“CJ ENM” เกาหลี ผนึก “เมเจอร์ กรุ๊ป” ทุ่ม 100 ล.บาท ตั้งบริษัทสร้างหนังในไทย

วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

“CJ ENM” เกาหลี ผนึก “เมเจอร์ กรุ๊ป” ทุ่ม 100 ล.บาท ตั้งบริษัทสร้างหนังในไทย


นางสาว โยนู ชเว กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าปีที่ผ่านมา (2561) ประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีรายได้ค่าเฉลี่ยจากภาพยนตร์บ็อกซ์ออฟฟิศมากกว่า 38 ล้านบาท ส่วนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของประเทศเกาหลีใต้มีมูลค่ามากกว่า 49 ล้านบาท ส่วนญี่ปุ่นอยู่ที่ 72 ล้านบาท หรืออเมริกาอยู่ที่ 348 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณหนังไทยที่มีการออกฉายในแต่ละปีก็มีมากน้อยไม่สม่ำเสมอ โดยในปี 2555 มีจำนวน 64 เรื่อง ต่อมาปี 2556 มีจำนวน 49 เรื่อง, ปี 2557 มีจำนวน 60 เรื่อง, ปี 2558 มีจำนวน 63 เรื่อง, ปี 2559 มีจำนวน 38 เรื่อง, ปี 2560 มีจำนวน 48 เรื่อง และปี 2561 มีจำนวน 42 เรื่อง ซึ่งสังเกตได้ว่าในปี 2561 มีปริมาณหนังไทยที่ออกฉายลดลงมากถึง 35% จากปี 2558

ดังนั้น เราจึงเล็งเห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและยังมีผู้สร้างมากฝีมืออยู่มากมาย จากข้อมูลข้างต้นซึ่งนี่คือตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่สามารถผลักดันให้ก้าวหน้าต่อไปได้ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่ความต้องการรับชมของผู้ชมที่เพิ่มขึ้นได้ในที่สุด ล่าสุด เราจึงได้ร่วมมือระหว่าง เมเจอร์ กรุ๊ป (Major Group) ผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และบริษัท ซีเจ อีแอนด์เอ็ม จำกัด (CJ ENM) ผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ระดับสากล ที่มีผลงานการร่วมมือผลิตภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่การตลาดและการสร้างชื่อเสียงมามากมาย ตั้งแต่ภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ไปจนถึงภาพยนตร์ในประเทศไทย จีน ตุรกี เวียดนาม และอินโดนีเซีย  ทำการก่อตั้งบริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (CJ MAJOR Entertainment) ขึ้นมาที่ประเทศไทย โดยเข้ามาดำเนินธุรกิจที่ประกอบไปด้วย 1. บริษัทฯ สามารถนำลิขสิทธิ์หนังที่มีมากกว่า 500 เรื่องนำมาทำตลาดได้ในประเทศต่างๆ 2. การสร้างหนังใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองตลาด ด้วยการร่วมมือกับทางผู้ผลิต ผู้สร้างท้องถิ่นและนำไปทำตลาดต่างประเทศด้วย โดยกลยุทธ์ คือ 1. สร้างหนังที่มีเนื้อหาเป็นสากล และสร้างหนังที่ร่วมมือกับพันธมิตรแต่ละประเทศ

นางสาว โยนู กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ของซีเจ เมเจอร์ไม่ได้หยุดแค่เพียงการนำเสนอภาพยนตร์ไทยที่มีคุณภาพสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเผยแพร่ผลงานจากประเทศไทยไปสู่ตลาดภาพยนตร์ในระดับสากล พวกเราต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและแสดงให้นานาชาติเห็นว่า ภาพยนตร์และผู้สร้างภาพยนตร์จากประเทศไทยสามารถเฉิดฉายในตลาดที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลก ได้เช่นกัน 

โดย กลยุทธ์ที่ ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  วางแผนดำเนินการไว้ประกอบไปด้วย 2 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ กลยุทธ์ด้านเนื้อหาที่มีความเป็นสากล (universal stories) และ กลยุทธ์การเติบโตร่วมกับพันธมิตรในประเทศ (local partners) บริษัทมุ่งเน้นผลิตภาพยนตร์ที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้เป็นอย่างดี และสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ทางด้านวัฒนธรรมได้ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวนี้เน้นไปที่ความเชี่ยวชาญของซีเจ เมเจอร์ ในการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ต้นฉบับของแต่ละประเทศ หรือภาพยนตร์จากประเทศอื่นๆ ที่สร้างจากแนวคิดจากคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้วจากเกาหลี ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์ที่มีต้นฉบับมาจากเกาหลี สามารถนำมาสร้างขึ้นใหม่ได้อีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์ไทยด้วยวิธีการและความสามารถของผู้สร้าง ผู้กำกับ และนักแสดงชาวไทย

สำหรับปีนี้บริษัทจึงได้วางแผนใช้งบลงทุนรวม 100 ล้านบาท ผลิตและฉายหนัง 3 เรื่อง มีต้นทุนเฉลี่ยเรื่องละ 25 ล้านบาท รวม 75 ล้านบาท อีก 25 ล้านบาทใช้ทำการตลาด ประกอบด้วย 1. เรื่อง Love Battle รัก 2 ปียินดีคืนเงิน แนวโรมแมนติกคอมเมดีที่ดัดแปลงมาจากต้นฉบับของเกาหลีใต้ 2. เรื่องThat March และ 3. เรื่อง Classic Again แนวโรแมนติกดรามาที่ดัดแปลงมาจากเกาหลีใต้ คาดหวังว่าจะมีรายได้รวม 300 ล้านบาท

ด้าน นายพรชัย ว่องศรีอุดมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ ของบริษัท เมเจอร์ ซีเนเพล็ก กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า เมเจอร์ กรุ๊ปได้ตกลงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่นำความหลากหลายและคุณภาพของเนื้อหาภาพยนตร์มาสู่ตลาดไทยให้มากขึ้นร่วมไปกับ ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์พันธกิจสำคัญที่ เมเจอร์ กรุ๊ป ต้องการจะทำให้สำเร็จ คือการเพิ่มความแข็งแกร่งของตลาดและการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย เพื่อยกระดับคุณภาพของภาพยนตร์ไทยในหมู่ผู้ชมและเปลี่ยนการรับรู้ของพวกเขาที่มีต่อภาพยนตร์ไทย นอกจากนี้พวกเรายังมีเป้าหมายที่จะขยายส่วนแบ่งทางการตลาดของภาพยนตร์ไทยให้ไปถึง 50% อย่างที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดของภาพยนตร์ในประเทศมากกว่าภาพยนตร์จากต่างประเทศ

 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ