‘บัตรแรบบิท’ ขานรับกระแสสังคมไร้เงินสด จับมือ ‘สมาร์ทบัส’ วางระบบจ่ายค่าโดยสารมาตรฐาน BTS

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

‘บัตรแรบบิท’ ขานรับกระแสสังคมไร้เงินสด จับมือ ‘สมาร์ทบัส’ วางระบบจ่ายค่าโดยสารมาตรฐาน BTS


“บัตรแรบบิท” สมาร์ทการ์ดสำหรับคนเมืองตอบรับกระแสสังคมไร้เงินสด จับมือรถบัสโดยสาร “สมาร์ทบัส” เปิดตัวระบบการจ่ายค่าโดยสารมาตรฐานเดียวกับรถไฟฟ้า BTS นำร่องสาย 104 กับ 150 จัดโปรฯลดค่าโดยสาร 2 บาทต่อเที่ยว ตั้งเป้า ปี 63 วางระบบสมาร์ทบัสได้ถึง 2 พันคัน ครอบคลุมเขตเมือง พร้อมเพิ่มจุดบริการร้านค้าชำระเงินด้วยบัตรแรบบิทให้ครบ 2 หมื่นจุดทั่วประเทศ

นางสาวรัชนี แสนศิลป์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (BTS) ผู้ให้บริการบัตรแรบบิท (Rabbit Card) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา บัตรแรบบิท ได้ร่วมมือกับ บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด ผู้ประกอบการให้บริการรถร่วมบริการ ขสมก. เปิดตัวระบบการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรแรบบิทโดยใช้มาตรฐานเดียวกับ “ระบบแรบบิท” ที่ใช้ในรถไฟฟ้าบีทีเอส มาทดลองใช้กับรถสมาร์ทบัสสาย 104 และ 150 ซึ่งถือว่าเป็นการนำระบบการชำระเงินตามมาตรฐานสากลมาใช้ในรถโดยสารประจำทางสาธารณะในกรุงเทพเป็นครั้งแรก และภายในไตรมาสแรกของปี 2563 จะมีการติดตั้งเพิ่มในรถสมาร์ทบัสอีก 5 สาย โดยคาดว่าสิ้นปี 2563 จะสามารถติดตั้งระบบการชำระเงินด้วยบัตรแรบบิทนี้ได้อย่างสมบูรณ์ในรถสมาร์ทบัสสายอื่นๆ รวมกว่า 2,000 คัน โดยในช่วงเริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 62 – 31 มี.ค. 63 ผู้ที่ใช้บัตรแรบบิทของธนาคารกรุงเทพ จะได้รับส่วนลดค่าเดินทาง 2 บาทต่อเที่ยว จากปกติ 15-20-25 บาท

จากการขยายเครือข่ายการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรแรบบิทในระบบขนส่งสาธารณะนี้ คาดว่าในปี 2563 จำนวนผู้ใช้บัตรแรบบิทจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 8 แสน ถึง 1 ล้านคนต่อวัน ในขณะเดียวกันการเพิ่มเส้นทางการให้บริการของรถไฟฟ้าบีทีเอส ในระหว่างปี 2563-2564 ระยะทางจะเพิ่มขึ้นจาก 50 กม. เป็น 170 กม. ซึ่งเส้นทางที่เพิ่มขึ้น คือ สายสีเขียวเหนือ (หมอชิต – คูคต) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) และสายสีชมพู (แคราย – มีนบุรี) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้งานบัตรแรบบิทเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ล้านคนต่อวัน

ทั้งนี้ บัตรแรบบิทเริ่มให้บริการกับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2555 โดยมีแนวคิดเริ่มต้นคือ ต้องการให้บัตรแรบบิทเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดสำหรับคนไทยที่ใช้สำหรับชำระค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ หรือ ตั๋วร่วม (common ticket) และใช้ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ได้ด้วย โดยแนวคิดนี้ สอดรับกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสดและต้องการให้มีบัตรใบเดียวที่สามารถใช้ระค่าโดยสารในระบบขนส่งได้ทุกประเภท

“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เราได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรและพัฒนาบัตรแรบบิทให้สามารถใช้ชำระค่าโดยสารที่ครอบคลุมการเดินทางที่หลากหลายของคนในยุคปัจจุบันทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถบีอาร์ที เรือโดยสาร และรถโดยสารประจำทางทั้งในกรุงเทพฯ และในหัวเมืองสำคัญต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และนนทบุรี ในขณะเดียวกัน การขยายตัวไปยังร้านค้าต่างๆ ยังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความถูกต้องน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของระบบที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับโลก และ เรายังมีการทำโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าพันธมิตร การโฆษณาสื่อสารไปยังผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าที่เป็นสมาชิกของแรบบิท ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้ถือบัตรแรบบิทมากกว่า 13 ล้านใบ ในขณะเดียวกันเรายังช่วยร้านค้าพันธมิตรในการวิเคราะห์โปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเพื่อให้ร้านค้าพันธมิตรเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เราได้มีการออกบัตรแรบบิทไปแล้วกว่า 13 ล้านใบ โดยเป็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เฉลี่ยปีละกว่า 2 ล้านใบ จากการขยายการชำระค่าโดยสารเข้าไปในระบบขนส่งต่างๆ ที่มากขึ้น รวมถึงการมีร้านค้าพันธมิตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ร้านค้า และจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 12,000 จุด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์อาหารในเครือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ศูนย์อาหารในเครือ ซีพีเอ็น ศูนย์อาหารในเอ็มบีเค สามย่านมิตรทาวน์ แมคโดนัลด์ทุกสาขา ร้านอาหารทุกแบรนด์ในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป ทั่วประเทศ ร้านสะดวกซื้อ เช่น เทสโก้เอ็กซ์เพรส มินิบิกซี แฟมมิลี่มาร์ท ลอว์สัน แม็กแวลูทันใจ วัตสัน รวมถึงโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ร้านชานมและกาแฟต่างๆ มากมาย ทำเราเป็นผู้นำในการชำระเงินสำหรับร้านชาและกาแฟ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะขยายจุดบริการให้มีมากกว่า 20,000 จุดภายในปีทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

นอกจากร้านค้าพันธมิตรต่างๆ แล้ว องค์กร บริษัท รวมถึงสถาบันการศึกษายังมีการนำบัตรแรบบิทมาทำเป็นบัตรพนักงาน บัตรนักเรียนหรือบัตรนักศึกษา บัตรเข้า-ออกอาคาร หรือคีย์การ์ดเข้าออกคอนโดมีเนียมอีกด้วย เช่น โครงการคอนโดมีเนียม The Line by Sansiri ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  ร.ร.นานาชาติร่วมฤดี บริษัทในเครือสหพัฒน์ฯ และบริษัทสิงห์ เอสเตท จำกัด เป็นต้น โดยบัตรเหล่านี้จะได้สิทธิประโยชน์ทุกอย่างเช่นเดียวกับบัตรแรบบิททั่วไปไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าโดยสารในระบบขนส่งต่างๆ ได้ รวมถึงได้รับส่วนลดต่างๆ ในร้านค้าพันธมิตรทั้งหมด จะเห็นได้ว่าบัตรแรบบิทสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างชัดเจนและลงตัว

“ตลอด 7 ปีที่บัตรแรบบิทให้บริการ เรามีการพัฒนาบริการเพื่อในสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการและให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่เปลี่ยนไป บนเงื่อนไขที่เราต้องรักษามาตรฐานการชำระค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะต้องมีความถูกต้อง ปลอดภัยและรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงยังคงระบบการจ่ายชำระเงินของแรบบิทให้อยู่ในรูปแบบของบัตร และเพื่อให้การใช้บัตรแรบบิทมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงการก้าวสู่สังคมดิจิตอลที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับมือถืออย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อวัน เราจึงร่วมมือกับ แรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ในการให้ผู้ถือบัตรแรบบิท สามารถผูกกระเป๋าเงินในบัตรแรบบิท เข้ากับกระเป๋าแรบบิท ไลน์ เพย์ จึงทำให้ผู้ถือบัตรสามารถเติมเงินและเติมเที่ยวโดยสารบีทีเอส ผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่นของแรบบิท ไลน์เพย์ได้ โดยเป็นการผสมผสานโลกออฟไลน์กับออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไรรอยต่อ เรียกได้ว่าเราเป็นรายแรกและรายเดียวในโลกที่พัฒนานวัตกรรมทางการเงินในลักษณะนี้”

ทั้งนี้ ในปี 2563 บัตรแรบบิท จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเติมเงินในอีกระดับหนึ่ง โดยได้พัฒนาให้บัตรแรบบิทสามารถเติมเงินผ่าน โมบาย แอพพลิเคชั่นของแรบบิท และผ่านโมบายแบงค์กิ้งของธนาคารต่างๆ โดยหลังจากเข้าไปทำคำสั่งเติมเงินในแอพพลิเคชั่น หรือโมบายแบงค์กิ้งของธนาคาร แล้วนำบัตรแรบบิทไปแตะที่มือถือเพียงเท่านี้ก็จะสามารถเติมเงินเข้ากระเป๋าแรบบิทได้แล้ว รวมถึงการเติมเที่ยวโดยสารจะสามารถทำได้ในขั้นถัดไป

 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ