ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น… ‘สนามวัดใจ’พรรคใหญ่

วันจันทร์ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2562

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น…  ‘สนามวัดใจ’พรรคใหญ่


หลังการ คืนอำนาจ ของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.และการสรรหาส.ว.ไปแล้ว จนได้ “รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2/1” เข้ามาบริหารประเทศนั้น ภารกิจหนึ่งของรัฐบาลนี้ก็คือการ “เลือกตั้งท้องถิ่นองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น-อปท.” ซึ่ง “นิพนธ์ บุญญามณี” รมช.กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า “เลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป” หลังถูกแช่แข็งมานาน

หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าประเทศ ไทยยังเหลือวาระเลือกตั้งท้องถิ่นหลังศึกสนามใหญ่ยุติ หลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ “หมดวาระ” มานาน แต่ คสช.ออกคำสั่งระงับการเลือกตั้งเพราะเกรงจะเกิดบรรยากาศความขัดแย้งในบ้านเมืองขึ้น ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นของประเทศ “ถูกแช่แข็ง” มาเกือบ 5 ปี ทั้งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกือบหมื่นแห่งหมดวาระลงมานาน แต่คสช.ได้ออกคำสั่งระงับการเลือกตั้งเอาไว้ 

ทว่า หลัง คสช.หมดอำนาจ นำมาสู่การเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.วันที่ 24 มี.ค. 2562 ตาม “โรดแมป” จากนี้จะมีการเลือกตั้ง ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่หมดวาระล็อตมโหฬาร 1.4 แสนตำแหน่ง ซึ่งเดิมรัฐบาลจะเริ่มให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ได้ก่อนในเดือนต.ค.ปีนี้ แต่ที่สุดต้องเลื่อนไปอีก คาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาสแรกปีหน้า จากเหตุผลการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะนำไปใช้จัดการเลือกตั้งทั้องถิ่นด้วย ต้องเลื่อนการบังคับใช้เป็นปีหน้าไปด้วย

กระนั้น ก็ไม่ช้าเกินไป คาดว่าอีก 6 เดือนจากนี้ หรือเดือนก.พ. 2563 เป็นต้นไป คนกรุงอาจได้เข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ต่างจังหวัดอาจได้ไปใช้สิทธิ์เลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศเป็นลำดับแรกก่อน ซึ่งวันนี้ผู้สมัครบางพรรคทยอยเปิดตัวประกาศชิงสนามท้องถิ่นกันแล้ว

“สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวง มหาดไทย ที่ดูแลภารกิจ ประสานงานการเลือกตั้งท้องถิ่นร่วมกับคณะกรรมการการเลือดกตั้ง (กกต.) บอกว่า การเลือกตั้ง ท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นถือเป็นครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์การปกครองท้องถิ่นไทย เพราะไม่มีครั้งไหนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 7,852 แห่งทั่วประเทศ ที่ผู้บริหารและสมาชิกสภาหมดวาระพร้อมกัน ทั้ง กทม. เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 จังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 5,332 แห่ง และเทศบาล จึงต้องมีการเลือกตั้ง ทั้งนายกฯ และตัวสมาชิกสภา ปัจจุบันเรามีจำนวนสมาชิกที่ว่าง 142,590 ตำแหน่ง ถ้ารวม ผู้สมัครแข่งขันในอัตรา 1 ต่อ 3-4 แล้ว ก็เกือบ 5-6 แสนคนที่จะลงแข่งกันทั้งประเทศ

เท่าที่ทราบ กกต.มีแผนจัดการเลือกตั้งที่ในแต่ละรูปแบบไม่พร้อมกัน โดยตัวแทนของกกต.ชี้แจงกับคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มี “มีชัย ฤชุพันธ์” เป็นประธาน ตอนร่างกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับว่า การเลือกตั้งจะเริ่มจากรูปแบบพิเศษก่อน คือ 1.กทม. เมืองพัทยา อบจ. 2.เทศบาล 3.อบต. แต่ละรูปแบบจะมีระยะเวลาในการเว้นวรรค ประมาณ 3 เดือน ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป 

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจัด การเลือกตั้ง คาดว่าอยู่ที่ 5,000 กว่าล้าน ขณะที่การเลือกตั้ง ส.ส. อยู่ที่ 4,000 กว่าล้านบาท

การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นที่น่าเฝ้าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าหากพิจารณาไปยัง อปท. 7,800 กว่าแห่งทั่วประเทศ บริหารงบฯ เฉลี่ยปีละ 3 แสนล้านบาท ถือว่า “งบฯไม่มาก” เพราะในจำนวนนี้เป็นงบสวัสดิการเป็นส่วนใหญ่มากกว่า 90% มีงบลงทุนไม่มากนัก แม้ที่ผ่านมารัฐบาลวาง “บทบาท” ให้อปท.ดูแลพื้นที่ตัวเองมานานแต่งบลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่นั้น ในความจริงแล้ว “ส่วนกลาง” ยังคงกำกับดูแล ท้องถิ่นพัฒนาตัวเองในวงเงินที่จำกัด แต่พรรคการเมืองยังคงต้องหวังยึดพื้นที่ท้องถิ่นไว้ในการบริหารจัดการ เพื่อเป็น “ต้นทุนฐานเสียง” ในวันข้างหน้า

เนื่องเพราะนักการเมืองท้องถิ่นเป็นเสมือน “รากฐาน” ของพรรครัฐบาล รวมทั้งพรรคฝ่ายค้าน ที่พอจะชี้เป็นชี้ตายได้บ้างเกี่ยวกับอนาคตของพรรคและคีย์แมนในพื้นที่นั้นๆ และเป็นไปได้สูงยิ่งว่านโยบายของพรรคต่างๆ ที่เสนอไว้บนสนามใหญ่จะนำมาร่วมเสนอกับเวที เพื่อใช้ในการสะสมคะแนน

คนการเมืองอ่านกันออกว่า การเมืองท้องถิ่น “แข่งขันกันดุ” และสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสนามส.ส. ที่ผ่านมาจะเห็นว่าหากพรรคใดได้รับความนิยมบนสนามระดับชาติ พรรคนั้นๆ จะถูกอ้างอิงโดยผู้สมัครท้องถิ่นนั้นๆ ว่าพรรคสนับสนุน และบางครั้งก็แข่งขันกันเอง ส่วนบางสนาม บางพื้นที่จะเลือกขั้วตรงข้ามมาทำงานการเมืองท้องถิ่นแทน เช่น บางตระกูลในจังหวัดนั้นๆ ได้เป็น ส.ส.หรือ รมต. คู่แข่ง ที่พ่ายแพ้จะได้รับการหนุนในสนามท้องถิ่นแทน หรือสนามกทม.ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่าพรรครัฐบาลแพ้พรรคฝ่ายค้านมาหลายสมัยแล้ว

ดังนั้น คราวนี้คนการเมืองหลายพรรคมองและประเมินแล้วว่า “จำเป็น” ที่จะต้องมี “สนามท้องถิ่น” ไว้ในการกำกับดูแล ทำให้พรรคการเมืองทยอยเปิดตัวประกาศลงชิงสนามท้องถิ่นกันแล้ว เช่น พรรค “เพื่อไทย” บนสนาม อบจ. ที่แกนนำพรรคบอกว่า “ห้ามแพ้” พื้นที่หลักของตน เช่น เชียงใหม่, เชียงราย, ร้อยเอ็ด, ปทุมธานี ขณะที่ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าจะส่งชิง 30 อบจ. และหวังสอบผ่าน “20 จังหวัด” ส่วนพรรคอื่นๆ เช่น พลังประชารัฐ, ชาติพัฒนา, ชาติไทยพัฒนา, ประชาธิปัตย์ ยังอุบไต๋

ทำให้พรรคที่มีฐานเสียงใกล้เคียงกัน เช่น เพื่อไทยกับอนาคตใหม่, พลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์บางพื้นที่ อาจจะต้องมีบางพรรค “หลบ” ไม่ส่งผู้สมัคร เพราะฐาน คะแนนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน หากส่งไปก็ตัดแต้มกันเองเป็นการยื่นโอกาสให้ขั้วตรงข้าม อย่างไรก็ดี แต่ละพรรค “ต่างไม่ยอมกัน” โดยเฉพาะในสนามใหญ่ อย่างกทม. เนื่อง จากหากใคร “หลบ” ก็จะโดนครหาและมีบทลงโทษสั่งสอน

ขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ “อดีตส.ส.หลากพรรค” ซึ่งพลาดโอกาสเดินเข้ารัฐสภาในคราวนี้จะผันตัวลงสนามท้องถิ่นหลายเวที และน่าจะเป็นศึก “ช้างชนช้าง” กันหลายคู่ โดยการใช้ปัจจัยเพื่อให้ได้ชัยชนะนั้น ไม่ยิ่งหย่อนกว่าสนามส.ส. และดีไม่ดีปัจจัยจะพุ่งสูงหลายเท่าตัวด้วยซ้ำ

หากไล่ไทม์ไลน์ที่ภาครัฐวางไว้เบื้องต้นนั้น เวทีแรกของสนามท้องถิ่นที่น่าจะเป็นในช่วงปลายไตรมาสแรกปี 2563 เป็นต้นไป คนกรุงเทพฯ อาจได้เข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ส่วนต่างจังหวัดนั้นคนภูธรอาจได้ไปใช้สิทธิ์เลือกนายกองค์ การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเมืองพัทยาเป็นลำดับแรกๆ 

ทั้งนี้ การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นสิ่งสำคัญของพื้นฐานระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนจะได้เลือกคนมาปกครองตนเอง จึงเชื่อว่า ยิ่งนานวัน ความตื่นตัวก็ยิ่งสูง และที่ต้องจับตามากที่สุด คือ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะเชื่อว่า จะเป็นการแข่งขันเข้มข้นจาก 4 พรรคใหญ่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งไม่ได้ ส.ส.กทม.แม้แต่คนเดียวในการเลือกตั้งใหญ่ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐต้องส่งตัวแทนลงแน่นอนเนื่องจากเป็นพรรครัฐบาล ส่วนฝ่ายค้าน เชื่อว่าทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ก็ต้องส่งสู้ ซึ่งอาจตัดคะแนนกันเองอีก สุดท้ายแล้วพรรคที่ชนะผู้ว่า กทม.อาจได้คะแนนไม่ถึงครึ่งของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์

คงต้องรอชมปีหน้าว่า พรรคใดจะมีโอกาสคว้าแชมป์การเมืองท้องถิ่น...!!




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ