กรมสุขภาพจิต คว้ารางวัล“เลิศรัฐ” จากผลงานเพิ่มการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยจิตเวช

วันอาทิตย์ที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กรมสุขภาพจิต คว้ารางวัล“เลิศรัฐ” จากผลงานเพิ่มการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยจิตเวช


กรมสุขภาพจิต คว้ารางวัล“เลิศรัฐ” จากผลงานเพิ่มการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยจิตเวช โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า ยอดเข้าถึงเพิ่ม 15 เท่าตัวในรอบ 10 ปี ผู้ป่วยเกือบ 8 แสนคนได้รับการรักษา ร้อยละ 80 หายป่วย/ทุเลา ขยับฝัน 20 ปี เพิ่มความสุขคนไทยติดโผโลกอันดับ  26 !!!

11 ก.ย.60 ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กทม. นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยนายแพทย์ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2560 จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในงานสัมมนาวิชาการ “พลิกโฉมภาครัฐด้วยนวตกรรม” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือกพร. ซึ่งในปี 2560 นี้ กรมสุขภาพจิตได้รับรางวัลองค์กรคุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ด้านกระบวนการคุณภาพและนวัตกรรม จากผลงานจัดระบบดูแลสุขภาพจิตประชาชนอย่างมีคุณภาพ เพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยจิตเวชและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ที่โดดเด่นมี 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าซึ่งมีคนไทยป่วยโรคนี้ประมาณ 1.5 ล้านคน และหากมีอาการซึมเศร้ารุนแรง อาจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้สูงกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่าตัว 2. การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของทีมช่วยเหลือเยียวยาด้านจิตใจประชาชนในสถานการณ์วิกฤติสุขภาพจิต และ 3.การสร้างเครือข่ายในการให้บริการสุขภาพจิตแก่ประชาชนที่ใกล้บ้าน

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวว่า ในการจัดระบบการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้า มุ่งเน้น 5มาตรการหลัก ได้แก่ 1. การสร้างความตระหนักความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องว่าโรคนี้เป็นโรคทางสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ ไม่ใช่ความอ่อนแอทางอารมณ์ ต้องได้รับการรักษา 2. การค้นหาเพื่อลดความรุนแรงของโรคในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงซึ่งมีประมาณ 14 ล้านคน เช่นผู้ป่วยกลุ่มสูงอายุหรือโรคเรื้อรัง แม่หลังคลอด รวมถึงผู้ที่มีความเครียดระดับรุนแรง เป็นต้น ซึ่งกรมฯได้พัฒนาแบบคัดกรอง ที่เป็นนวตกรรมที่พัฒนามาจากการศึกษาวิจัย ใช้เป็นเครื่องมือค้นหาปัญหาในกลุ่มเสี่ยงได้แก่แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า 2 คําถามหรือ2 คิว (2Q) แบบประเมินคัดกรอง 9 คำถามหรือ 9 คิว (9Q)  และแบบประเมินภาวะการฆ่าตัวตาย 8 คําถามหรือ 8 คิว (8Q) และโปรแกรมระวังโรคซึมเศร้า ซึ่งใช้บริการทั่วประเทศ  3.การตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างรวดเร็วจากแพทย์ ลดระยะเวลาและความรุนแรงอาการโรคซึมเศร้า 4. การป้องกันผลแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคซึมเศร้าที่สำคัญที่สุดคือการฆ่าตัวตาย และ 5. การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ผู้ให้บริการจะผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าของกรมสุขภาพจิต ทั้งแพทย์ทั่วไป 1,900 คน พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวม 11,838 คน และอสม.ร่วมดำเนินการในชุมชนทั่วประเทศจำนวน 24,309 คน 

 “ผลดำเนินงานรในรอบ 10 ปี สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการจากที่มีน้อยเพียงร้อยละ 3.7 ในปี 2551เพิ่มเป็นร้อยละ 54.16 หรือเกือบ 8 แสนคนในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 15 เท่าตัว ผู้ป่วยร้อยละ 80 หายหรืออาการทุเลา ส่งผลให้ลดการฆ่าตัวตายสำเร็จในกลุ่มผู้ป่วย จากการติดตามระบบนี้สามารถทำให้ผู้ป่วยภายใต้โครงการฆ่าตัวตายลดลง โดยกรมฯตั้งเป้าหมายในปี 2563 จะเพิ่มการเข้าถึงผู้ป่วยโรคซึมเศร้าให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว 

สำหรับระบบการดูแลจิตใจประชาชนที่ประสบภัยวิกฤติฉุกเฉิน ได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานช่วยเหลือเยียวยาจิตใจสําหรับทีมช่วยเหลือเยียวยาด้านจิตใจหรือทีมเอ็มแคท (MCATT: Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team)  ที่มีเครือข่ายทุกอำเภอประมาณ  800 ทีม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สามารถค้นหาช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยในเบื้องต้นและส่งต่อผู้เชี่ยวชาญในกรณียุ่งยากและมีอาการรุนแรง เพื่อป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า และป้องกันการฆ่าตัวตายหลังเกิดเหตุการณ์  

ส่วนมาตรการเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยจิตเวชและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลที่อยู่ในเขตสุขภาพทั่วประเทศเป็นเครือข่ายบริการใกล้บ้าน ให้การรักษาขั้นต้น และให้โรงพยาบาลจิตเวช 19 แห่ง เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง ซับซ้อน จำเป็นต้องรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ศูนย์สุขภาพจิตทั้ง 13 แห่ง สนับสนุนด้านองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทันสมัยเพื่อการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในแต่ละเขตสุขภาพ และเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ปรึกษาปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าประชาชนเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น ในปี 2559 โรคจิตเวชที่สำคัญเช่นจิตเภท เข้าถึงบริการถึงร้อยละ 70 หรือกว่า 3 แสนคน เด็กที่เป็นออทิสติกเข้าถึงบริการเพิ่มถึงร้อยละ 9 มีประชาชนขอรับคำปรึกษาสายด่วน 54,134 คน เข้าถึงความรู้สุขภาพจิตทางโซเซียลมีเดีย 2 ล้านคน 

ทั้งนี้กรมสุขภาพจิต ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2564  ประชาชนไทยมีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มีตัวชี้วัดผลงาน 4 ตัวได้แก่  1) อัตราการฆ่าตัวตาย ไม่เกิน 6.0 ต่อ ประชากรแสนคน จากปัจจุบัน 6.47 ต่อแสนประชากร 2) เด็กไทยมีระดับสติปัญญา(IQ)เฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า 100 จุด จากปัจจุบัน 98.23 จุด  3) ร้อยละ 80 ของเด็กไทยมีความฉลาดทางอารมณ์(EQ)อยู่ในเกณฑ์ปกติขึ้นไป จากปัจจุบัน ร้อยละ 77 และ 4) ผู้ป่วยโรคทางจิตเวชที่สําคัญเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 20  นอกจากนี้ยังได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาในแผน 20 ปี ประเทศไทยมีอันดับดัชนีชี้วัดความสุข( World Happiness Index ) ไม่เกินลําดับที่ 26  ปัจจุบันอยู่ที่ลําดับที่ 32  ลดอัตราฆ่าตัวตายสำเร็จไม่เกินร้อยละ 5.1  เพิ่มระดับสติปัญญาในเด็กไทยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 105 จุด เด็กไทยมีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์ปกติขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 85  อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ