Toggle navigation
วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
วิเคราะห์-บทความ-คอลัมน์
จีนเดินหน้าปฏิรูประบบเศรษฐกิจชูธงธุรกิจบริการทดแทนภาคส่งออก
จีนเดินหน้าปฏิรูประบบเศรษฐกิจชูธงธุรกิจบริการทดแทนภาคส่งออก
วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
จีนยุคใหม่ภายใต้การขับเคลื่อนของประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง กำลังคร่ำเคร่งกับการปฏิรูปโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น ในระหว่างการประชุมสุดยอดระดับ ผู้นำ สูงสุดของประเทศที่กำหนดจัดขึ้นใน ช่วงวันที่ 9-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง โหมโรงก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มต้นขึ้น โดยประกาศว่ารัฐบาลจะมุ่ง เน้นการปฏิรูปโครงสร้างระบบเศรษฐกิจจากการพึ่งพา ภาคการส่งออกสินค้าและบริการราคาถูก ไปสู่การพึ่งพากำลังซื้อของฐานประชากรกว่า 1,300 ล้านคนภายในประเทศเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมใหม่
ในทรรศนะของนายกรัฐมนตรีจีน ยังยืนยันด้วยว่ารัฐบาลจะลดภาระการขาดดุลงบประมาณ และลดการอัดฉีดปริมาณเงินลงสู่ระบบเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีความยั่งยืน
โอกาสเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรีจีน คาดหมายว่าเพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงแก่การพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างยั่งยืน รัฐบาลมีความจำเป็นต้องพยายามดูแลให้เศรษฐกิจขยายตัวให้ได้ในอัตราเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7.2 ต่อปี ทั้งนี้เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีขีดความสามารถในการดูดซับแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดโดยเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน หาไม่แล้วจะส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาการว่างงานขึ้นได้
ภายใต้ทิศทางการปฏิรูปเศรษฐกิจบนฐานการพึ่งพาตัวเอง และการพึ่งพาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์เป็นสำคัญ ทำให้แนวโน้มบทบาทของภาคการส่งออก และการลงทุนภาคอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมจะถูกลดความสำคัญลง
ในทางตรงกันข้ามภาคเศรษฐกิจที่จะถูกยกระดับความสำคัญมากขึ้นในฐานะเสาหลักของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ น่าจะมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือภาคธุรกิจบริการท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มจะขยับสัดส่วนในมูลค่าผลผลิตมวลรวมในประเทศจากร้อยละ 45 ในปัจจุบันเป็นร้อยละ 47 ในปี 2558
กลุ่มที่สอง คือกลุ่มธุรกิจการค้าแบบพาณิชย์อิเล็ก ทรอนิกส์ หรือ "อี-คอมเมิร์ซ"
กลุ่มที่สาม คือกลุ่มธุรกิจการขนส่ง
ทุกวันนี้วิวัฒนาการโครงข่ายการขนส่งของจีนได้ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นมีการให้บริการขนส่งทางรถไฟเชื่อมโยงจากนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน พาดเข้าไปถึงใจกลางทวีปยุโรป ที่ประเทศโปแลนด์เรียบร้อยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงทุกเมืองหลักของประเทศเข้าด้วยกันอย่างน้อย 7 โครงข่ายสายทาง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 7 ปี
หนึ่งใน 7 โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือโครงข่ายสายทางที่เชื่อมมหานครเซี่ยงไฮ้เข้ากับนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ผ่านนครเฉิงตู ซึ่งเป็นสายทางที่ใกล้ชิดกับประเทศไทยอย่างมาก เพียงแค่ทะลุจากคุนหมิง เข้าไปยังเมืองเชียงรุ้ง หรือ "12 ปันนา" ก็สามารถต่อเชื่อมเข้ามายังประเทศไทยได้โดยสะดวกตามเส้นทางซูเปอร์ไฮเวย์ "อาร์ 3 เอ"
สำหรับเป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจของจีน นอกเหนือจากการพึ่งพาตัวเองเป็นสำคัญแล้ว ยังมีความมุ่งมั่นเพื่อลดช่องว่างความรวย-จน และลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
น่าเสียดายที่นี่ประเทศไทย ยังติดหล่มความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องทักษิณ ชินวัตร หัวทิ่มหัวตำกันไม่เลิก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
Wall Rack คืออะไร? พร้อมวิธีเลือกซื้อให้...
...
ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเ...
...
5 บัตรเครดิตสายกิน 2569 กินร้านหรู-สตรีท...
...
อยากย้ายที่อยู่บริษัทต้องทำอย่างไร สรุปข...
...
รวม 5 ไอเดียงานเสริมทำที่บ้าน สร้างรายได...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ