จากกระแสดิจิตอลที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักในยุคปัจจุบัน ที่ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้แปรเปลี่ยนไปสู่โลกของออนไลน์เกือบทั้งหมด ส่งให้เหล่าธุรกิจทุกประเภทจำต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือแผนการทำงานให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนไปในขณะนี้เพื่อให้ธุรกิจของตนยังคงเดินหน้าคงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน และแน่นอนหนึ่งธุรกิจที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างหนักเพื่อให้คงอยู่ต่อไปได้นั้น นั่น คือ ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นธุรกิจอันดับแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่โลกผันแปรไปสู่ยุคดิจอล
ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารคนรุ่นใหม่ทายาทรุ่นที่ 2 ของ บริษัท วงศ์สว่างพับลิชชิ่ง แอนด์ พริ้น ที่ถือได้ว่าเป็นบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสื่อสิ่งพิมพ์เจ้าใหญ่และมีชื่อเสียงในไทยมาอย่างยาวนาน ที่ได้เป็นผู้ผลิตสื่อนิตยสาร The Guitar Mag นิตยสารดนตรีอันดับหนึ่งของเมืองไทย , Bride Magazine นิตยสารฟั่นชุดแต่งงานบับแรกของเมืองไทย และ Hairworld Pus+ นิตยสารฟรีก็อปปิ้ง แฟชั่นผมอันดับหนึ่งของเมืองไทย มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ จนปัจจุบันได้ส่งไม้ต่อมาให้ลูกสาวคนเก่งมาสานต่อธุรกิจเพื่อเข้ามาทำการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ตรงจุดกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
โดย “ ปิยะวัลย์ วงศ์สว่าง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์สว่าง ครีเอชั่น จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ทำการจัดตั้งบริษัท วงศ์สว่าง ครีเอชั่น จำกัด ซึ่งจะเป็นบริษัทลูกในเครือวงศ์สว่างพับลิชชิ่งแอนด์ พริ้นติ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตสื่อนิตยสารดนตรี The Guitar Mag รวมถึงนิตยสารชุดแต่งงาน Bride Magazine และนิตยสารแฟชั่นเกี่ยวกับทรงผม Hairworld Pus+ โดยบริษัทใหม่ดังกล่าวจะมีหน้าที่ในการต่อยอดธุรกิจสิ่งพิมพ์ เพื่อนำเสนอคอนเทนต์เข้ามาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์
สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาระบบหลังบ้านหรือระบบสารสนเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงไปสู่ผู้บริโภค เบื้องต้นเตรียมจะเปิดตัวเฟสแรกของบริษัท ที่กำลังนำพาธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย www.TheGuitarMag.com,www.HairWorldPlus.com และ www.BrideWeddingMagazine.com โดยเว็บไซต์เหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งความรู้ด้านดนตรี ความสวยความงาม การแต่งงาน รวมถึงแหล่งศูนย์รวมสินค้าและบริการ เฟสต่อไปจะพัฒนาเป็นแอพลิเคชั่น เพื่อทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ ที่กระจายครอบคลุมทุกช่องทาง
“หลังจากที่เราพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเข้าสู่ระบบไดเรคทอรี่ไปแล้ว ก็เชื่อว่าจะทำให้ยอดผู้เข้าชมในแต่ละเว็บไซต์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3 แสนคนต่อเดือน หรือมากสุดอยู่ที่ 1 ล้านคนต่อเดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 1 แสนคนต่อเดือน โดยดิจิทัลแฟลตฟอร์มของบริษัท จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการประชาสัมพันธ์ของผู้ประกอบการ และในมุมผู้บริโภคก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายภายในเว็บไซต์เดียว”
ส่วนรายได้ของเว็บไซต์จะมาจากค่าโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ รวมถึงค่าบริการของผู้ประกอบการ ที่ต้องการออพชั่นเพิ่มเติม เพื่อทำการอัพเดทข้อมูลร้านของตัวเอง หรืออยากโปรโมทร้านมากเป็นพิเศษ รวมถึงรายได้ที่จะมาจากการรับรีวิวในการเขียนบทความประชาสัมพันธ์ให้กับร้านค้า คาดการณ์ว่าจะมีมากกว่า 1 หมื่นร้านค้า ที่สนใจเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มของบริษัท เนื่องจากผู้ประกอบการทั้งในส่วนของธุรกิจความสวยงามความ ดนตรี และงานแต่งในประเทศไทยยังมีอยู่จำนวนมาก
นอกเหนือ จากการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อรับผิดชอบดิจิทัลแพลตฟอร์มแล้ว ยังมีบริการในส่วนของการจัดงานงานอีเว้นท์อีกด้วย จากปกติในแต่ละปีจะอยู่ที่ 3-5 งาน เบื้องต้นต้องการเพิ่มการจัดงานเป็น 5-10 งานต่อปี ทั้งในส่วนของอีเว้นท์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมกัน คาดวาจะส่งผลให้ภายใน 3 ปีนับจากนี้ รายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ 100 ล้านบาท