บอร์ด กทค. มึน สางปม "บีเอฟเคที"

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

บอร์ด กทค. มึน สางปม


แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่มี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. เป็นประธาน ได้มอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม กรณีการดำเนินกิจการของ บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) ทำสัญญาให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 850 MHz กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 หลังจากก่อนหน้าคณะทำงานตรวจสอบได้สรุปรายงานผลต่อบอร์ด กทค.ไปแล้ว แต่ กทค.เห็นว่า บทสรุปที่ออกมายังมีความขัดแย้งกันเอง พร้อมทั้งให้คณะทำงานสรุปผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หาก กทค. วินิจฉัยไปตามความเห็นของคณะทำงาน
ทั้งนี้ ในรายงานเพิ่มเติมของคณะทำงานฯ ยังคงยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า บีเอฟเคที มีเจตนาใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้อนุญาต หรือประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้การดำเนินการดังกล่าวจะเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายมาตรา 67 ของพ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 แต่ก็เป็นไปโดยขาดเจตนา ในชั้นนี้จึงเห็นว่า กทค.และกสทช.ยังไม่ควรร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท และกสท แต่เห็นควรให้เร่งรัดกับดูแลให้ทั้งสองบริษัทปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและมติ กทค. ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่กทค.เห็นว่ารายงานของคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีการดำเนินงานของบีเอฟเคที จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือไม่มีความขัดแย้งกันเองนั้น คณะทำงานยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน และเห็นว่าการประกอบการของบีเอฟเคทีนั้นเป็นกิจการที่เข้าข่ายต้องดำเนินการขออนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมาย แต่เนื่องจากกทค.และกสทช.ยังไม่มีการกำหนดนโยบายกำกับดูแลในเรื่องนี้ไว้ชัดเจน จึงต้องให้กทค. พิจารณากำหนดนโยบายในเรื่องดังกล่าวก่อน และเมื่อมีนโยบายแน่ชัดในเรื่องนี้หากบริษัท และกสทไม่ดำเนินการให้สอดคล้องกับมติของ กทค. จึงจะสามารถเอาผิดได้
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นแนบท้ายของคณะทำงานยังระบุด้วยว่า หากท้ายที่สุดแล้ว กทค. และกสทช.มีมติไปตามความเห็นของคณะทำงาน จะต้องยอมรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาโดยเฉพาะอาจถูกร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งในส่วนของกทค.และสำนักงานกสทช. ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ที่ต้องระวางโทษตั้งแต่ 1-10 ปี และอาจถูก ตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ด้านนี้ทั้งจากวุฒิสภา หรือคณะกรรมการป.ป.ช.
"เป็นการสรุปผลตรวจสอบที่เท่า กับโยนเผือกร้อนไปให้บอร์ด กทค.รับผิดชอบผลกระทบที่จะเกิดตามมา หลังจากที่คณะทำงานได้เคยตรวจสอบกรณีประกอบกิจการของบีเอฟเคทีก่อนหน้าและชี้ชัดว่าประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในภายหลังกลับมีการแก้ไขให้ไม่มีเจตนากระทำผิดและทั้งกทค.และกสทช.เองยังไม่มีการกำหนดนิยามในเรื่องนี้มาก่อน จึงทำให้คณะทำงานต้อง หาทางลงด้วยการโยนเรื่องให้กทค.รับผิดชอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเอง"


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ