเที่ยวผ่านหน้าฟีดแทบทุกวัน

ขณะที่ LINE ยังคงเป็นช่องทางหลักที่คนไทยใช้ส่งต่อคลิปวิดีโอท่องเที่ยวให้เพื่อนและคนในครอบครัวแทบทุกวัน ด้วยความที่เป็นแอปแชทที่แทบทุกบ้านใช้งาน การส่งคลิปรีลหรือ TikTok เข้าไปในกรุ๊ปแชทครอบครัวหรือกรุ๊ปเพื่อน จึงกลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้ง่ายกว่าการวางแผนการเดินทางจริงเสียอีก  และง่ายกว่าการ “เลิกดอง” แพลนที่คุยกันไว้เสียอีกด้วย

ข้อมูลจาก Mintel ยังพบว่า 53% ของคนไทยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทางจริง และตัวเลขนี้พุ่งสูงถึง 60% ในกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นโดยตรง สะท้อนให้เห็นว่าการ “เสพ” คอนเทนต์ท่องเที่ยวกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนไทยไปแล้ว ไม่ต่างจากการเสพคอนเทนต์บันเทิงประเภทอื่น  เพียงแต่ความฝันเหล่านั้นมักถูกดองไว้ ไม่ไปถึงปลายทางจริง เพราะการดูคลิปใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่การวางแผนการเดินทางจริงต้องใช้ทั้งเวลา เงิน และความร่วมมือจากคนอื่นอีกหลายคน

เมื่อใจอยากไป แต่กระเป๋าเงินไม่พร้อม แพลนเลยถูกดอง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้แพลนเที่ยวในกรุ๊ปแชทถูกดองไว้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง มาจากภาระทางการเงินที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 86.8% ของ GDP ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 87.1% ในไตรมาสก่อน แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังประเมินว่าตัวเลขนี้จะยังคงสูงกว่า 80% ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ความยั่งยืนที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กำหนดไว้ และถือเป็นหนึ่งในระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดในเอเชีย

เมื่อภาระหนี้สูงขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างการท่องเที่ยวจึงมักเป็นรายการแรก ๆ ที่ถูกตัดออกจากงบประมาณครัวเรือนเมื่อสถานการณ์การเงินตึงตัว แม้ใจจะยังอยากไปเที่ยวอยู่ก็ตาม แพลนที่คุยกันไว้จึงถูกดองต่อไปอีกปี แล้วอีกปี ตัวเลขจากหน่วยงานภาครัฐและโพลสำรวจต่าง ๆ ก็ยืนยันภาพเดียวกันนี้อย่างชัดเจน ผลสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (TPSO) กระทรวงพาณิชย์ ที่สำรวจคนไทยกว่า 6,266 คน พบว่ากลุ่มที่ไม่มีแพลนเที่ยวช่วงปลายปี ให้เหตุผลหลักคือปัญหาทางการเงิน (ราว 27%) และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงเกินไป (ราว 24%)

เช่นเดียวกับผลสำรวจของสวนดุสิตโพลในช่วงสงกรานต์ 2569 ที่สำรวจคนไทยกว่า 1,272 คน พบว่า 51.42% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมงดเที่ยวสงกรานต์เพื่อเก็บเงิน 55.66% ระบุว่าราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจร่วมกิจกรรมสงกรานต์ และ 61.32% ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ

อีกหนึ่งอุปสรรค: การนัดเพื่อนให้ไปพร้อมกัน

นอกจากเรื่องเงิน อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้แพลนเที่ยวในกรุ๊ปแชทถูกดองไว้ไม่ไปถึงวันจองจริงคือ “การนัดคนให้ตรงกัน” ใครก็ตามที่เคยพยายามชวนเพื่อนสัก 4-5 คนไปเที่ยวด้วยกัน ย่อมรู้ดีว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดไม่ใช่การเลือกจุดหมายปลายทาง แต่คือการหาวันที่ทุกคนว่างพร้อมกัน

ผลสำรวจของ Klook เองในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวกว่า 2,725 คนจาก 10 ประเทศ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนที่รับบทเป็น “ตัวตั้งตัวตี” วางแพลนเที่ยวเป็นกลุ่มให้เพื่อน ๆ มากกว่า 80% ต้องใช้เวลาจัดการมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อการเดินทางแต่ละครั้ง ทั้งการหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และตามความคืบหน้าของเพื่อนแต่ละคน แต่กลับเป็นคนที่ได้รับคำขอบคุณน้อยที่สุดในกลุ่ม สะท้อนให้เห็นว่าการประสานงานให้ทุกคนพร้อมไปด้วยกันจริง ๆ นั้นยากและเหนื่อยกว่าที่คิดมาก และเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่แพลนในไอเดียที่คุยกันในแชทมักถูกดองไว้ ไม่เคยกลายเป็นการเดินทางบนเครื่องบินจริง ๆ หลายครั้งที่แพลนถูกดอง ไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยากไป แต่เพราะไม่มีใครอยาก “เป็นคนจัดการ” ทั้งหมดด้วยตัวเอง

จาก “ส่งรีล” สู่ “ได้ไปจริง” Klook คือคำตอบของช่องว่างนี้

ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลนี้ไม่ได้แปลว่าคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่ส่งต่อกันไปมาไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ข้อมูลจาก Klook Travel Pulse 2569 ชี้ว่านักท่องเที่ยวไทยและอาเซียนได้รับอิทธิพลจากคอนเทนท์บนโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจนโดยนักท่องเที่ยวไทยมากถึง 52% ระบุว่าตัดสินใจจองการเดินทางโดยได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และนักท่องเที่ยวในอาเซียนกว่า 80% ก็ได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์โซเชียลมีเดียเช่นเดียวกัน

Klook เข้าใจดีว่าปัญหาของคนไทยไม่ใช่การไม่มีความอยากเที่ยว แต่คือ “ช่องว่าง” ระหว่างแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นทุกวันบนหน้าฟีด กับขั้นตอนที่ยุ่งยากในการเปลี่ยนแพลนที่ดองไว้ให้กลายเป็นการเดินทางจริง ทั้งเรื่องงบประมาณที่ต้องวางแผนให้เหมาะกับกระเป๋าเงิน และการนัดเพื่อนให้ตรงกันโดยไม่ต้องมีใครคนเดียวแบกภาระทั้งหมด

ด้วยแพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ ที่พัก กิจกรรม ไปจนถึงบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมโปรโมชันและตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกงบประมาณ Klook ช่วยให้การจองการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นกว่าที่เคย เพียงไม่กี่คลิกจากตอนที่เห็นคลิปที่ใช่ ก็สามารถกดจองได้ทันที เปรียบเทียบราคา เช็กโปรโมชัน และแชร์แพลนให้เพื่อนในกรุ๊ปเดียวกันได้โดยไม่ต้องรอให้ “แพลนในแชท” ค่อย ๆ ถูกดองไว้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เพราะการเดินทางที่ดีที่สุด ไม่ใช่แพลนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแชท แต่คือการเดินทางที่ได้ออกไปจริง “หยุดดองแล้วจองเลย” ถึงเวลาเปลี่ยนจาก REELationship ให้กลายเป็นการเดินทางที่ได้ไปจริงสักที ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Klook หรือเยี่ยมชม https://www.klook.com/th/tetris/promo/travelth/ เพื่อเริ่มวางแผนการเดินทางในฝันให้กลายเป็นความจริง  ก่อนที่มันจะกลายเป็นแค่อีกคลิปหนึ่งที่ถูกดองไว้ในมือถือ พบกันแบบตัวเป็น ๆ ที่งาน Klook Travel Fest เทศกาล “หยุดดองแล้วจอง Klook”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เดือดระอุกว่าเดิม! “Made in Korea” ซีซัน 2 กลับมาอีกครั้ง เปิดศึกเกมอำนาจครั้งใหม่ ‘ฮยอนบิน–จองอูซอง’ กลับมาประชันบทบาท ในซีรีส์ดราม่า–อาชญากรรมสุดเข้มข้น

สิ้นสุดการรอคอยของแฟนซีรีส์ดรามา–อาชญากรรมฟอร์มยักษ์ “Made in Korea” ซีซัน 2 เมื่อเกมอำนาจที่เคยทิ้งรอยแค้นไว้ในซีซันแรกกลับมาเปิดฉากอีกครั้งหลังผ่านไปนานถึง 9 ปี...

คินดริลจับมือกรุงศรี ต่อสัญญาพันธมิตร เร่งยกระดับระบบ Core Banking

คินดริล (Kyndryl) (NYSE: KD) ผู้นำด้านผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับส่วนงานสำคัญในระดับองค์กร ประกาศต่อสัญญาความร่วมมือระยะยาวกับกรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน))...

ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัวโครงการ “ปั้นให้โต” ชูโมเดลผสานการสร้างแบรนด์และการเงิน

นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ "ปั้นให้โต"...

ปูรากฐานแกร่งสู่ความยั่งยืน “จระเข้ คอร์ปอเรชั่น” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 35

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งครบวงจร นำโดย ดร....

“สหพัฒนพิบูล” ส่ง “iSnack” รสต้มยำnมาในขนาดใหม่ 20 กรัม ราคาเพียง 5 บาท “เคี้ยวสนุก อร่อยไม่หยุดที่คำเดียว”

เปลี่ยนโมเมนต์ธรรมดาให้มีสีสันขึ้นได้ง่าย ๆ เมื่อ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC...