นายพงษ์สุร อังคณานุชาติ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ทริมเบิ้ล โซลูชั่น ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว Trimble Connect ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างภาคพื้นเอเชีย ที่สามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการก่อสร้าง รวมไปถึงการวางระบบพื้นฐานของงานด้านในโครงการให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ลดข้อผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตลอดทั้งโครงการ
“Trimble Connect จะทำให้หลายภาคส่วนทำงานร่วมกันผ่าน Cloud-based แพลตฟอร์มที่ช่วยผนวกข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกัน และด้วยชุดข้อมูลเดียวกันนี้ จะทำให้ทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ได้ ทั้งกับการผลิต และการจัดการด้าน logistics เช่น การติดตามวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในการก่อสร้าง หรือนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีเสมือนจริง (mixed reality) เพื่อทัศนวิสัยในการทำงานที่ยอดเยี่ยม เนื่องด้วยข้อมูลในโปรเจกต์จะถูกจำลองและแสดงออกมาแบบเสมือนจริงด้วยแว่นโฮโลเลนส์ ณ ไซต์งานก่อสร้างหรือสถานที่ต่างๆ”
ที่ผ่านมา เจ้าของธุรกิจ สถาปนิก ผู้รับเหมา และวิศวกร ต่างใช้ซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่หลากหลายแตกต่างกันไป ในส่วนงานของตนเอง และส่งต่อเพื่อรวบรวมเป็นแบบแผนของโครงการ รูปแบบงานเหล่านี้อาจเป็นได้ทั้ง แบบร่าง 2 มิติ, รายงานก่อสร้าง, เอกสารต่างๆ, รวมไปถึงโมเดล BIM 3 มิติ ซึ่งขั้นตอนการแชร์ข้อมูลในแพลตฟอร์มเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่แตกต่างกันนี้ ส่งผลให้ข้อมูลไม่ต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความยุ่งยาก และสร้างความเบื่อหน่ายให้กับผู้ทำงานได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ Trimble Connect จึงสร้างแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือสำหรับการทำงานร่วมกันภายในโครงการบน cloud-based เพื่อให้ผู้ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทุกคนที่เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างจะสามารถเข้าใจและมองเห็นตั้งแต่ภาพรวมของโครงการไปจนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ จัดการและแชร์ข้อมูลโครงการด้วยปลายนิ้วผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์, เว็บเบราเซอร์, แอพพลิเคชั่นผ่านทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟน, และ แว่นโฮโลเลนส์
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มทำตลาดโดยให้ความรู้และการทดลองใช้แพลตฟอร์ม Trimble Connect มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยนำเสนอจุดเด่นของการรองรับการทำงานได้หลายรูปแบบ ปัจจุบันให้บริการในราคา 1,600 บาทต่อเดือน (โดยมีผู้ใช้อย่างน้อย 5 คน)