Avaya (อวาย่า) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบบริการ (Customer Experience: CX) รวมทั้งระบบการสื่อสารสำหรับองค์กร ที่ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐทั่วโลก โดดเด่นด้วยความเชี่ยวชาญในการส่งมอบนวัตกรรมคอนแทคเซ็นเตอร์อัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความสำคัญต่อภารกิจและการดำเนินงาน (Mission-Critical Communications) ที่เน้นความเสถียรและความปลอดภัยขั้นสูงสุด ล่าสุดประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเติบโตในปี 2026
เดวิด ฟังก์ (David Funck) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีอวาย่า กล่าวว่า สำหรัยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท ในปี 2026 จะมุ่งต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแกร่งตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดในโลก ให้สามารถยกระดับระบบการสื่อสารสู่ความทันสมัยตามแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละองค์กร อวาย่าเชื่อมั่นว่าองค์กรไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยนระบบเดิมทั้งหมดเพียงเพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI, คลาวด์ และขีดความสามารถด้านประสบการณ์ลูกค้าสมัยใหม่ (Customer Experience) โดยการเติบโตในระยะต่อไปจะมุ่งเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนด้านผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานให้กลายเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มหลักอย่าง Avaya Infinity® ซึ่งออกแบบมาเพื่อการบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าโดยเฉพาะ แพลตฟอร์มนี้มอบความยืดหยุ่นให้องค์กรสามารถติดตั้งระบบได้ทั้งบนคลาวด์ ไฮบริด หรือภายในองค์กร (Local Deployment) โดยพร้อมเปิดกว้างให้สามารถประสานและควบคุมการทำงานแบบอัจฉริยะ (Orchestration) ร่วมกับโมเดล AI ที่หลากหลายผ่านเทคโนโลยี Model Context Protocol (MCP) เพื่อไม่ให้ลูกค้าถูกผูกติดกับผู้ให้บริการ AI เพียงรายเดียว นอกจากนี้ยังมีการนำ Agentic AI มาประสานการทำงานร่วมกับพนักงานมนุษย์ภายใต้แนวคิด Tandem Care ซึ่งเปิดโอกาสให้ AI จัดการงานประจำที่เป็นกิจวัตร ในขณะที่มนุษย์สามารถมุ่งเน้นไปที่การใช้วิจารณญาณและความเข้าอกเข้าใจในการให้บริการลูกค้า
นอกเหนือจากขีดความสามารถบนพื้นที่ดิจิทัลแล้ว Avaya ยังได้ร่วมมือกับ avatarin เพื่อขยายประสบการณ์ลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปสู่สภาพแวดล้อมทางกายภาพผ่านหุ่นยนต์บริการและจุดให้บริการ (Kiosk) ซึ่งพร้อมตอบโจทย์อุตสาหกรรมการเดินทาง ธุรกิจค้าปลีก และพื้นที่ให้บริการสาธารณะ ในขณะเดียวกัน Avaya ยังช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับระบบเป็นระยะ (Phased Modernization) โดยใช้แนวทางปรับระบบสู่ความทันสมัยที่สนับสนุนด้วย AI (AI-Assisted Modernization) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และแปลงการตั้งค่าที่ซับซ้อนให้เป็นบริบททางธุรกิจที่เข้าใจง่าย ซึ่งช่วยลดภาระงานและระยะเวลาในการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่องค์กรยังคงต้องพึ่งพาควบคู่ไปกับการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าของ Avaya Infinity® แล้ว Avaya ยังนำเสนอ Avaya Nexus™ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความสำคัญต่อภารกิจและการดำเนินงาน แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถยอมรับการหยุดชะงักของระบบได้ เช่น สาธารณสุข บริการทางการเงิน และความปลอดภัยสาธารณะ โดยโดดเด่นด้านความน่าเชื่อถือ ระบบเสียงคุณภาพสูง การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการเดิมอย่างวิทยุสื่อสารและระบบประกาศเรียก ซึ่งการผสานรวมกันของเทคโนโลยีทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญของ Avaya ในการช่วยให้ลูกค้าก้าวไปสู่อนาคตพร้อมกับปกป้องโครงสร้างสำคัญที่องค์กรไม่อาจสูญเสียไปได้


