สัมภาษณ์พิเศษ : สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน (สสว.) ปลุก ‘SMEs สีเขียว’ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

สัมภาษณ์พิเศษ : สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล  ผู้อำนวยการสำนักงาน (สสว.)  ปลุก ‘SMEs สีเขียว’ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


ถือเป็นผู้บริหารไฟแรงทำงานแบบนันสต็อป สำหรับ สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่นอกจากจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs แล้ว ยังไม่ลืมคืนกำไรกลับสู่สังคม พาผู้ประกอบการ SMEs จัดกิจกรรม “ไปเรียน ไปรู้ ไปฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” เยี่ยมองค์กรและชุมชนต้นแบบ ศึกษา เรียนรู้ พร้อมสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม ณ ตำบลบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย”

*** แนวคิดของโครงการนี้เกิดจากอะไร?

เนื่องจากภารกิจของสสว. คือการยกระดับ SMEs ให้มีขีดความสามารถและพาไปสู่กิจกรรมใหม่ๆที่เป็นปลายทางของโลกเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และหนึ่งเรื่องที่เป็นเทรนด์คือการมีส่วนร่วมของทุกคนที่ต้องดูแลสิ่งแวดล้อม เราเลยมองว่าเมื่อทำโครงการสร้างความรู้ สร้างรายได้แล้ว อีกมิติที่ไม่ควรลืมคือการคืนประโยชน์สู่สิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) และเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่มารับตำแหน่งใหม่ๆที่จะชวนผู้ประกอบการมาทำกิจกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงสังคม ซึ่งทีมงานเคยถามนานแล้วว่ากิจกรรมที่ ผอ.อยากทำคืออะไร ก็บอกว่าอยากปลูกต้นไม้ เพราะเมืองใหญ่ๆในต่างประเทศมีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก แต่บ้านเราพื้นที่สีเขียวยังน้อย มีแต่ความเจิรญด้านอุตสาหกรรม แต่ลืมไปว่าสิ่งที่ควรเจริญไม่แพ้เศรษฐกิจคือธรรมชาติที่จะมอบให้แก่ลูกหลาน คุยกับทีมงานนานมากแล้ว และต้องขอบคุณทีมงานที่เขาจำได้นำมาพูดคุยในที่ประชุม

*** เปรียบเสมือนโครงการ CSR ของ สสว.?

จริงๆก็ไม่ได้เป็นกิจกรรมเชิง CSR แต่เป็นความตั้งใจที่เกิดจากความห่วงใยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมชาติ ไม่มีอะไรดีกว่าทำกับมือ จึงชวนกันมา เป็นที่มาของงานวันนี้ สสว.ดูแล SMEs สร้างความสำเร็จมาเป็นแสนเป็นล้านคนแล้ว ถ้าเราร่วมกันปลูกต้นไม้วันแรก 1 ต้น อีก 5 ปี 10 ปีก็เป็นร้อยต้น ล้านต้นได้ เหมือนกับเราสร้างผู้ประกอบการให้เติบโตจำนวนมาก เป็นนัยยะเดียวกันคือเราสร้างคน และกำลังสร้างสิ่งแวดล้อม ผ่านการปลูกต้นไม้ที่มาสร้างความร่มรื่นให้กับคนรอบข้าง การปลูกต้นไม้ครั้งนี้จริงๆแล้วเป็นการบอกกับ SMEs ว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน เราปลูกที่บ้านเราก็ได้ จะเป็นระเบียง คอนโดมิเนียม บ้านสวน ในตรอกซอกซอย ถ้าทุกคนร่วมใจในการเปรียบต้นไม้เหมือนชีวิตที่เราต้องดูแล ขอแค่ 10% ของธุรกิจที่ สสว.ดูแลก็ดีขึ้นมากแล้ว

*** ถือเป็นการเริ่มต้นของ สสว.ในโครงการรูปแบบนี้?

ใช่ครับ แต่ไม่สายเกินไป เราสามารถสร้างความเข้มแข็งแบบเติบโตและปริมาณได้อย่างต่อเนื่อง อนาคตจะเป็นใครก็ตาม หรือจะเป็นวิธีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ถ้าเราเชื่อในกลไกคความคิดว่าเป็นต้นไม้แห่งความรัก ให้ความร่ม

รื่นกับสังคม สานต่อไปได้โดยไม่มีขีดจำกัด ในการทำทุกๆเรื่องเราจะไม่ดูแค่ตัวราในวันนี้ เราจะดูวันพรุ่งนี้ของผู้อื่นพร้อมตัวเองให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งเราดีใจที่ SMEs ยุคนี้รัก สสว.มาก เพราะว่าเขาได้หัวใจเราไป เราทำในสิ่งที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เรากล้าพลาดไปกับเขา เรียนรู้ไปกับเขา และเติบโตไปกับเขา

*** รูปแบบกิจกรรมเป็นอย่างไร?

กิจกรรมครั้งนี้เราเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่กรุงเทพฯ นำคณะผู้ประกอบการไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและรับฟังการบรรยายเพื่อการเรียนรู้จากวิทยากร ของ บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นแบบที่ได้ระบบคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นที่ยอมรับของสากล เช่น มาตรฐาน GMP/HACCP ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นพื้นฐานการจัดการผลิตที่ดีของโรงงานผลิตตลอดห่วงโซ่อาหาร ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสากล สร้างจิตสำนึกต่อความปลอดภัยของอาหารต่อผู้บริโภค และยังได้รับรางวัลแบรนด์แห่งปี (World Branding Awards 2018-2019) สาขาผลิตภัณฑ์นมโพรไบโอติก จากประเทศอังกฤษ รวมทั้งแนวคิดในการรับผิดชอบต่อสังคม ในช่วงบ่ายได้นำคณะฯ เดินทางไปยัง “กลุ่มรักษ์คุ้งบางกะเจ้า” ที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ฟังการบรรยายแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ในตำบลบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย” จากนั้นนำเยี่ยมชมการผลิตสินค้า และแนวคิดการสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนบางกะเจ้า ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้นฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อม

*** ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการอย่างไรบ้าง?

มากันกว่า 60 ราย ที่สำคัญคือพอผู้ประกอบการรู้ว่ามีกิจกรรมนี้ต่างดีใจพาครอบครัวมาด้วย ถือว่าเกินเป้าหมาย เป็นการช่วยกันปลูกจิตสำนึกในการดูแลธุรกิจ พนักงาน สิ่งแวดล้อม ผ่านการสร้างทีละเล็กละน้อยให้เติบโตมากขึ้นรื่อยๆ ทำร่วมกันเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม งานแบบนี้ใครก็มาได้ เพราะมีจิตสำนึกเดียวกันคือรักบ้าน อยากดูแลลูกหลาน ซึ่งคาดหวังว่าทุกคนจะเข้าใจถึงวิธีการยกระดับมาตรฐานการผลิต เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ผ่านการศึกษาเรียนรู้ในอุตสาหกรรมต้นแบบที่ได้รับการยอมรับ และมีจิตสำนึกในการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การเป็นผู้ให้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสังคม ผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและการรวมกลุ่มของชุมชน เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในชุมชนให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

*** เหตุผลที่เลือกกลุ่มรักษ์คุ้งบางกะเจ้าทำกิจกรรมครั้งนี้?

เราทำการเซอร์เวย์สถานที่หลายแห่ง ซึ่งผมมีข้อเสนออยากปลูกป่ายืนต้น เนื่องจากความคิดเราคือเป็นต้นไม้ที่เข้มแข็ง เติบโต พอเขานำสถานที่มาให้ดูก็ชอบมาก โดนใจในความคิด

*** มุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับธุรกิจสีเขียว?

จริงๆผมทำเรื่องนี้มาต่อเนื่อง ผมทำเรื่อง green economy เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ตั้งแต่สมัยอยู่สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เพราะผมมองว่าเราต้องพัฒนา SMEs ตามเมกะเทรนด์ และหนึ่งในเมกะเทรนด์ยุคนั้นคือความใส่ใจในสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ผมศึกษาเชิงลึกแล้วเดินหน้าสร้างโครงการมาตลอด สร้างผู้ประกอบการที่เป็นกรีน เช่น รีไซเคิลโปรดักส์ เกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

*** การส่งเสริมกิจกรรมในปี 2563

ผมอยากเจาะเชิงลึกแอเรียเบสระดับจังหวัด ระดับกลุ่มจังหวัด เพราะถ้ามองว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนที่จะได้รับการช่วยเหลือดูแลส่งเสริมระดับต้นๆก็น่าจะเป็นจังหวัดที่มีโอกาสน้อย และจังหวัดที่มีโอกาสน้อยก็จะมีช่องว่างในการเติบโตสูง ถ้าเม็ดเงินลงไปในจังหวัดนั้น ผลผลิตในการสร้างรายได้กับการเจริญเติบโตของจังหวัดนั้นก็จะเพิ่มขึ้น เป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปีนี้เรานำร่องไปหลายโครงการแล้ว เช่น สร้างโค้ชระดับแอเรียเบสเชิงลึก 8 จังหวัด ซึ่งจะขยายผลในปีหน้าเป็น 16 จังหวัด 24 จังหวัด เพื่อแก้โจทย์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ เป็นการแก้โจทย์ที่เขาต้องการอย่างแท้จริง อีกอันถึงแม้จะเป็นโครงการเดิม แต่ผมเชื่อว่าจะเปลี่ยนประเทศได้คือโครงการเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพ กับ เออร์รี่สเตจ 2 โครงการนี้เราได้ผู้ประกอบการคลื่นลูกใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกับ สสว. 2 ปี เห็นชัดเจนว่าเป็นบิสิเนสโมเดลใหม่ เริ่มธุรกิจวันนี้แข็งแรงเลย ไม่เอาจำนวนมากแล้วเริ่มไปเรื่อยๆ แต่คัดเลือกธุรกิจที่คิดเยอะ คิดยาก คิดยุ่ง คิดซับซ้อน พอเริ่มสร้างก็แข็งแรงเลย ปีหน้าก็จะขยายผลไปเรื่อยๆ




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ