เปิดวิสัยทัศน์ “พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล” รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ปั้นเกษตรอินทรีย์เมืองจันท์แสนไร่

วันศุกร์ที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เปิดวิสัยทัศน์ “พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล” รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  ปั้นเกษตรอินทรีย์เมืองจันท์แสนไร่


จังหวัดจันทบุรีกำหนดยุทธศาสตร์ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น เพื่อผลักดันผลไม้ให้มีราคาสูงขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดจันทบุรี 1 แสนไร่

พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้สัมภาษณ์ “สยามธุรกิจ” ในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน “มหกรรม 25 ปีหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 โครงการช่วยเหลือสังคม ทดแทนคุณแผ่นดิน ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี” โรงแรมนิวแทรเวล ลอดจ์ จังหวัดจันทบุรี ว่า เกษตรอินทรีย์คือเทรนด์ใหม่ของโลก เป็นสิ่งที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมองว่าเกษตรอินทรีย์เป็นเรื่องไกลตัว เมื่อพูดเรื่องเกษตรอินทรีย์จึงมีผลสะท้อนกลับมาว่าไม่ใช่ ทำไม่ได้ ไม่เป็นไร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความไม่คุ้นชินกับการทำเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากต้องอาศัยเวลาและความอดทน

ความยากของเกษตรอินทรีย์คือการเริ่มต้น ทำอย่างไรให้เขามองเห็นว่านี่คือตลาดใหม่ของโลก วิธีหนึ่งที่ผมแนะนำเกษตรกรในจังหวัดคือ เมื่อเขากลับไปบ้าน เอาแผนที่มากาง ถ้าปลูกผลไม้ 10 ไร่ แบ่ง มาทำเกษตรอินทรีย์ส่วนหนึ่ง แยกส่วน กันเลย อันไหนที่เคยใช้สารเคมีก็ใช้ไป อันไหนเป็นส่วนของเกษตรอินทรีย์ ก็ทำแบบอินทรีย์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มพื้นที่ปลูกไปทีละนิด ค่อยๆ ทำไป จนอยู่ตัว”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สะท้อนอุปสรรคด้านหนึ่งของสินค้าเกษตรอินทรีย์คือราคาที่ยังไม่แตกต่างจากการ ทำเกษตรแบบใช้สารเคมีอย่างเห็นได้ชัด เช่น ราคาผัก 1 กิโลกรัม ผักอินทรีย์อาจขาย ได้แพงกว่า 2-3 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ทำอย่างไรผักอินทรีย์จะแพงกว่าผักทั่วไปอย่างน้อย 10 บาท และผู้บริโภค ยอมที่จะจ่ายแพงกว่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาทำเกษตรอินทรีย์ แต่สิ่งที่ได้แน่ๆ ในการทำเกษตรอินทรีย์คือสุขภาพที่ดีกว่า ไม่ต้องเสี่ยงกับสารตกค้างตามพื้นดิน ไหลลงไปสู่น้ำ ก็เป็นน้ำที่ท่านกินท่านใช้ประจำวัน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่คุ้ยเขี่ยอาหาร ตามพื้นดินกินสารเคมีเข้าไป พอเรากินเป็ดไก่เหล่านั้นก็ได้รับสารเคมีไปโดยปริยาย

อย่างที่ผมบอกว่าปัญหาของเกษตรอินทรีย์ด้านหนึ่งคือ การตลาด เราต้องมีตลาดรองรับ ซึ่งในภาคราชการก็มีการเขียนแนวทางที่จะต้องดำเนินการหลายอย่าง เพื่อช่วยระบายสินค้าเกษตรอินทรีย์เข้าสู่ตลาด เป็นแผนตั้งแต่ปี 61-64 ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะคนเข้าร่วมโครงการเรายังน้อยอยู่ เป้าหมายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาตั้งเป้าไว้ 6 แสนไร่ทั่วประเทศที่จะกันเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เพิ่งทำได้ 5 พันไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ให้โจทย์มาว่าขอสัก 1 แสนไร่ ได้ไหม ทำมาปีกว่าเพิ่งได้ 5 พันไร่ แต่เราก็ไม่ละความพยายาม ยังเดินหน้าต่อไป เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อะไรที่ให้ความรู้กับเกษตรกรได้ก็ให้ไป อำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเต็มที่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานแบบบูรณาการ พยายามให้เกิดการลดสารเคมี ขณะเดียวกันก็ต้องมีกฎหมายรับรองการทำเกษตรอินทรีย์ให้เข้าถึงง่ายโดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์”

สำหรับมุมมองของรองผู้ว่าราชการจังหวัด แม้วันนี้สินค้าเกษตรอินทรีย์อาจยังมีตลาดไม่กว้างนัก แต่เป็นตลาดแห่งอนาคต ตลาดของสังคมยุคใหม่

ถามว่าในรอบปีที่ผ่านมาปี 2561 เราประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เรายอมรับว่าได้แค่นิดเดียวเท่านั้น แต่เราก็พยายามที่จะทำ เพราะจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ใหญ่ในภาคตะวันออก ผลิตขายทั้งในประเทศและส่งออก ถ้าวันหนึ่งประเทศผู้นำเข้าออกกฎระเบียบต้องการเฉพาะผลไม้อินทรีย์ หากเราไม่เร่งปรับตัววันนี้ก็จะมีปัญหาด้านการส่งออก ในขณะที่การหาตลาด อยากให้เกษตรกรใช้เทค- โนโลยีให้เกิดประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องขายแค่ในพื้นที่ แต่ขายผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้ซื้อที่มีความต้องการ ตลาดมีอยู่ทั่วประเทศ เพียงแต่เราต้องปรับวิธีคิด ขายให้ ตลาดที่มีความต้องการ ถ้าแย่งกันขายไปในตลาดใดตลาดหนึ่ง ไม่ช้าก็ตัน ราคาตก”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าว ปิดท้ายว่า ในส่วนภาคราชการมีหน้าที่ต้องสนับสนุนคนทำเกษตรอินทรีย์ จะต้องพยายามทำคำว่าอินทรีย์เกิดในสังคมให้ได้ เพื่อคืนประโยชน์กลับสู่สังคม

ชีวิตคนเกิดมายาก แต่พอวันดีคืนดีเราป่วย มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมายถ้าสุขภาพไม่ดี ผมเคยเจอเจ้าของโรงสีมีเงินเป็นพันล้าน หมดเงินรักษาตัวไปร้อยกว่าล้าน สุดท้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องใส่ใจสุขภาพของตัวเอง ดูแลเรื่องการกิน การอยู่ ถ้าสังคมบริสุทธิ์ สังคมสะอาด สังคมปลอดภัย เราก็อยู่ได้ยาว”




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ