เจาะประเด็น สมคิด สั่ง ปตท. ผุด “สหกรณ์” ขายปุ๋ย - สินค้าเกษตร

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เจาะประเด็น สมคิด สั่ง ปตท. ผุด “สหกรณ์” ขายปุ๋ย - สินค้าเกษตร


“สมคิด” บุกกระทรวงพลังงาน สั่ง ปตท. เป็นองค์กรขับเคลื่อนประเทศ ผุด “สหกรณ์” ช่วยเหลือชุมชนเร่งผลิตปุ๋ยสั่งตัดลดต้นทุนเกษตรกร  แนะดึงนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามาร่วมทุน เล็งกระจายสินค้าด้านเกษตรและปุ๋ยผ่าน PTT Station พร้อมเดินหน้าเร่งรัดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อย 14 ล้านคน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกระทรวงพลังงาน โดยมอบหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สถาบันบริหารกองทุนน้ำมัน (องค์การมหาชน) ไประดมความเห็นร่วมกันเพื่อจัดหามาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซ LPG รวมถึงให้ ปตท. เป็นแม่งานจับมือกับสหกรณ์ใช้ปั้มน้ำมัน หรือ PTT Station ช่วยเหลือชุมชนในการกระจายสินค้าเกษตรต่างๆ สู่ตลาด

นายสมคิด กล่าวว่า ตนได้มอบให้กลุ่มปตท. เป็นองค์กรขับเคลื่อนประเทศโดยให้ไปเร่งดำเนินโครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกร โดยเชิญนักลงทุนหรือผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาร่วมทุนหรือร่วมดำเนินการ อย่างไรก็ดี โครงการปุ๋ยสั่งตัดเป็นปุ๋ยสูตรที่จำเป็นเพื่อลดต้นทุนสำหรับเกษตรกร ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการแย่งตลาดปุ๋ยจากเอกชนแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ ปตท.จับมือกับสหกรณ์ใช้สถานีบริการน้ำมันหรือ PTT Station เป็นเครือข่ายในการกระจายปุ๋ยและสินค้าด้านเกษตรต่างๆ รวมทั้งให้พิจารณาเร่งรัดการทำห้องเย็นที่เป็นขนาดเล็กเพื่อเก็บผลไม้ในการลดปัญหาราคาตกต่ำด้วย

“ผมให้กลุ่ม ปตท.เดินหน้านโยบายรัฐบาลในการดำเนินโครงการปุ๋ยสั่งตัดช่วยเหลือเกษตรกรด้วย ถ้าหาก ปตท.ไม่เชี่ยวชาญก็ควรเชิญนักลงทุนหรือผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาร่วมทุนหรือร่วมดำเนินการ”

นอกจากนี้ ปตท.ต้องเป็นผู้นำธุรกิจไบโออีโคโนมี่ โดยจะต้องจัดโซนพื้นที่และประเภทอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมให้ชัดเจน เป็นต้น

นายสมคิด ยังได้เร่งรัดให้นโยบายการใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีผู้มีรายได้น้อยถืออยู่กว่า 14 ล้านคนช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนโดยให้หน่วยงานในกระทรวงพลังงาน เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถโดยสารธารณะ วินมอเตอร์ไซด์ รถแท็กซี่ และราคาก๊าซ LPG ซึ่งอาจจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ บางส่วนเข้าไปช่วยเหลือ

"เป้าหมายหลักก็คือต้องการให้พลังงานลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ 3 หมื่นกว่าล้านบาทจะต้องคิดใหม่ เพราะขณะนี้น้ำมันขาลงคงจะไม่ได้ใช้ในการดูแลราคามาก และมองว่าไม่เกิน 20 ปีพลังงานจากฟอสซิลจะลดบทบาทลงน่าจะใช้โอกาสนี้ไปพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่นเดียวกับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน"

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงการการจัดทำปุ๋ยสั่งตัด เพราะเห็นว่าเกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยสูตรเดียวกันทั้งประเทศ เนื่องจากดินแต่ละแห่งมีสารอาหารไม่เหมือนกัน แต่เกษตรกรไม่มีความรู้จึงใช้ปุ๋ยสูตรเดียวกันหมด ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น จึงได้มอบให้ ปตท. ไปร่วมมือกับสหกรณ์ที่เข้มแข็งดำเนินการ ส่วนสหกรณ์ที่ไม่เข้มแข็งก็จะให้ ปตท. เป็นสหกรณ์เอง แล้วเปิดให้เกษตรกรเข้ามร่วมด้วย

ขณะที่นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า โครงการปุ๋ยสั่งตัดขณะนี้ ปตท.กำลังทดลองหลายพื้นที่และใช้ผลพลอยได้จากปิโตรเคมีในกลุ่ม ปตท.มาผลิตและจะใช้เอนไซม์หรือส่วนผสมอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยร่วมมือกับกรมที่ดินในการพัฒนาปุ๋ยสั่งตัดให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกในแต่พื้นที่




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ