ไห่เยี่ยน ถล่มฟิลิปปินส์ยับ รัฐยังมั่นใจเศรษฐกิจโตเกินเป้า

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ไห่เยี่ยน ถล่มฟิลิปปินส์ยับ รัฐยังมั่นใจเศรษฐกิจโตเกินเป้า


ฟิลิปปินส์ ยังคาดหวังเศรษฐกิจขยายตัวเกินเป้าที่ 6-7% ในปีนี้ แม้ได้รับความเสียหายจากพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น "ไห่เยี่ยน" คาดต้องนำเข้า ข้าว น้ำตาล เพิ่มขึ้น ทั่วโลกยื่นมือเข้าช่วยแล้ว หลัง ขาดแคลนหนักมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 หมื่นคน เตรียมรับโซนร้อน "โซไรดา" ที่คาด เคลื่อนตัวเส้นทางเดียวกับไห่เยี่ยน...

นายอาร์เซนิโอ บาลิซากัน ประธาน วางแผนด้านเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ จะยังคงขยายตัวได้เกินเป้าที่ 6-7% ในปีนี้ แม้ว่าจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากซูเปอร์ไต้ฝุ่น "ไห่เยี่ยน" ที่พัดเข้าถล่มภาคกลางของประเทศเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) ก็ตาม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงประเมินผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นลูก นี้ที่จะมีต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิต เพราะฉะนั้น จึงยังไม่สามารถ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินความเสียหายได้ในขณะนี้

ทั้งนี้ อัตราการขยายตัวต่อปีในครึ่ง แรกของปีนี้ อยู่ที่ 7.6% โดยอัตราการเติบ โต้ในไตรมาสที่ 3 น่าจะเกินกว่าร้อยละ 7 เนื่องจากการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งและการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่สำนักบริหารกำกับดูแลผล ผลิตน้ำตาลของฟิลิปปินส์ ระบุว่า ผลผลิต น้ำตาลในพื้นที่เพาะปลูกเขตวิซายาส ซึ่งเป็นฐานการผลิตน้ำตาลมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 50,000-120,000 ตันจากผลกระทบของพายุไต้ฝุ่น จากรายงานเบื้องต้นระบุว่า พื้นที่การผลิตน้ำตาลได้รับความ เสียหาย 25,000 เฮกเตอร์ และความเสีย หายอาจจะเพิ่มขึ้น

ด้านสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์อาจจะต้องนำเข้าข้าว เพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะขาดแคลน ซึ่งอาจสูงเกินเป้าหมายเดิมของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ได้ประเมินไว้ที่ 1.1 ล้านตัน หลังมีการประเมินสถานการณ์ข้าว ด้วยการเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านดาวเทียม

นายซามาเรนดู มาฮันตี นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปริมาณการนำเข้าอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสียหาย ขณะที่เขตวิซายาสตะวันออก ที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนมากที่สุดนั้น ผลิตข้าวคิดเป็น 5% ของทั้งประเทศเท่านั้น ขณะที่ภาวะขาดแคลนดังกล่าวอาจทำให้สต็อกข้าวตึงตัว

ขณะเดียวกัน สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำลังเร่งเดินหน้าภารกิจบรรเทาภัย ขณะที่ความเสียหายส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในเมืองและรอบๆ เมืองทาโคลบาน เมืองหลวงของจังหวัดเลย์เต ด้านสภากาชาดสากล เปิดเผยว่า ความยากลำบาก ในการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักสุดนั้น ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ชัดเจนได้ ส่วนทางการฟิลิปปินส์ระบุว่าผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 10,000 ราย และบ้านเรือนได้รับความเสียหายอีกกว่า 5,000 หลัง ทำให้ประชาชนต้องไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 660,000 คน

นานาชาติ ระดมความช่วยเหลือช่วยชาวฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความยากลำบาก คนในท้องที่เผยเริ่มมีปัญหาปล้นสะดมกันแล้ว หลังจากไม่สามารถเข้าถึงอาหารและน้ำดื่มได้

ด้านคณะกรรมาธิการของสหภาพยุโรป (อีซี) ได้อนุมัติงบช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 ล้านยูโร พร้อมกับส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือยามเกิดภัยพิบัติ นอกจากนี้ หน่วยงาน 2 แห่งภายใต้การดูแลของยูเอ็น คือ องค์การอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประกาศมอบเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้นทันที 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 63.4 ล้านบาท) รวมถึงการเริ่มจัดส่งเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคและบริโภครวมกว่า 100 ตันไปยังฟิลิปปินส์ พร้อมกับจัดส่งเต็นท์ที่อยู่อาศัยชั่วคราว พร้อมกับอาหารและอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานแล้ว

สำหรับ พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ได้รับการระบุว่าเป็นพายุลูกหนึ่งที่พัดเข้าฝั่งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีการจดบันทึกมาโดยความเร็วลมของพายุดังกล่าว โดยปกติอยู่ที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหากมีลมกระโชกแรงจะอยู่ที่ 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 15 เมตร และทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก โดยวัดปริมาณน้ำฝนถึง 400 มิลลิเมตร

ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ อาจ เจอพายุลูกใหม่อีก เมื่อเจ้าหน้าที่ทางตอนใต้ของประเทศ สั่งยกเลิกการเรียนการสอนและอพยพประชาชนเพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อน "โซไรดา" ที่กำลังเคลื่อนตัวมาทางฝั่งตะวันออกของเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่จังหวัดดาเวาเหนือ จังหวัดดาเวาตะวันออก และจังหวัดกอม โพสเตลาแวลลีย์ ได้สั่งให้คณะทำงานด้านภัยพิบัติเตรียมพร้อม เนื่องจากสำนักงานบริการบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์และดาราศาสตร์ได้ประกาศเตือนภัย พายุระดับหนึ่งจากทั้งหมดสามระดับในสามจังหวัดนี้และอีก 13 แห่ง บนเกาะมินดาเนา และหมู่เกาะวิซายา ทางตอนกลางของประเทศ ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากจังหวัดซูริเกาใต้ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 830 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุด 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะพัดผ่านในเส้นทางเดียวกับไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ