บิ๊กบอส “CPN” มอง ศก.ไทยปี 63 ทิศทางดีขึ้น ปีนี้บอบช้ำสุด ผนึกมิตซูบิซิฯ ดัน “เซ็นทรัลวิลเลจ” เบอร์ 1 เอาท์เล็ตอาเซียน

วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บิ๊กบอส “CPN” มอง ศก.ไทยปี 63 ทิศทางดีขึ้น ปีนี้บอบช้ำสุด ผนึกมิตซูบิซิฯ ดัน “เซ็นทรัลวิลเลจ” เบอร์ 1 เอาท์เล็ตอาเซียน


นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า หลังจากที่เราได้เปิดโครงการ ‘เซ็นทรัล วิลเลจ’ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทยไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการลงทุน 5,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่บริการประมาณ 40,000 ตารางเมตร ซึ่งได้เปิดบริการแล้วในเฟส1 พื้นที่ประมาณ 70 ไร่ จากทั้งหมด 100 ไร่ มีร้านค้ารวมประมาณ 150 ร้านค้าทั้งไทยแบรนด์และอินเตอร์แบรนด์ และยังมีอีกประมาณ 60 แบรนด์ที่เป็นเป็นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะกับ เซ็นทรัลวิลเลจเท่านั้น ร้านค้าเปิดบริการเกือบ100% แล้ว และที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 17,000 คนต่อวัน แบ่งสัดส่วนเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% โดยมีการใช้จ่ายประมาณ 12,000 บาทต่อคน ขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะขยายเฟส2และเฟส3ต่อเนื่อง เพื่อรับกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเรายังมีพื้นที่เหลืออีก 30 กว่าไร่ จากพื้นที่เดียวกันคาดว่าหากลงทุนเพิ่มอาจจะเพิ่มพื้นที่ได้อีกประมาณ 30% และร้านค้าอีกกว่า 30 ร้านค้า

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสะท้อนนโยบายของบริษัทฯ ในการแสวงหาพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสิ่งที่ดีที่สุด ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ถือเป็นฟอร์แมตใหม่ในรูปแบบ Luxury Outlet ระดับโลก ซึ่งมาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ล่าสุดนี้ บริษัทได้เปิดรับพันธมิตรต่างประเทศ ได้แก่ บริษัท มิตซูบชิ เอสเตท เอเชีย จำกัด จากญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนร่วมกันประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อร่วมถือหุ้นจำนวน 30% ในบริษัท เซ็นทรัล วิลเลจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักซ์ชัวรี่ เอาท์เล็ต ขณะที่ทางซีพีเอ็น จะลดการถือหุ้นลงเหลือ 70%

การเข้ามาร่วมลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยที่สามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศและเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้  นอกจากจะเป็นการลงทุนระหว่างสองประเทศแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนประเทศไทยให้กลายเป็น ประเทศแห่งการช้อปปิ้งและท่องเที่ยวระดับโลกเชื่อว่าการผนึกกำลังของสองอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ไทย-ญี่ปุ่น ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดความร่วมมือสู่ความสำเร็จ ‘Two Nations, One Success’ และส่งผลให้ โครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตแห่งแรกของประเทศเป็นเบอร์หนึ่งแห่งลักชูรี่เอาท์เล็ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแท้จริง

ผู้บริหาร กล่าวเสริมว่า สำหรับทิศทางสภาวะเศรษฐกิจในปีนี้อย่างที่ทราบกันว่าอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็น สภาวะการณ์เศรษฐกิจโลกก็ไม่ค่อยจะสู่ดีนัก ค่าเงินบาทที่แข็งยาวนานจนส่งผลต่อการท่องเที่ยวและส่งออกไทย  การเลือกในประเทศที่ตั้งที่ล่าช้า เป็นต้น สำหรับปีหน้ายังไม่เห็นปัจจัยลบอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากได้เจอในปีนี้ไปหมดแล้ว จึงมองว่าเศรษฐกิจน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีนี้

ด้าน นายยูทาโร โยซุซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย กล่าวต่อว่า “การร่วมลงทุนในโครงการนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเปิดพอร์ตโฟลิโอใหม่ รุกธุรกิจเอาท์เล็ตครั้งแรกในไทย โดยบริษัทฯ คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ในการตัดสินใจเลือกลงทุนกับซีพีเอ็นและโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ คือ 1.ศักยภาพประเทศไทยที่แข็งแกร่ง ตลาดท่องเที่ยวของไทยเป็นผู้นำในอาเซียน คาดว่าการท่องเที่ยวของไทยจะเติบโต 4% 2.มีความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของซีพีเอ็น ที่เป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย 3.ความสำเร็จของเซ็นทรัลวิลเลจ มีที่ตั้งใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่มีนักเดินทางมากที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเซ็นทรัลวิลเลจเป็นโมเดลใหม่ของวงการค้าปลีกของไทย

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติที่มีเข้ามาลงทุนมากติดอันดับ TOP 3 ของไทย และ เป็นอันดับ 1 ใน EEC หรือเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของไทย ด้วยเม็ดเงินกว่า 100,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการลงทุนในพื้นที่ EEC ทั้งหมด นอกจากนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ผู้บริโภคที่มีความรักและความเข้าใจในสินค้าแบรนด์เนมเป็นอย่างดี เป็นเมืองแบรนด์เนมในฝันของนักเดินทางท่องเที่ยวไทยมาหลายยุคสมัยโดยคนไทยและคนญี่ปุ่นมีความชื่นชอบและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ