ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 62

วันพุธที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 62


ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป  เผยแผนธุรกิจปี 2562 ตั้งเป้ารายได้ และส่วนแบ่งกำไรเติบโตกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ  โดยกลุ่มโลจิสติกส์เตรียมขยายพื้นที่อาคารคลังสินค้าระดับพรีเมี่ยมอีก 200,000 ตร.ม. และขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT อีก 5,750 ล้านบาท ด้านกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมตั้งเป้าขายที่ดิน 1,600 ไร่ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานจะเพิ่มการผลิตน้ำ 120 ล้านลบ.ม. รวมทั้งผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการถือหุ้น 570 เมกะวัตต์ ส่วนกลุ่มธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มเร่งปรับโฉมทุกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีที่ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป สามารถตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์  นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม ด้วยผลประกอบการและส่วนแบ่งกำไรรวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทโดยประมาณ และมีมูลค่าสินทรัพย์โดยรวม 7.8 หมื่นล้านบาท

“ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหมายยิ่งสำหรับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เพราะไม่เพียงแต่ผลประกอบการทางธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่เราได้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ มากมายเพื่อสร้างความเป็นผู้นำ และวางรากฐานด้านกลยุทธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เตรียมรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2562 นี้” นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ กับผู้นำในวงการอุตสาหกรรม รวมถึงจัดตั้งกิจการร่วมค้ากับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนั้นยังร่วมกับกัลฟ์ มิตชุย และโตเกียว แก๊ส ในการจัดตั้งกิจการร่วมค้าโครงการวางท่อจัดจำหน่ายและค้าปลีกก๊าซธรรมชาติในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป สามแห่ง ตลอดจนผนึกความร่วมมือกับผู้ดำเนินธุรกิจอี-คอมเมิร์ซระดับโลกที่ยังไม่เปิดเผยชื่ออีกหลายรายเพื่อพัฒนาพื้นที่อี-คอมเมิร์ซพาร์ค (E-Commerce Parks) และโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการ

นอกจากการพัฒนาในประเทศไทยแล้ว ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยังได้เริ่มดำเนินการพัฒนาโครงการเขตอุตสาหกรรมแห่งแรกในจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม โดยมีบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียแก่ผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมดังกล่าว นอกจากนี้ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยังได้บูรณาการการให้บริการครอบคลุมทั้งสี่กลุ่มธุรกิจ โดยมีข้อเสนอบริการที่โดดเด่น ประกอบด้วย ไฟเบอร์ออพติก (FTTx) ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา และโซลูชั่นระบบน้ำที่ส่งตรงไปยังโรงงานของลูกค้าขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

“เราได้วางแผนเพื่อผลักดันให้เกิดการเติบโตที่ก้าวทะยานต่อไปในปี 2562 และยังคงมองสถานการณ์ในเชิงบวกแม้เศรษฐกิจโลกอาจมีการชะลอตัว” นางสาวจรีพร กล่าว พร้อมเสริมว่า “อันที่จริงแล้ว ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญบางอย่างอาจพลิกเป็นโอกาสสำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลดีต่อธุรกิจของเรา อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนทิศทางทางการค้าและการลงทุนมายังประเทศไทยและเวียดนามสำหรับอุตสาหกรรมบางกลุ่ม เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ  ขณะนี้ก็มีนักการลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุน และสนใจในนิคมอุตสาหกรรมของเราจำนวนมาก”  

เมื่อมองไปในปี 2562 และต่อจากนี้  ทิศทางกลยุทธ์ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จะเน้นไปที่การยกระดับธุรกิจหลัก การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในธุรกิจให้มากขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้มากที่สุด

  • เตรียมขยายธุรกิจโลจิสติกส์อีก 200,000 ตร.ม. โดยเพิ่มจำนวนพื้นที่ในครอบครองและภายใต้การบริหารจัดการของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป รวมทั้งสิ้น 2,500,000 ตร.ม. และขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT อีก 5,750 ล้านบาท  กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์จะเน้นไปที่การแสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าจากนโยบายของภาครัฐ โดยเน้นไปที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ การบินและอากาศยาน ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าที่สูงยิ่งขึ้นโดยอาศัยการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะและนวัตกรรมเข้ามาช่วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายพื้นที่ภายใต้การครอบครองและบริหารจัดการที่มีอยู่จำนวน 2,300,000 ตร.ม. เป็น 2,500,000 ตร.ม.  และยังมีโครงการที่เตรียมดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 ได้แก่ โครงการดับบลิวเอชเอ อี-คอมเมิร์ซพาร์ค จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการดับบลิวเอชเอ-เจดี อี-คอมเมิร์ซ เซ็นเตอร์ และโครงการดับบลิวเอชเอ เมกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ แหลมฉบัง 2 นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อขยายการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศ CLMV โดยเน้นไปที่ประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าตั้งเป้าขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT 5,750 ล้านบาทผ่านกอง REIT ของบริษัทมูลค่า 34,300 ล้านบาท

 

  • กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนสู่ระดับภูมิภาค ในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของไทยสู่การเป็นผู้นำในระดับอาเซียน  บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานระดับโลกภายในนิคมฯ ของดับบลิวเอชเอ เพื่อรับประกันถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า และในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีนิคมฯ ที่ดำเนินการแล้วรวม 11 แห่ง โดย 10 แห่งตั้งอยู่ในประเทศไทย (ในจำนวนนี้ นิคมฯ 9 แห่งได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)) และอีกหนึ่งแห่งในประเทศเวียดนาม  ปัจจุบัน ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ มีที่ดินรวมทั้งสิ้น 68,500 ไร่  ซึ่งในปีนี้ บริษัทเตรียมที่จะพัฒนาที่ดินจำนวน 2,650 ไร่  ทำให้มีที่ดินที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานและที่ดินส่วนที่กำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 43,150 ไร่  และตั้งเป้าขายที่ดิน 1,600 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (S-curve) ทั้ง 12 กลุ่ม
  • กลุ่มธุรกิจบริการสาธารณูปโภคและพลังงาน ตั้งเป้าการผลิต และจำหน่ายน้ำที่ 120 ล้านลบ.ม. เล็งผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการถือหุ้น 570 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ และพลังงานทดแทน พร้อมเสริมโซลูชั่นระบบน้ำและพลังงานใหม่ๆ แก่ลูกค้า 
    • ธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เตรียมขยายบริการด้านการผลิตน้ำออกไปยังนิคมฯ อื่นๆ ทั้งในไทยและเวียดนาม รวมถึงเสริมบริการต่างๆ อาทิ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การผลิตน้ำด้วยระบบรีเวอร์สออสโมสิส และน้ำอุตสาหกรรมปราศจากแร่ธาตุ นอกจากนี้ ยังมีการคิดค้นนวัตกรรมและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT)  มาใช้สำหรับสมาร์ทวอเตอร์โซลูชั่น เฟสแรก ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) ด้วย
    • ด้านธุรกิจพลังงาน  บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินตามเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการด้านพลังงานที่ครบวงจรแก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเน้นที่พลังงานทางเลือกเป็นหลัก โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและเวียดนาม  ในด้านโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จะยังคงเดินหน้าผนึกกำลังความร่วมมือกับ   พันธมิตรในระยะยาว ได้แก่ กัลฟ์ โกลว์ และบี กริม นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ

มิตซุยและโตเกียวแก๊สในด้านธุรกิจการจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่จะเข้ามาเสริมเป็นบริการใหม่สำหรับลูกค้าของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป รวมถึงเป็นแหล่งรายได้ให้กับบริษัทฯทั้งนี้ เทคโนโลยีและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆ ที่ยังอยู่ภายใต้การศึกษา เช่น สมาร์ทกริดระบบการจัดเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซและโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ

  • กลุ่มธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม เร่งปรับโฉมทุกนิคมอุตสาหกรรมในเครือให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบในปี 2562 ปัจจุบัน บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท จำกัด มีดาต้าเซนเตอร์ทั้งหมด 4 แห่ง ซึ่งในที่นี้รวมถึงการเข้าร่วมทุนกับทางซุปเปอร์แนป ที่เป็นดาต้าเซนเตอร์ระดับเทียร์ 4 แห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมออสเตรเลีย) ด้วย   นอกจากนี้ ยังให้บริการเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติก (FTTx) ใน 5 นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มดับบลิวเอชเอ    ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท มีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าและการบริการให้ครอบคลุมทุกนิคมอุตสาหกรรมภายในสิ้นปีนี้ รวมไปถึงการเพิ่มการใช้งานเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ในศูนย์กระจายสินค้า นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจต่าง ๆ ในเครืออีกด้วย   

“เราเชื่อมั่นว่าในปี 2562 นี้ เราจะสามารถสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยแผนงานต่าง ๆ ที่เราได้ดำเนินการมาและโครงการต่าง ๆ ในอนาคตที่เรามีอยู่   โดยคาดว่ารายได้และส่วนแบ่งกำไรจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้วยอัตราผลกำไรของ EBITDA อยู่ในสถานะแข็งแกร่งมากกว่าร้อยละ 30 ส่วนงบดุลคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อทุน (Interest bearing debt-to-equity) ต่ำกว่า 1.1 เท่า    ปัจจุบัน ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปได้พัฒนาเติบโตอย่างยิ่งใหญ่มาจนถึงระดับที่เราสามารถมองไปยังอนาคตได้อย่างภาคภูมิใจและมั่นใจ เรายังมีความแข็งแกร่ง และศักยภาพที่จะหาโซลูชั่นในแต่ละธุรกิจเพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตก้าวไกลมากยิ่งขึ้น ไปพร้อม ๆ กับลูกค้าของเรา พันธมิตรทางธุรกิจ และบุคลากรของเราด้วย” นางสาวจรีพร กล่าวสรุป




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ