Toggle navigation
วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
ไอที-ดิจิทัล-มีเดีย
กทค. เผือกร้อน เต็มมือ!
กทค. เผือกร้อน เต็มมือ!
วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556
Tweet
ขณะที่อุณหภูมิการเมืองเรื่อง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... หรือที่คนในรัฐบาลพยายามผลักดันให้เรียกชื่อใหม่เป็น พ.ร.บ.ไทยแลนด์ 2020 หรือการแก้ไข รธน.กำลังระอุแดดแรงพอๆ กับอุณหภูมิหน้าร้อนยามนี้ที่ร้อนระอุทะลุปรอทแตก
หน่วยงานอีกหน่วยงานที่กำลัง "งานเข้า" ทุกเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวดองกำลัง ระอุแดดไม่แพ้กัน ก็คือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (บอร์ดกทค.) ที่มี พล.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. เป็นประธาน ไหนจะเรื่องที่ไประอุศึกกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม ในกรณีการเรียกคืนคลื่น 1800 MHz ที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ใช้งานอยู่ และจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย.56 นี้ โดย กสท อ้างเหตุผล ความจำเป็นที่ต้องใช้คลื่นดังกล่าวรองรับผู้ใช้บริการในระบบ 2จี ที่คาดว่ายังคงต้องดูแลอยู่อีกกว่า 10 ล้านเลขหมายภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน
ฉับพลันที่คณะกรรมการ บมจ.กสทโทรคมนาคม (CAT Telecom) มีมติให้ฝ่ายบริหารทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อขอใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ดังกล่าว ต่อไป โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นที่ต้องใช้คลื่นดังกล่าว ก็มีเสียงตอบโต้ทันทีจาก นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่ออกมาฟ้อนเงี้ยวยืนยันว่ากฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานหน่วยงานรัฐที่นำคลื่นไปใช้ต้องส่งคืนกลับมายัง กสทช. เพื่อจะนำไปจัดสรร และเปิดประมูลใหม่ กรุยทางไปสู่ระบบใบอนุญาตเท่านั้น
พร้อมตอกย้ำ การที่ฝ่ายบริหาร กสท คิดจะยื้อการคืนคลื่นความถี่เอาไว้เท่ากับมีเจตนาจะกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งกสทช. คงยอมไม่ได้และจะดำเนินการทุกมาตร-การ เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด "เรื่องนี้ไม่ใช่ เป็นการขู่ แต่เป็นบทลงโทษ ทางกฎหมายที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในส่วนบทบาทของ กสทช.เอง ก็ต้องดำเนิน การ มิฉะนั้นจะถูกข้อหาฐานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบไปด้วย"
ประกาศิตของ กสทช.ที่ส่งสัญญาณ ไปยังฝ่ายบริหารและบอร์ด กสท ข้างต้น คงทำเอาทุกฝ่ายจับจ้องปฏิบัติการทวงคืน คลื่นความถี่ 1800 MHz ครั้งนี้อย่างไม่กะพริบ ยิ่งเมื่อฝ่ายบริหาร กสท ยืนยันว่าสิทธิ์ในการใช้โครงข่ายมือถือ และเลขหมายทั้งมวลที่เป็นทรัพย์สินในสัญญาสัมปทานนั้น เป็นของ กสท โดยชอบธรรม หาก กทค. และกสทช.ออกประกาศ "ก้าวล่วง" การใช้ทรัพย์สินเหล่านี้ที่ถือเป็นกิจการของรัฐโดยมิชอบ งานนี้ก็อาจต้องไปจบลงที่ศาล
ปฏิบัติการยื้อคลื่นความถี่เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง โดยจับเอาลูกค้าผู้บริโภค เป็น "ตัวประกัน" หรือไม่ และหากท้ายที่สุดแล้ว กสท ยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นไปตามกรอบของกฎหมายเพื่อปกป้องลูกค้าและยืนยันว่ากสทช.ไม่อาจจะก้าวล่วงเข้ามาใช้ทรัพย์สินของรัฐตามสัญญาสัมปทานที่เป็นสัญญา BTO ได้ก็เห็นทีว่ากรณีนี้คงระอุแดดไปจบที่ศาล
ขณะที่ "ความวัวไม่ทันหาย ความควาย (จ่อ) เข้ามาแทรก" เมื่อกรณีการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของ บริษัทบีเอฟเคที (ประเทศไทย) ที่จัดสร้างเครือข่ายให้ กสท เช่าใช้เพื่อให้บริการ มือถือ 3จี บนเครือข่ายเดิมที่บอร์ด กทค. อีกนั่นแหละมอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ไปดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจากก่อนหน้านี้ ผลสอบข้อเท็จ จริงครั้งแรกออกมา ระบุว่า การประกอบกิจการของบีเอฟเคทีดังกล่าวเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 67 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 แต่ก็ถูกบอร์ดกทค.ตีกลับให้ไปจัดทำมาให้ให้ชัด
นัยว่าบทสรุปใหม่ที่ออกมานั้นคงทำเอามือกฎหมาย "มือฉมัง" ที่ตั้งป้อมขยี้บิ๊ก กสท ถึงขั้นอาจต้อง กุมขมับ เพราะเล่นโยนเผือกร้อนกลับไปให้บอร์ด กทค. และกสทช.กันดื้อๆ ด้วยเห็นว่า แม้การดำเนินการของบีเอฟเคทีดังกล่าวจะเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย แต่ก็เป็นไปโดยขาดเจตนาในชั้นนี้จึงเห็นว่า กทค. และ กสทช. ยังไม่ควรร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท และกสท แต่เห็นควรให้เร่งรัดกำกับดูแลให้ทั้งสองบริษัทปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมติ กทค. ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนจะสรุปแนบท้ายที่อ่านแล้วชวน "อึ้งกิมกี่" หากบอร์ด กทค. และกสทช. เห็นด้วยกับบทสรุปของคณะทำงานตรวจสอบฯ ก็ต้องพร้อมที่จะรับผลกระทบที่อาจถูกร้องทุกข์กล่าวโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และอาจถูกตรวจ สอบจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ด้านนี้ทั้งวุฒิสภา และคณะกรรมการป.ป.ช.เอาได้
ยิ่งเมื่อได้อ่านบทสัมภาษณ์สะกิดต่อม กสทช.ของ รศ.ดร.สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและอดีตกรรมการกสทช. เองที่บอกว่า องค์ประกอบของกสทช.ในชุดปัจจุบันนั้น "ผิดฝั่งผิดฝา" ไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น"เหมือนเสือ 11 ตัวที่อยู่ผิดถ้ำ ทำให้อาจมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมและบรรดากฎเกณฑ์ ร่างประกาศต่างๆ ที่ออกมาอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ โอกาสที่จะถูกตรวจสอบความไม่ชอบธรรมของตัวองค์กรผู้ทำหน้าที่อย่างผิดฝั่งผิดฝาในอนาคตนั้นมีอยู่สูงยิ่ง เมื่อใดก็ตามทีประชาชนฉลาดมากขึ้น รับรองถ้ำแตกกระจาย ถึงเวลานั้นเสือจะอยู่ลำบาก"
2 เผือกร้อนในมือข้างต้นคงทำเอาบอร์ด กทค.และ กสทช.หายใจไม่ทั่วท้องแน่ ยิ่งได้อ่านคำเตือนจากมือกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม ที่เป็นถึงอดีตกรรมการ กสทช.ออกโรงเตือนเองเช่นนี้ด้วยแล้ว !!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
ยุคใหม่ของการทำงานด้วย AI : viaim แบรน...
...
KOAN เปิดตัว SHOKZ OpenFit Pro นิยามใหม่...
...
"JMART" ประกาศแผนปี 69 ปั้น Brand Identi...
...
Xioami เปิดอาณาจักรที่อู่ฮั่น ต้นแบบโรงง...
...
เอเซอร์ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ “Th...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ