สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ (8)

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ (8)


ฉบับนี้ได้นำภาพพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่สวยสมบูรณ์ และดูง่ายระดับพระองค์ครูมาให้ชมกัน ทั้งด้านหน้า และด้านหลังเหมือนเช่นเคย
พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ อยู่ในกลุ่มพระพิมพ์ A องค์หนึ่ง เห็นเส้นขอบฐานด้านในซึ่งอยู่ใต้องค์พระชัดเจนและถูกต้องตามเอกลักษณ์ของพระพิมพ์ A มีเส้นสายลายซุ้มที่คมชัด ผนังรอบองค์พระด้านในเส้นซุ้ม เรียบและตึง เห็นเม็ดมวลสารหลายแห่งที่ถูกแม่พิมพ์กดลงให้เป็นระดับเดียวกับพื้นผนัง ลักษณะที่เป็นเช่นนี้ ทำให้เรารู้ว่า พระองค์นี้สร้างขึ้นโดยใช้แม่พิมพ์ที่เป็นแผ่นโลหะ กดลงบนเนื้อมวลสารที่วางอยู่บนวัสดุที่รองรับ พระที่ถูกสร้างด้วยแม่พิมพ์แบบนี้ จะมีด้านหน้าที่สวยงาม สมบูรณ์กว่าพระที่สร้างด้วยแม่พิมพ์ที่เป็นหินแกะ หรือไม้แกะโดยการกดมวลสารลงบนแม่พิมพ์
โดยความเป็นจริงแล้ว แม่พิมพ์ที่เป็นโลหะ และใช้กดลงบนเนื้อมวลสารนี้ ไม่ใช่ของใหม่ที่การสร้างพระเนื้อผงหรือพระเนื้อดินนำมาใช้กัน แต่เป็นแบบพิมพ์ที่ใช้มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว ผู้เขียนเคยเห็นภาพของแม่พิมพ์แบบนี้สำหรับสร้างพระในสมัยลพบุรีมาแล้วในหนังสือหลาย เล่ม จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่า พระสมเด็จวัดระฆังจะใช้แม่พิมพ์แบบนี้ในการสร้าง แต่เหตุเพราะว่า การผลิตแม่พิมพ์ที่เป็นโลหะ ชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถทำกันได้เอง ต้องเป็นระดับช่างหลวงเท่านั้น จึงจะทำได้ เราจึงเห็นพระสมเด็จวัดระฆัง ถูกสร้างจากแม่พิมพ์ทั้งสองแบบ และก็พอจะแยกแยะได้ว่า พระสมเด็จที่พบเห็น ใช้แม่พิมพ์ แบบไหนในการสร้าง ซึ่งก็จะสามารถพิจารณาได้ดียิ่งขึ้น ในเรื่องของการดูพระ ว่าแท้หรือไม่ โดยการดูความสอดคล้องของการสร้างด้วย ยกตัวอย่างเช่น พระที่สร้าง ด้วยแม่พิมพ์แบบโลหะ ทำเป็นแป้นกดลงบนเนื้อมวลสารที่วางอยู่บนกระดาน ผ้า กระสอบเหล่านี้ พระที่ได้ออกมา ด้านหน้าจะสวยงาม มีมิติ คมชัด เส้นซุ้มจะติดชัดทั้งเส้น พื้นผนังเรียบ แต่ทางด้านหลังของพระจะไม่ค่อยเรียบ จะมีรอยปูไต่อยู่มาก และหลังก็จะเป็นหลังสังขยา หลังกาบหมาก หลังกระดานตามลวดลายของวัสดุที่ใช้รองกด อีกอย่างหนึ่งก็คือ การตัดกรอบของพระ จะทำได้อย่างเรียบร้อย เพราะ ในแบบพิมพ์ได้มีเส้นเป็นร่อง นำทางไว้ให้แล้ว
พระสมเด็จวัดระฆัง ตามภาพข้างบน จะเห็นว่าด้านหน้ามีคราบขาวเป็นบางส่วน และบางส่วนก็จางหายไป มีการแตกลายงาที่ผิวพระด้านหน้าเกือบทั้งหมด พระเช่น พระองค์นี้ พิจารณาได้ทันทีเลยว่า เป็นพระที่เคยแช่น้ำอยู่ คราบแคลเซียมคาร์บอ เนตที่เคลือบอยู่ที่ผิว ได้ถูกคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในน้ำ ทำปฏิกิริยาเป็นคาร์บอนไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้เล็กน้อย จึงทำให้คราบขาวบนพระที่เราเห็น จาง ลงในบางแห่ง การแตกลายงาเป็นการแตกใหญ่ๆ แบบนี้เพราะว่า พระที่อยู่ในน้ำมา นาน จะเกิดการชุ่มน้ำ เมื่อนำขึ้นมาจากน้ำถูกความร้อนหรือถูกแดด จะทำให้น้ำแย่ง กันระเหยออกมา จึงเกิดรอยแยกตามผิวพระดังที่กล่าว การพิจารณาธรรมชาติที่เกิด ขึ้นเฉพาะด้านหน้าอย่างเดียว ก็พอจะรู้ว่าพระองค์นี้เป็นพระแท้แล้ว เพราะลักษณะ การเกิด และการเปลี่ยนแปลงบนองค์พระสอดคล้องกัน ไม่ต้องดูด้านหลังเลยก็ยังได้ ถ้าด้านหน้าเป็นแบบนี้
อดุลย์ ฉายอรุณ : โทร.08-1813-1701


บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ