กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ภาคที่9จ.ชลบุรี

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ภาคที่9จ.ชลบุรี


กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขั บเคลื่อนแผนพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 รุกเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ภาคที่ 9 จ.ชลบุรี เน้นกลยุทธ์การรวมกลุ่มคลั สเตอร์ หวังเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เสริมศักยภาพ SMEs เล็งผลักดันให้กลายเป็นพื้นที่ “อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต” อุตสาหกรรมตั้งต้นก่อนพัฒนาสู่ อุตสาหกรรมการแพทย์ เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอาง ล่าสุด จับมือภาคเอกชนรายใหญ่ ติดตั้งชุดฝึกระบบอัตโนมัติ หวังให้เป็นศูนย์ต้นแบบแห่ งการเรียนรู้เทคโนโลยียุคดิจิตั ลแก่อุตสาหกรรมไทยในภาคตะวันออก ซึ่งเมืองอุตสาหกรรมและศูนย์ กลางโลจิสติกส์ที่สำคั ญของประเทศ  

ดร.อุตตม สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุ ตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (Industry Transformation Center) หรือศูนย์ ITC 4.0 เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่ วยงานในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่ อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ เศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมและสร้ างสรรค์ โดยอาศัยแพลทฟอร์มที่ผลักดันให้ บริษัทผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก (Global Player) รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ (LEs) ที่มีการวิจัยและพัฒนานวั ตกรรมอยู่แล้ว มามีส่วนร่วมในการทำให้ SMEs สามารถปรับตัวพร้อมรับมื อความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทั ลและพัฒนาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์ ITC 4.0 เปรียบเสมือนกับข้อต่อกลางที่ จะเข้ามาช่วย SMEs ที่ไม่พร้อมในเรื่องของบุ คลากรด้านวิศวกรรมที่ยังต้องสั่ งสมประสบการณ์  และเครือข่ายที่สนับสนุนการผลิ ตให้สามารถปฏิรูปธุรกิ จของตนเองผ่านกระบวนการ SMEs Transformation ตามแพลทฟอร์มต่างๆ ที่เหมาะสม มีการให้บริการในส่วนของ Co-Working Space ให้บริการเครื่องจักรกลางที่ได้ รับความร่วมมือจากองค์ กรขนาดใหญ่ เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าไปใช้บริการได้โดยไม่ ต้องลงทุนเอง โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ ITC 4.0 เป็นศูนย์กลางของการเชื่ อมโยงงานวิจัย รวมถึงบุคลากรในประเทศ ให้สามารถเปลี่ยนแปลงสู่ความมั่ นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการขยายไปยังศูนย์ส่งเสริ มอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมระดั บจังหวัด โดยการปรับให้เหมาะสมกับอุ ตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับอั ตลักษณ์ของชุมชนแต่ละแห่ง โดยคาดว่าจะทำให้ผู้ ประกอบการในท้องถิ่น มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและสร้ างรายได้ให้กับประเทศอย่ างมหาศาล

ด้านนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) มุ่งเสริมความเข้มแข็งให้กับ SMEs ทุกระดับให้มีการปรับตัวก้าวทั นกับสถานการณ์ดิจิทัลของโลก รวมทั้งมุ่งพัฒนา SMEs ให้เป็น SMEs 4.0 (Smart SMEs) อย่างต่อเนื่อง โดย กสอ. มีแผนในการเร่งดำเนินการเปิดศู นย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ในส่วนภูมิภาคเพิ่มอีก 7 แห่ง โดยจะอยู่ในพื้นที่ตั้งของศูนย์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคจังหวัด ได้แก่ จ.พิจิตร จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.สุพรรณบุรี         จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ชลบุรี เพื่อให้บริการและสนับสนุนผู้ ประกอบการไทยในระดับภูมิภาคให้ เข้มแข็ง เสริมความแกร่งด้านนวั ตกรรมและเทคโนโลยี เป็นการเตรียมความพร้อมสู่ โลกแห่งธุรกิจยุคดิจิตัล โดยคาดว่าศูนย์ ITC 4.0 จะเปิดให้บริการครบทุกแห่ งภายในปี 2561 นอกจากนี้ กสอ.ยังคงให้ความสำคัญและมุ่ งเน้นการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่ อมโยงอุตสาหกรรม (Cluster) โดยตั้งเป้าพัฒนากลุ่มอุ ตสาหกรรม 14 กลุ่ม/280 กิจการ ครอบคลุมสาขาต่างๆ เช่น เกษตรแปรรูป เครื่องสำอาง ข้าวอินทรีย์ ผ้าทอ ของฝากของที่ระลึก เป็นต้น ส่วนในด้านการสร้างและเชื่ อมโยงเครือข่ายคลัสเตอร์อุ ตสาหกรรมแห่งอนาคต (Super Cluster) ตั้งเป้าพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรม 8 กลุ่ม/160 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต ดิจิทัล และเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคั ญในการต่อยอดผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้เข้มแข็ง พร้อมทั้งทำให้สินค้าและบริ การของไทยขยายตลาดไปสู่ระดั บสากลได้มากขึ้นอีกด้วย

ดร.รุ่งโรจน์ อิฐรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุ ตสาหกรรม ภาคที่ 9 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (Industry Transformation Center) หรือศูนย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 จังหวัดชลบุรี ขณะนี้ได้มีความพร้อมในการให้ บริการของศูนย์ฯ รวมทั้งหน่วยงานและระบบปฏิบัติ การสำหรับส่งเสริมผู้ ประกอบการในพื้นที่แล้ว โดยจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนให้ ภาคธุรกิจและอุ ตสาหกรรมของภาคตะวันออก และจังหวัดใกล้เคียง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้ งหมด 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว และจ.สมุทรปราการ ในการปรับตั วและสามารถฉกฉวยโอกาสอั นมหาศาลที่มาพร้อมกับการเปลี่ ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับและพัฒนาสินค้าด้ วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 โดยหลังจากนี้ จะเร่งการประชาสัมพันธ์พร้อมสร้ างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs สตาร์อัพ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนกลุ่มโอท็อป เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 จ.ชลบุรี ได้ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ ประกอบการได้เห็นความสำคั ญของการปฏิวัติสินค้าและบริ การด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมขั้ นสูง เพื่อผลักดันไปสู่การต่ อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยจะเป็นการเพิ่มมูลค่ าทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้ าหมายที่รัฐบาลได้วางเอาไว้

โดยในพื้นที่การให้บริการของศู นย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 จ.ชลบุรี พบว่า อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรและอาหาร เป็นหัวใจสำคัญในพื้นที่ภาคตะวั นออก และสามารถผลักดันให้เป็นอุ ตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ก่อนต่อยอดพัฒนาไปสู่อุ ตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสมุ นไพร การพัฒนาต้นน้ำให้เป็นเกษตรกรรม เป็นเกษตรอินทรีย์ และเป็น Smart Farmer ได้ในอนาคต แต่ในปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่กำลั งประสบกับปัญหาด้านการผลิตที่มี ต้นทุนค่อนข้างสูง วัตถุดิบเป็ นไปตามกลไกราคาตลาดที่มีความผั นผวนตามฤดูกาล มาตรฐานของวัตถุดิบไม่มี ความคงที่ในเรื่องของขนาดและน้ำ หนัก อีกทั้งปัจจัยสำคัญ คือ ภาคอุตสาหกรรมยังขาดการพัฒนาต่ อยอดด้วยเทคโนโลยีและนวั ตกรรมใหม่ๆ เนื่องจากไม่มีสิ่ งอำนวยความสะดวก ปัจจัยและการสนับสนุนจากภาครั ฐอย่างเพียงพอ ยังขาดเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องจักรที่เหมาะสมสำหรับใช้ ในการทดสอบ ทดลอง เพื่อการสร้างสรรค์สินค้าและสร้ างนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทำให้ขาดโอกาสในการยกระดั บเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ซึ่งศูนย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 จะเข้ามารองรับพร้อมแก้ปัญหาข้ างต้น โดยมีการแบ่งปันเครื่องจักรอุ ปกรณ์จากเครือข่ายหน่วยงานภาครั ฐมาให้บริการแก่ผู้ ประกอบการในพื้นที่เพื่อเป็ นการลดต้นทุนการประกอบกิจการ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ ได้มาตรฐาน มีการวางแผนการผลิตให้สอดคล้ องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการนำงานวิจัยมาสู่การพั ฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ ประกอบการไปสู่ความต้ องการของตลาดในอนาคต พร้อมเพิ่มขี ดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม SMEs สตาร์ทอัพ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป รวมถึงผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็น Thailand 4.0

สำหรับรูปแบบการดำเนินการของศู นย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 แบ่งเป็น 1.Creative Industry Area : CI Area คือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาให้ บริการแก่ผู้ประกอบการให้ สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยให้เกิดผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการทดสอบคุณสมบัติ สรรพคุณ (Food science) การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภั ณฑ์ ด้วยเครื่อง 3D Printing, 3D Scanning การบริหารจัดการ การวิจัยเชิงพาณิชย์ พร้อมที่ปรึกษาให้บริการปรึ กษาแนะนำการทำธุรกิจ ทำการตลาด ด้วย Software และเทคโนโลยีที่จำเป็น 2. Agro- Processing Pilot Plant Area : APP Area คือพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้ าต้นแบบในด้านของอุ ตสาหกรรมเกษตรแปรรูปด้านผลไม้ ภาคตะวันออก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร เป็นการสนับสนุนและสร้ างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มี สถานที่ในการค้นคว้า ทดลอง หรือทดสอบ การทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมการให้บริการเครื่องมื อและอุปกรณ์ เพื่อการต่อยอดนวัตกรรมและงานวิ จัยไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ มีมูลค่าสูง ตลอดจนถึงการจัดหาผู้ผลิต การทดสอบตลาด เพื่อบ่มเพาะให้ผู้ ประกอบการสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาสินค้าและสามารถดำเนินธุ รกิจได้เองในอนาคต รวมทั้งการให้บริการทางด้ านการเงิน การจัดหาแหล่งทุนและเครื่องมื อทางด้านการเงินต่างๆ และบ่มเพาะธุรกิจให้ผู้ ประกอบการสามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ การดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสิ นค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทางศูนย์ ITC 4.0 ภาคที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนรายใหญ่เข้ ามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อถ่ ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้ านระบบอัตโนมัติ อาทิ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มอบชุดฝึกระบบอัตโนมัติสำหรั บภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation Demo Kit) บริษัท นาชิ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เคแอนด์เอ็น อีเล็คทริคเวล แอนด์เซอร์วิส จำกัด ติดตั้งศูนย์เรียนรู้ Robot & Automation Learning Area : RAL Area พร้อมสนับสนุนหลักสูตรฝึ กอบรมการใช้เครื่องจักรระบบอั ตโนมัติ แก่ศูนย์ส่งเสริมอุ ตสาหกรรมภาคที่ 9 เพื่อใช้ขับเคลื่อนอุ ตสาหกรรมไทยในพื้นที่ภาคตะวั นออกด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นเมืองอุ ตสาหกรรมและศูนย์กลางโลจิสติกส์ ที่สำคัญของประเทศ  

ด้านตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี คุณจรูญศักดิ์ ชีวะธรรมานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรณาพา กรุ๊ป จำกัด ผู้นำและผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่ อการจัดเก็บและเคลื่อนย้าย ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบ การผลิตและบริการบรรจุหีบห่ อสำหรับสินค้าประเภทต่างๆ เช่น พาเลทไม้ ลังไม้ และวงล้อไม้ มายาวนานมากกว่า 30 ปี กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ “บูรณาพา” เกิดจากการทำธุรกิจโรงงานผลิ ตขารองตู้เย็นแบบไม้อยู่ ในตลาดหนองมนมาก่อน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 ก่อนจะขยายธุรกิจมาสู่การเป็นผู้ ผลิตและขายพาเลทไม้ และมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่ อง จนกลายเป็นผู้นำในด้านการผลิ ตบรรจุภัณฑ์ไม้ เช่นพาเลทไม้ ลังไม้ วงล้อไม้ของประเทศไทย และมีการทำงานร่วมกับผู้ผลิ ตรายใหญ่ของพาเลทพลาสติกทั่วโลก จนปัจจุบัน บริษัท บูรณาพา กรุ๊ป กลายเป็นบริษัทชั้นนำด้าน Innovation Packaging ด้วยการนำเทคโนโลยีและวิธี การเพื่อป้องกันการเกิดการกั ดกร่อนในสินค้าด้วย Intercept Technology™ และใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมั ยในการออกแบบและคำนวณการโหลด เพื่อให้บริการบรรจุภัณฑ์ แบบครบวงจรและตรงทุกความต้ องการของลูกค้ามากที่สุด ปัจจุบัน บูรณาพา กรุ๊ป มีสาขาอยู่ทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาบางแสน ขนาด 3,600 ตารางเมตร เป็นพื้นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ พื้นที่เก็บวัตถุดิบขั้นต้น และไลน์การผลิต สาขาสระบุรี เป็นสาขาที่เปิดขึ้นเพื่อรองรั บและให้บริการในเขตพื้นที่สระบุ รีและจังหวัดใกล้เคียง และสาขามาบตาพุด จ.ระยอง เป็นคลังสินค้าของบริษัท และสาขาย่อยอีก 2 สาขา ที่อ.พนัสนิคม และอ.บ่อวิน ในจ.ชลบุรี

ด้วยประสบการณ์และความเป็นผู้ เชี่ยวชาญในการบรรจุภัณฑ์เพื่ อการจัดเก็บและเคลื่อนย้าย กอปรกับปัจจุบันสินค้ามี ความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีปริมาณลูกค้าเข้ามาใช้ บริการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ บริษัทจึงมีแนวคิดในการขยายธุ รกิจเพื่อรองรับความต้องการดั งกล่าว ด้วยการย้ายไลน์การผลิตไปอยู่ที่ สาขาหนองปรือ      อ.พนัสนิคม และนำระบบ Automation เข้ามาติดตั้งภายในโรงงาน ส่วนของงานประกอบ ที่สาขาบางแสนทดแทน เพื่อช่วยเสริมสร้างศั กยภาพในการผลิตสินค้าให้ได้ มาตรฐาน ลดความผิดพลาดและเพิ่ มความปลอดภัยในขั้นตอนการผลิ ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้ ทางบูรณาพา กรุ๊ป ได้เข้าไปขอความปรึกษา และแนวทางการปรับเปลี่ยนมาใช้ กระบวนการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การขอใบรับรองมาตรฐานต่างๆ จากทางศูนย์ ITC ภาคที่ 9 นอกจากนี้ การที่มีนโยบายให้เกิดการรวมกลุ่ ม (Cluster) ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงอุ ตสาหกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ จะมีส่วนช่วยให้ธุรกิจและผู้ ประกอบการมีการแลกเปลี่ยนแนวคิด องค์ความรู้ จนนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจ จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ศูนย์ ITC มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่ มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 จ.ชลบุรี ซึ่งให้บริการครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว และจ,สมุทรปราการ โดยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่ อนไหวต่างๆ ติดต่อเข้ารับคำปรึกษา ตลอดจนเข้ารับบริการความช่ วยเหลือต่างๆ ตามพันธกิจของศูนย์ปฏิรูปอุ ตสาหกรรม ได้ทางเว็บไซต์ https://ipc9.dip.go.th/th หรือ Facebook: https://www.facebook.com/dip. ipc9/ หรือที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 9 เลขที่ 67 หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โทร. 038-273-701 หรือ e-mail: ipc9@dip.go.th




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 หรือ ID Line : @LBU8361R ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ