“อวาย่า” จัดงานโรดโชว์ที่ประเทศไทย Experience Avaya Thailand เพื่ออัพเดทเทคโนโลยีและบริการทางด้านคอนแท็คเซ็นเตอร์และ Unified Communicationsล่าสุดอันเป็นโซลูชั่นหลักของทางอวาย่าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ การจัดงานสัมมนาโรดโชว์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงตลาดประเทศไทยที่อวาย่าให้ความสำคัญ โดยอวาย่าเพิ่งจะจัดงานระดับเอเชียแปซิฟิคไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีผู้บริหารระดับสูง ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจมากมายเข้าร่วมงาน
นาย ซามิ อัมมัส กรรมการผู้จัดการ อวาย่า อาเซียน และคุณบัณฑิต วงษ์บัณฑูรย์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย มาร่วมเปิดเผยความเคลื่อนไหวของบริษัท หลังจากผ่านช่วงวิกฤตครั้งสำคัญและกลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าทางอวาย่ายื่นคำร้องขอปรับโครงสร้างหนี้หรือที่เรียกว่ากฏหมายChapter 11 และภายในเวลาไม่ถึงสองปี อวาย่าก็สามารถเคลียร์สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทเป็นผลสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นยังนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คภายในชื่อย่อ AVYA
“เราต้องขอขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรของเราที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมันต่ออวาย่า โดยให้การสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ บริษัทมีการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้โดยในปี 2017มียอดรายได้รวม 3,272ล้านยูเอสดอลล่าร์ และจำนวนลูกค้าที่มีกว่า 300,000รายทั่วโลกอวาย่าได้วางกลยุทธ์ใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่การเป็นผู้เล่นในฐานะ platform playerที่เน้นความยืดหยุ่น เป็นระบบเปิด รองรับคลาวด์ และนำเทคโนโลยีเช่น IoTปัญญาประดิษฐ์ บล็อคเชน มาต่อยอดโซลูชั่น โดยแพลทฟอร์มของอวาย่าจะช่วยในเรื่องของ digital transformation และเป็นระบบเปิดสามารถเชื่อมต่อกับแอพที่พัฒนาเองหรือของผู้เล่นรายอื่น ๆ ได้”
ทั้งนี้ บริษัทมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยแบ่งออกเป็น 2กลุ่มใหญ่ ๆ คือ Avaya Oceanaหรือระบบคอนแท็คเซ็นเตอร์ที่ผสานการทำงานของโซลูชั่นด้านการสื่อสารแบบรวมศูนย์ (UC)ของเรา และAvaya Equinoxซึ่งเป็น UCแพลทฟอร์มตัวแม่ของเรา รวมถึงเรายังได้ออกโปรดัคส์ทางด้านโทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับไวไฟและบลูทูธอีกด้วย
นอกจาก อวาย่าจะเป็นผู้ให้บริการ Unified Communications และ Contact Centerรายใหญ่ที่สุดในระบบคลาวด์แล้ว มีรายงานว่า ณ ปัจจุบันจำนวนลูกค้าคอนแทคเซ็นเตอร์ที่ย้ายไปใช้ระบบคลาวด์มีอยู่เพียงประมาณ 10% เท่านั้นและนั่นหมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่ดีเยี่ยม โซลูชั่นของอวาย่ามีทั้งความยืดหยุ่น เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิด และเพิ่มทางเลือกในการติดตั้งวางระบบในแบบที่ลูกค้าต้องการ
“ในช่วง2ปี รายได้ของประเทศไทยไม่ได้ลดลงเลยสิ่งที่เราทึ่งและรู้สึกปลาบปลื้มใจคือลูกค้าองค์กรรายใหญ่ทั้งหมดให้ความเชื่อมันในโซลูชั่นของเราและไม่ได้ทอดทิ้งเราเพราะโดยพื้นฐานแล้วอวาย่าเป็นบริษัทที่ดี มีการพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการและทิศทางของธุรกิจต่าง ๆ อยู่แล้วการพัฒนา 2โซลูชั่นหลักตามที่ได้กล่าวถึง และการทำเป็นระบบเปิดเพื่อให้เชื่อมต่อกับคนอื่นได้นั้น เพราะเราคิดจาก end-user เป็นหลัก และเรามองว่าปัจจุบันไม่มีอะไรที่จะคาดการณ์ได้ในระยะยาว อวาย่ามาช่วยต่อยอดเพื่อให้องค์กรไม่ต้องเสียเวลาและเงินลงทุนเพื่อไปเปลี่ยนระบบใหม่หมด หากแต่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาระบบทีมีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น และช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในระยะยาวได้”