“นกแอร์” สยายปีกเปิดเส้นทางใหม่ วางเป้าปี 63 ลดขาดทุน 50% ผู้โดยสารทะลุ 10 ล้าน

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“นกแอร์” สยายปีกเปิดเส้นทางใหม่ วางเป้าปี 63 ลดขาดทุน 50% ผู้โดยสารทะลุ 10 ล้าน


ปัจจุบันตลาดการบินมีการแข่งขันกันที่ดุเดือดมาก ส่งผลให้หลายสายการบินขาดทุนอย่างหนัก จนต้องหาวิธีรัดเข็มขัดและหาแนวทางเพิ่มรายได้ “นกแอร์” ก็เป็นหนึ่งในสายการบินที่พยายามดิ้นและหาทางเอาตัวรอดจากวิกฤตนี้ให้ได้ โดยมีแผนสยายปีกเปิดเส้นทางบินใหม่ พร้อมทั้งวางแผนลดการขาดทุนให้ได้ 50% และได้วางเป้าผู้โดยสารทะลุ 10 ล้านคนในปี 63

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ธ.ค. 2562 นี้ สายการบินนกแอร์เตรียมเปิดบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสาร ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มนักธุรกิจ เนื่องจากเมืองฮิโรชิม่า ยังถือเป็นอีกเมืองอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางดังกล่าวนั้น จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางเหลือเพียง 5 ชั่วโมง (ชม.) เท่านั้น จากเดิมจะต้องนั่งเครื่องบินไปยังโอซาก้า ต่อด้วยการนั่งรถไฟชิงคันเซ็นเพื่อไปยังเมืองฮิโรชิม่า ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 ชม.

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเปิดเส้นทางบินใหม่ที่มีศักยภาพในเอเชีย เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเป็นเส้นทางบินเมืองรองที่ช่วยสร้างผลกำไร เช่น วิสาขปัตนัม (อินเดีย) โอกินาว่า (ญี่ปุ่น) คาโกชิม่า (ญี่ปุ่น) เหอเป่ย (จีน) เป็นต้น รวมถึงมีแผนเพิ่มจุดบินจากเชียงใหม่ และภูเก็ต ไปยังประเทศจีน อาทิ ภูเก็ต-เซี่ยงไฮ้ เชียงใหม่-เซี่ยงไฮ้ อีกทั้งจะมีการบินเสริมในเส้นทางดอนเมือง-หนานจิงให้กับสายการบินนกสกู๊ตในบางเส้นทางด้วย

อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้ ทางนกแอร์เตรียมรับมอบเครื่องบินเช่ารุ่น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 2 ลำ เพื่อให้สามารถทำการบินเพิ่มปริมาณการผลิตผู้โดยสารได้ 10% ส่งผลทำให้ มีฝูงบินมีรวม 24 ลำ แบ่งเป็น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 16 ลำ และเครื่องบินใบพัด Q-400 จำนวน 8 ลำ ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้เครื่องบิน ในปีนี้ให้ได้ 11 ชม.ต่อลำต่อวัน และเป็น 12 ชม.ต่อลำต่อวันในปี 2563 โดยจะทำการบินระยะทางไกลขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน ทั้งนี้ในปี 2563 จะเช่ารุ่น โบอิ้ง 737-800 เพิ่มอีก 2 ลำ เป็น 26 ลำ

สำหรับการดำเนินธุรกิจของสายการบินนกแอร์ในปี 2562 นี้ มีผลประกอบการที่ฟื้นตัวได้มากขึ้น คาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะลดการขาดทุนลงกว่า 50% หรือขาดทุนราว 1,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนในปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2,786 ล้านบาท ถือว่าเป็นผลสำเร็จในการดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการลดต้นทุนในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินลดลงมากกว่า 10% ภายหลังจากได้ลงนามสัญญากับพาร์ทเนอร์รายใหม่ ควบคู่กับการลดต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK : Cost per Available Seat Kilometers) ลดลงได้เช่นกันที่ 10% นอกจากนี้ยังได้ทำการยกเลิกบางเส้นทางที่ไม่ทำกำไร เช่น น่าน, ร้อยเอ็ด และนครพนม เป็นต้น เช่นเดียวกับการเปิดเส้นทางใหม่เพื่อทำกำไร

ส่วนการสร้างรายได้เพิ่มของนกแอร์ในปี 2563 นั้น จะเน้นการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมากขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารต่างชาติเป็น 30% ของผู้โดยสารทั้งหมด เพราะเป็นแนวทางในการทำกำไรของสายการบินโลว์คอสต์ในไทย ไปพร้อมกับการเพิ่มตัวเลขผู้โดยสารทั้งหมดอีก 10% จะเป็นปีแรกที่ผู้โดยสารรวมทะลุ 10 ล้านคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 8-9 ล้านคน/ปี เช่นเดียวกับการเพิ่มปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) อีก 10% รวมถึงจะรักษายอดอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยว (Cabin Factor) ให้สูงกว่า 90% อย่างไรก็ตามยังตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบิน(Non-Aero Business) และ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นเพื่อสร้างรายได้ รวมถึงเพิ่มคุณภาพบริการเพื่อดึงลูกค้า เช่นการเปิดตัว Free Wifi บนเครื่องบินนกแอร์ในปีหน้า

“สภาพการแข่งขันตลาดการบินในปี 2563 ของสายการบินโลว์คอสต์ในประเทศไทย ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงและใช้กลยุทธ์ดัมซ์ราคากันอย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละสายการบินมีการสั่งเครื่องบินใหม่เพิ่มขึ้นและเปิดเส้นทางบินใหม่ในภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางเดิม จาก 3-4 เที่ยว/สัปดาห์ เป็นการบินทุกวันแบบ Daily Flight ดังนั้นนกแอร์จึงต้องปรับตัวเลือกเส้นทางบินที่ส่งเสริมสายการบินพันธมิตรเช่น Nok Scoot รวมถึงเปิดตลาดใหม่ในเมืองรองที่มีศักยภาพ เช่น จีน อินเดีย และญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองที่คู่แข่งไม่ทำการบินแต่มีดีมานต์แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามศึกการดัมซ์ราคานั้น ปัจจุบันสายการบินโลว์คอสต์ในไทยแทบทุกสายการบินขายตั๋วต่ำกว่าราคากันหมด ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องมอนิเตอร์ติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อวิเคราะห์เทคนิคการตั้งราคาขายตั๋วในจังหวะที่คู่แข่งขายราคาปกติ”




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ