3 หน่วยงานจับมือใช้งานวิจัย เพิ่มความสุขในห้องเรียน

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

3 หน่วยงานจับมือใช้งานวิจัย เพิ่มความสุขในห้องเรียน


สกว.- กสศ.- สพฐ. จับมือยกระดับคุณภาพ ปฏิรูป 197 โรงเรียนขนาดกลางพื้นที่ยากลำบาก พบนักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ ขณะที่ รร.มั่นใจพัฒนาตามบริบทท้องถิ่นตัวเอง ด้าน กสศ. เตรียมนำเครื่องมือจัดการเรียนการสอนมุ่งทักษะศตวรรษ 21 ที่วิจัยร่วม OECD สำเร็จแล้ว มาใช้ขยายผลในสถานศึกษาต้นแบบลดเหลื่อมล้ำ 280 แห่งปีการศึกษา 62 นี้
 
เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ).และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมวิชาการ "นวัตกรรมการจัดการโรงเรียนคุณภาพต่อเนื่องสู่การประกันคุณภาพ" ผลสำเร็จและบทเรียนจากโครงการวิจัยปฏิบัติการ "โรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง" (School Quality Improvement Program : sQip)
 
ดร.กฤษณพงศ์  กีรติกร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประธานกรรมการนโยบาย สกว. และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.ได้ กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษว่า อีกประมาณ 30 ปี คนในวัยทำงานเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำให้เก่งขึ้นถึง 3 เท่าเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตไว้ ดังนั้นการศึกษาเป็นเรื่อง Product Activity ต้องพูดถึงเรื่องงาน เนื่องจากเป้าหมายของการศึกษาเป็นเรื่องงานในชีวิต เช่น จีน สิงคโปร์ มีเรื่องของคนสูงวัยเช่นกัน แต่มีประสิทธิภาพเรื่องการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่มีการศึกษา ต่ำกว่า12ปี แย่กว่าประเทศอินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมื่อเทียบกับอาเซียนด้วยกันเราสู้ไม่ได้ 
 
ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติเฉลี่ยระหว่างกลางทศวรรษ 2540-2550 ประชากรแต่ละรุ่น 9 แสนคน เทียบเป็น 10 คน พบว่า 1 ใน 10 คนไม่จบ ม.3 ออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ ส่วนจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3 ปวช.) ออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้ 4 ใน 10 เรียนต่ออุดมศึกษา 1 ใน 4 คนไม่จบอุดมศึกษา ออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่ง 3 ใน 4 คนจบอุดมศึกษา ทั้งนี้เด็ก 7 ใน 10 คน ออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ มีเพียง 1 คนที่จบอุดมศึกษาได้งานทำภายในปีแรก ซึ่งเราลงทุนปีละ 5-6 แสนล้านบาทต่อปี สำหรับการศึกษาพื้นฐาน ทำให้คน 1 คนมีงานทำภายใน 1 ปี แล้วเราปล่อยคน 70 % อยู่อย่างนั้นตลอดชีวิต 
“การศึกษาพื้นฐาน12 ปี ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มในการทำงาน ผู้ที่จบการศึกษา 6,9,12 ปี ก็ยังคงได้ค่าจ้างแรงงานเท่ากัน ทั้งนี้ใน10 ปีที่ผ่านมากว่า70 %ของนักเรียนพื้นฐาน พบนักเรียน10 ล้านคน ออกมาทำงานได้ค่าแรงขั้นต่ำ สำหรับการเรียนหนังสือ12 ปี มีวุฒิ ปวช.ได้ค่าแรงสูงกว่าเรียน12 ปี มีวุฒิการศึกษา ม.6
นอกจากนี้ กว่า67%ของแรงงานไทยมีการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า10% มีการศึกษามัธยมต้น10 %มีการศึกษามัธยมปลาย (รวม ปวช.) 14% มีการศึกษาอุดมศึกษา (รวม ปวส.)ดังนั้นคุณภาพการศึกษาของไทยจะพิจารณาเฉพาะวุฒิการศึกษาไม่ได้” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว  
 
นายนคร  ตังคะภิภพ  หัวหน้าโครงการวิจัยและปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง หรือ sQip กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เข้าไปพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole-School Approach)  โดยพุ่งเป้าไปที่ความร่วมมือของทุกฝ่ายในโรงเรียน ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง นักเรียนและชุมชน โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในการจัดการโรงเรียนของแต่ละแห่งที่ชัดเจนจากทุกฝ่าย พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล และสามารถแจ้งเตือนกรณีนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูง ช่วยลดภาระของครูในการประมวลข้อมูลและภาระทางธุรการอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังได้สร้างชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ ให้เกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาการเรียนการสอน ระบบการช่วยเหลือกันในลักษณะเครือข่ายข้ามโรงเรียน สร้างกลุ่มครูที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือแนะนำครูคนอื่นๆ 
 
นายนคร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคุณภาพของโรงเรียนในเมืองและชนบทที่มีความเหลื่อมล้ำกันอย่างมาก ส่งผลให้ความรู้ระหว่างนักเรียนในเมืองกับนักเรียนในชนบทของไทยต่างกันเกือบ 2 ปีการศึกษา สกว. กสศ. และสพฐ. ได้จับมือกันร่วมวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวมากว่า 2 ปี และใช้ดำเนินการในโรงเรียนขยายโอกาสพื้นที่ยากลำบาก 197 แห่ง 14 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน ลำปาง สุโขทัย สุรินทร์ อำนาจเจริญ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต สำหรับโครงการนี้ มีครูร่วมโครงการมากกว่า 3,500 คน ส่งผลกระทบต่อนักเรียนราว 49,086 คน ทำให้ 197 โรงเรียน เกิดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงจริงสอดคล้องกับดัชนีชี้วัดสำคัญของระบบรับรองคุณภาพระดับนานาชาติคือ Student engagement หรือ นักเรียนเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ โดยนักเรียนที่ร่วมโครงการมีความสุขในการมาเรียน มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครูมากขึ้น ขณะที่นักเรียนซึ่งมีปัญหาได้รับการเอาใจใส่ดูแล ทําให้ปัญหาการเรียนและปัญหาต่างๆ เช่น อัตราการขาดเรียน การมาสาย และหนีเรียน ไม่ใส่ใจในการเรียนลดลง ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองนักเรียน ยังได้ให้ข้อมูลว่า งานวิจัยชิ้นนี้ ทำให้นักเรียนมีสัมพันธภาพในครอบครัวดีขึ้น และมีพฤติกรรมในการสนใจการเรียน การรับผิดชอบช่วยงานที่บ้านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
ด้าน นพ.สุภกร  บัวสาย  ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562 กสศ. สกว.และสพฐ. พร้อมเดินหน้าขยายผลโรงเรียนขยายโอกาสจำนวน 280 แห่งรวม 17 จังหวัดทั่วประเทศ พัฒนาให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมิติคุณภาพโรงเรียนและครู และนําไปสู่การพัฒนาระบบรับรองคุณภาพ (Accreditation System) ที่เหมาะสมสําหรับบริบทโรงเรียนขนาดกลางที่มีจํานวนนักเรียน 200-500 คน ต่อโรงเรียน ในพื้นที่ยากลําบากของประเทศไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการเรียนการสอน โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 10 แห่งที่อยู่ใกล้เคียง พัฒนากระบวนการเรียนการสอนและหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย 
 
"กสศ.เตรียมได้นำเครื่องมือจัดการเรียนการสอนที่สามารถวัดทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่เราได้พัฒนาร่วมกับองค์การความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ OECD สำเร็จแล้วมาช่วยสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาต้นแบบกลุ่มนี้ด้วย ทั้งหมดนี้ คือรูปธรรมของการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนในชนบท ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย" ผู้จัดการ กสศ.กล่าว 



บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ