ปวดฟันซี่ในสุด? เช็กสัญญาณต้องผ่าฟันคุด พร้อมวิธีดูแลให้หายไว

วันพฤหัสบดีที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดฟันซี่ในสุด? เช็กสัญญาณต้องผ่าฟันคุด พร้อมวิธีดูแลให้หายไว


อาการปวดฟันซี่ในสุดหรือเหงือกบวมตุบจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถือเป็นความทรมานยอดฮิตของวัยรุ่นและวัยทำงาน หลายคนพอจะรู้ตัวว่านี่อาจเป็นสัญญาณของฟันคุด แต่ก็พยายามทนปวดและผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย เพียงเพราะความรู้สึกกลัวการทำฟัน กลัวเจ็บ หรือกลัวว่าทำเสร็จแล้วหน้าจะบวมเต่ง ในฐานะคนที่เข้าใจหัวอกคนปวดฟันเป็นอย่างดี วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูล และขอคำแนะนำเชิงลึกจากคุณหมอที่คลินิกทันตกรรม TEETH TALK DENTAL CLINIC  มาสรุปให้ฟังกันแบบชัด ๆ ว่าสัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าร่างกายเริ่มไม่ไหวและต้องไปเอาฟันคุดออกด่วน พร้อมแจกทริคเตรียมตัวง่าย ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า การผ่าฟันคุดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!

ทำไม “ฟันคุด” ถึงกลายเป็นตัวปัญหาในช่องปาก?

ฟันคุด (Wisdom Tooth) คือฟันกรามซี่ที่สามหรือซี่ในสุดที่มักจะงอกขึ้นมาในช่วงอายุประมาณ 17-25 ปี แต่ด้วยลักษณะโครงสร้างขากรรไกรของมนุษย์ที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้ฟันซี่นี้มักจะไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะงอกขึ้นมาเรียงตัวตามปกติ ผลที่ตามมาคือฟันอาจโผล่ขึ้นมาได้แค่บางส่วน งอกเอียงไปชนฟันซี่ข้างเคียง หรือบางกรณีก็ฝังตัวนอนราบอยู่ใต้เหงือกและกระดูกขากรรไกรเลย

การที่ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติและทำความสะอาดได้ยากนี้เอง จึงทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรียชั้นดี จนก่อให้เกิดปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ และกลายเป็นตัวปัญหาเรื้อรังในช่องปากที่สร้างความเจ็บปวดในที่สุด

ถอนฟันคุดกับผ่าฟันคุดต่างกันยังไง? แบบไหนเจ็บกว่า?

หลายคนอาจสับสนและกังวลว่าวิธีการเอาฟันคุดออกนั้นต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนที่จะสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่ากัน ความจริงแล้วทันตแพทย์จะประเมินวิธีการรักษาจากลักษณะการขึ้นของฟันคุดเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

  • การถอนฟันคุด : จะใช้ในกรณีที่ฟันคุดสามารถงอกโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้เต็มซี่ในแนวตรง คล้ายกับฟันปกติทั่วไป ทันตแพทย์สามารถใช้เครื่องมือจับและคีบดึงออกมาได้เลย ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและมีความซับซ้อนน้อยกว่า

  • การผ่าฟันคุด : จะใช้ในเคสที่ฟันคุดโผล่ขึ้นมาไม่เต็มซี่ มีลักษณะเอียง นอนขวาง ชนฟันข้างเคียง หรือฝังตัวอยู่ใต้เหงือกทั้งหมด ทันตแพทย์จำเป็นต้องทำการเปิดเหงือกและอาจต้องกรอแบ่งฟันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้สามารถนำฟันออกมาได้ง่ายขึ้น

ส่วนคำถามที่ว่าแบบไหนเจ็บกว่ากัน ในระหว่างการทำทั้งสองวิธีจะไม่รู้สึกเจ็บเลยเพราะมีการใช้ยาชาอย่างเต็มที่ แต่อาจมีความรู้สึกตึงหรือรับรู้ถึงแรงกดได้บ้าง ส่วนหลังยาชาหมดฤทธิ์ การผ่าฟันคุดอาจมีอาการปวดและบวมได้มากกว่าการถอนแบบปกติเล็กน้อย เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวดตามที่คุณหมอสั่ง

เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องถอนหรือผ่าฟันคุดแล้ว

หากใครที่กำลังสงสัยว่าอาการปวดที่เป็นอยู่นั้นถึงขั้นต้องไปพบหมอหรือยัง ข้อมูลจากทันตแพทย์เฉพาะทางของ TEETH TALK DENTAL CLINIC ได้ระบุถึงสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าไม่ควรปล่อยฟันคุดทิ้งไว้อีกต่อไป ดังนี้

1. ปวดกรามเรื้อรัง ปวดตุบ ๆ ร้าวไปถึงหู

อาการปวดบริเวณกรามซี่ในสุดที่มักจะปวดเป็น ๆ หาย ๆ หรือบางครั้งปวดตุบ ๆ อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณคลาสสิกที่พบได้บ่อยที่สุด อาการปวดนี้เกิดจากการที่ฟันคุดพยายามดันตัวโผล่ขึ้นมาพ้นเหงือก หรือกำลังเบียดกระดูกและเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ในบางรายที่มีการอักเสบมาก อาจรู้สึกปวดร้าวลามไปถึงบริเวณหู ขมับ หรือศีรษะร่วมด้วย

2. เหงือกบวมแดง อักเสบ หรือมีหนอง

เมื่อฟันคุดโผล่ขึ้นมาได้เพียงครึ่งเดียว จะมีเนื้อเยื่อเหงือกบางส่วนปกคลุมอยู่ ทำให้เกิดช่องว่างหรือซอกเล็ก ๆ ที่เศษอาหารมักจะตกลงไปติดและทำความสะอาดได้ยากมาก เมื่อสะสมไว้นานวันเข้าจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย ส่งผลให้เหงือกบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ บวมแดง รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส และหากปล่อยให้ติดเชื้อรุนแรงขึ้นก็อาจทำให้มีหนองไหลออกมาได้

3. อ้าปากกว้างลำบาก เจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร

เมื่อเหงือกบริเวณฟันคุดเกิดการอักเสบและบวมเป่ง อาการอักเสบนั้นสามารถลุกลามไปยังกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและข้อต่อขากรรไกรที่อยู่ใกล้เคียงได้ ส่งผลให้การขยับกรามทำได้ยากขึ้น รู้สึกตึงและเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องอ้าปากกว้าง ไม่ว่าจะตอนพูดคุย หาว หรือแม้แต่ตอนเคี้ยวอาหาร ทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

4. มีกลิ่นปากกวนใจ แปรงฟันยังไงก็ไม่หาย

แม้จะรักษาสุขภาพช่องปากอย่างดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ แต่ถ้ายังมีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์อยู่ ฟันคุดอาจเป็นสาเหตุหลัก เพราะเศษอาหารที่เน่าเสียและหมักหมมอยู่ตามซอกเหงือกรอบฟันคุด จะสร้างแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นออกมา ทำให้สูญเสียความมั่นใจในการพูดคุยกับผู้อื่น

5. ฟันกรามซี่ข้างเคียงเริ่มผุ

ฟันคุดที่ขึ้นมาในลักษณะเอียงไปดันหรือเบียดฟันกรามซี่ข้างเคียง จะสร้างซอกหลืบที่ขนแปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้คราบพลัคและแบคทีเรียสะสมตัวเกาะกินผิวฟัน หากปล่อยทิ้งไว้นาน นอกจากจะต้องสูญเสียฟันคุดแล้ว อาจโชคร้ายถึงขั้นฟันกรามซี่ข้าง ๆ ผุทะลุโพรงประสาทฟัน และต้องรักษารากฟันหรือถูกถอนทิ้งตามไปด้วย

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าฟันคุด ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด!

การไปเอาฟันคุดออกไม่ได้น่ากลัวหรือน่ากังวลอย่างที่หลายคนจินตนาการไว้ หากรู้จักวิธีการเตรียมตัวและการดูแลรักษาตัวเองอย่างถูกต้อง ทั้งก่อนและหลังการรักษา ก็จะช่วยให้แผลฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

การเตรียมตัวก่อนไปพบหมอ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมและลดความตึงเครียด

  • รับประทานอาหารให้อิ่มก่อนไปคลินิก เพราะหลังทำเสร็จอาจจะยังมีอาการชาและทานอาหารได้ลำบากในช่วงแรก

  • ทำความสะอาดช่องปาก แปรงฟันให้สะอาดเรียบร้อยก่อนพบทันตแพทย์

  • หากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังทานยาเป็นประจำ (โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด) ต้องแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อนเสมอ

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าฟันคุดให้แผลหายไว

  • กัดผ้าก๊อซให้แน่นตรงบริเวณแผลประมาณ 1-2 ชั่วโมงแรก กลืนน้ำลายและเลือดตามปกติ ห้ามบ้วนทิ้งเด็ดขาดเพื่อป้องกันลิ่มเลือดหลุด

  • ประคบเย็นบริเวณแก้มข้างที่ทำใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและลดอาการบวม

  • รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจนกว่ายาจะหมด

  • เลือกทานอาหารอ่อน ๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวเยอะ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ร้อนจัด หรือของแข็ง

  • งดการดูดแผล ใช้ลิ้นดุนแผล รวมถึงงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลสมานตัวช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนหลังผ่าฟันคุดที่ควรรีบกลับไปพบทันตแพทย์?

หลังจากการรักษากลับมาพักฟื้นที่บ้าน อาการปวดและบวมถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่คุณหมอที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC ยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า หากมีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบกลับไปพบทันตแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดตัดไหม

  • มีเลือดไหลออกมาจากแผลในปริมาณมาก หรือเลือดไหลไม่หยุดหลังผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมง

  • อาการบวมไม่ยุบลงภายใน 3-5 วัน หรือสังเกตเห็นว่าบวมเป่งและแดงขึ้นเรื่อย ๆ

  • มีอาการปวดรุนแรงมากขึ้นจนทานยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่ทุเลาลง

  • มีหนองไหลออกมาจากบริเวณแผล หรือรู้สึกถึงกลิ่นเหม็นเน่าในช่องปากอย่างรุนแรง

  • มีไข้สูง ตัวร้อน หรือมีอาการชาบริเวณริมฝีปาก คาง และลิ้นนานเกิน 1 วันหลังการผ่าตัด

ชี้เป้าคลินิกผ่าฟันคุดปลอดภัย คิวไม่รอนาน ที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC

หากเช็กสัญญาณเตือนแล้วพบว่าเข้าข่ายต้องเอาฟันคุดออกอย่างแน่นอน แต่ยังไม่รู้จะไปใช้บริการที่ไหนดี ขอแนะนำ TEETH TALK DENTAL CLINIC คลินิกทันตกรรมที่พร้อมเปลี่ยนประสบการณ์การทำฟันให้เป็นเรื่องง่ายและสบายใจกว่าที่เคย ที่นี่โดดเด่นด้วยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมช่องปากที่มีความเชี่ยวชาญสูง มือเบา และสามารถจัดการกับเคสฟันคุดได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะฝังลึกหรือท่ายากแค่ไหนก็เอาออกได้หมดจด ปลอดภัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีการเอกซเรย์ที่ทันสมัย ช่วยให้คุณหมอประเมินรากฟันและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

นอกจากเรื่องความเชี่ยวชาญทางการแพทย์แล้ว TEETH TALK DENTAL CLINIC ยังใส่ใจเรื่องการบริการที่มีระบบการจัดการคิวอย่างดีเยี่ยม ทำให้ไม่ต้องไปนั่งรอนาน ๆ ให้เสียอารมณ์ บรรยากาศภายในคลินิกสะอาดสะอ้านและพนักงานดูแลอย่างเป็นกันเอง ช่วยลดความตื่นเต้นและความกลัวไปได้มาก ที่สำคัญสำหรับคนที่มีสิทธิประกันสังคม ยังสามารถใช้สิทธิทำฟันเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 900 บาทต่อปี โดยยื่นแค่บัตรประชาชนใบเดียว ไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าให้ยุ่งยากอีกด้วย




บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ