ไอซีทีปรับโครงสร้างเน็ตเปลี่ยนมาใช้ไอพีวี 6

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ไอซีทีปรับโครงสร้างเน็ตเปลี่ยนมาใช้ไอพีวี 6


นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ในประเทศไทยว่า การเปลี่ยนถ่ายอินเตอร์เน็ตสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตรุ่นที่ 6 จะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนหมายเลข IP ได้ เนื่องจากอัตราการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจำนวนหมายเลขไอพีรุ่นเดิม Internet Protocol version 4 (IPv4) ในโลกกำลังจะถูกใช้หมดไปและไม่เพียงพอกับการใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปัญหาด้านการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้งานโทรศัพท์ 3G โดยเฉพาะ LTE (Long Term Evolution) และ 4G จะมีปัญหาด้วย
เนื่องจาก IPv6 มีจำนวนหมายเลข IP มากมายมหาศาล IPv6 เป็นชุดตัวเลข สัญลักษณ์ที่ใช้ในการอ้างอิงเครื่องคอม-พิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตทั่วโลกรุ่นใหม่ โดย IPv4 มีจำนวนหมายเลขประมาณ 4 พันล้าน ขณะที่ IPv6 มีจำนวนหมายเลขจำนวน 340 ล้านล้านล้านล้าน ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นมอบหมายให้กระทรวงไอซีที เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารจัดการตามแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ในประเทศไทย ให้เป็นวาระแห่งชาติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ
สำหรับแผนปฏิบัติการดังกล่าว เป็นแผนปฏิบัติการระยะสั้น มีระยะดำเนินการ 3 ปี (พ.ศ.2556-2558) โดยกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2556 จะต้องจัดตั้งศูนย์ประสานงานและปฏิบัติการ IPv6 เพื่อให้คำปรึกษา อบรม ทดสอบ ตรวจประเมินด้าน IPv6 ของประเทศไทย ภายในปี 2557 ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทุกราย ซึ่งครอบคลุมผู้ให้บริการ ในระบบใช้สายและไร้สาย ต้องเปิดให้บริการเชื่อมต่อและใช้งานที่รองรับ IPv6 ได้ และภายในปี 2558 หน่วยงานภาครัฐระดับกรมขึ้นไปทุกหน่วยงานจะต้องมีการเชื่อมต่อสู่อินเตอร์เน็ตที่รองรับ IPv6 รวมทั้งสถาบันการศึกษาของรัฐทุกระดับ (NEdNet และ UniNet) ให้สามารถใช้งาน IPv6 ได้อย่างน้อย 10,000 สถาบัน
โดยกิจกรรมสำคัญเร่งด่วน (Flagship Project) ที่จะต้องรีบดำเนินการ คือ การจัดตั้งศูนย์ประสานงานและปฏิบัติการ IPv6 เพื่อใช้เป็นศูนย์อบรม ให้คำปรึกษา ทดสอบตรวจประเมินด้าน IPv6 ของประเทศไทย ซึ่งศูนย์ดังกล่าว จะมีหน้าที่จัดทำข้อกำหนดคุณลักษณะพื้นฐานและคุณ-ลักษณะด้าน IPv6 ของอุปกรณ์เครือข่าย รวมทั้งมีการจัดตั้งหน่วยทดสอบอุปกรณ์และทดสอบความพร้อมของเครือ ข่าย (Testbed) เพื่อทดสอบอุปกรณ์ว่าสามารถรองรับและเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน IPv6 หรือไม่ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการจัดอบรมทั้งแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่สนใจ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆ ด้าน IPv6 และตรวจ ประเมินตามเป้าหมายตัวชี้วัดที่ระบุในร่างแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ประเทศไทย
ส่วนกิจกรรมด้านอื่นๆ ที่จะทำให้แผนฯ บรรลุวัตถุประสงค์ในระยะยาว ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการส่งเสริมการใช้งาน IPv6 แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กิจกรรมด้าน การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานในหน่วยงานภาครัฐ และกิจกรรมด้านการพัฒนาโครงข่ายการให้บริการอินเตอร์ เน็ต ด้านที่สอง คือ การพัฒนาบุคลากรเป็นกิจกรรมที่จะช่วยในการสนับสนุนและส่งเสริมทั้งด้านความเข้าใจ ความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญด้าน IPv6 โดยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากรภาครัฐ และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรด้าน ICT ของประเทศ ไทยโดยรวม
ด้านที่สาม คือ การส่งเสริมการใช้งาน IPv6 นอกจากการพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านบุคลากรแล้ว การส่งเสริมการให้บริการ (e-service) โดยเฉพาะบริการสาธารณะของหน่วยงานให้สามารถรองรับการใช้งาน IPv6 ได้นั้น จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การใช้งาน IPv6 มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น และสุดท้ายคือ ด้านการสร้างความตระหนักและส่งเสริมการใช้งาน IPv6 ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการที่จะช่วยส่งเสริมให้การดำเนินงานตามร่างแผนปฏิบัติการฯ บรรลุตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
นอกจาก IPv6 จะแก้ปัญหาการขาดแคลนหมายเลข IP ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว IPv6 ยังมีการปรับปรุงคุณลักษณะอื่นๆ อีกหลายประการ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอด ภัย เพื่อรองรับระบบแอพพลิเคชั่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การเข้าสู่ IPv6 จึงนับว่าเป็นการปรับปรุงอินเตอร์เน็ตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ตั้งแต่เริ่มมีอินเตอร์เน็ต ดังนั้น การวางแผนเพื่อการปรับเปลี่ยนการใช้งาน IPv6 เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญต่อการขยายตัวอย่างมั่น คงของอินเตอร์เน็ตต่อวงการเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของโลก


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ