BAM โชว์ 6 เดือนแรก ซื้อหนี้ทะลุ 1 หมื่น ล้านบาท ชู โมเดล Cost Plus ปิดหนี้ไว สร้าง Yield กว่า 15% ลั่น ครึ่งปีหลังลุยอีก 3 บิ๊กดีล คัดหนี้ก้อนใหญ่เติมพอร์ต 5 พันล้านบาท

BAM ตอกย้ำผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) อันดับ 1 ของประเทศไทย โชว์ผลงานครึ่งแรกปี 2569 รับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ จากสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่ง มูลค่าหนี้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตสินทรัพย์ และสร้างการเติบโตในระยะยาว ผลักดันโมเดล Cost Plus มุ่งสร้างทางออกให้ลูกหนี้ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ต ช่วยเร่งการปิดหนี้ได้รวดเร็ว สามารถสร้าง Yield ได้มากกว่า 15% ครึ่งปีหลังเตรียมปิดอีก 3 บิ๊กดีล คัดเลือกหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหญ่เข้าสู่พอร์ตอีก 5,000 ล้านบาท

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า จากการที่ BAM ได้ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มอีก 1 แห่ง แบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ส่งผลให้ในครึ่งแรกปี 2569 ทาง BAM มีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศรวมจำนวน 6 แห่ง มีมูลค่าหนี้กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อเข้ามาบริหารจัดการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และศักยภาพทางการเงินในการเป็น AMC อันดับหนึ่งของประเทศ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตสินทรัพย์ เสริมศักยภาพการเติบโตของ BAM อีกทั้งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของไทย ที่เชื่อว่ายังมีโอกาสในการสร้างมูลค่าได้อีกมาก หากนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเข้ามาช่วยฟื้นฟู

ทั้งนี้ BAM พร้อมผลักดันโมเดล Cost Plus ปิดหนี้ไว เข้ามาปรับใช้กับลูกหนี้ในพอร์ต โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้เร็วขึ้น ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละราย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกหนี้ สถาบันการเงิน และเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่ง BAM คาดว่าพอร์ตการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทน (Yield) ได้มากกว่าร้อยละ 15 ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนผลการดำเนินงานของ BAM ให้เติบโตตามเป้าหมาย

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 BAM ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกพร้อมขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย BAM อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพอีก 3 ดีลใหญ่ มีมูลค่าหนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ต และรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

“เราไม่ได้มองการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพเป็นเพียงการเพิ่มขนาดพอร์ต แต่คือการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่หยุดนิ่งให้กลับมาสร้างคุณค่า และหัวใจของการบริหารหนี้ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการซื้อหนี้มาบริหาร แต่คือการสร้างทางออกที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินและเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน นั่นคือเหตุผลที่ BAM นำโมเดล Cost Plus มาใช้กับพอร์ต เพราะเราเชื่อว่า เมื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ก็จะสร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทไปพร้อมกัน” ดร.รักษ์ กล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กทพ. เร่งเครื่องทางพิเศษภูเก็ต 34.6 กม. จ่อเปิดปี 2574! ดัน Easy Pass สู่ยุค “ขับก่อน จ่ายทีหลัง” รับการเดินทางแห่งอนาคต

กทพ. จัดสัมมนา “54 ปี กทพ. กับโครงการทางพิเศษ” ณ จังหวัดภูเก็ต เปิดแผนพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ...

รฟม. เยี่ยมชมพื้นที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของ BEM

นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำคณะผู้บริหาร รฟม. เข้าเยี่ยมชมพื้นที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของ...

NEDA แจงปมงบกัมพูชา 18.2 ล้าน ยันไม่ใช่เงินช่วยรัฐบาล แต่เป็นค่าชดเชยดอกเบี้ยตามภาระผูกพันเดิม ย้ำ 2 โครงการแล้วเสร็จนานแล้ว

สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (NEDA) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีการกล่าวถึงตัวเลข...