Toggle navigation
วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
ไอที-ดิจิทัล-มีเดีย
"ก็อซ" เปิดตลาดแกดเจ็ตไทยรั้งเบอร์ 2 ตลาดเอเชีย
"ก็อซ" เปิดตลาดแกดเจ็ตไทยรั้งเบอร์ 2 ตลาดเอเชีย
วันพุธที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2556
Tweet
Gosh ! พัฒนาธุรกิจจากการเริ่มต้นที่ผลิตและจำหน่าย แอกเซสเซอรี่ไปสู่การขยายไปทำตลาดแกดเจ็ต เป็นการผลิตสินค้าที่ใช้งานซับซ้อนมากกว่าเป็นสินค้าที่ใช้งานพื้นฐาน ไทยติดอันดับท็อปทรี จาก 13 ประเทศที่ก็อซทำตลาด เตรียมขยายตลาดไปในยุโรปและอเมริกาในเดือนหน้า
นายจอห์นสัน โก๊ะ ประธาน บริษัท แอ็บเซสเซอรี่ จำกัด เจ้าของแอ็กเซสซอรี่แบรนด์ "ก็อซ" เปิดเผยถึงการพัฒนาธุรกิจแอ็กเซสซอรี่ว่าเริ่มจากการผลิตเคสหรือซองกันสมาร์ทโฟนตกและกระแทก และอุปกรณ์เสริมอื่น เช่น ซองกันแท็บเล็ต ตกหรือกระแทก พร้อมคีย์บอร์ด จะพบว่าสินค้าเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ยังมีการผลิตและขายกันอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมามีการใช้งานแบบง่ายและไม่ซับซ้อน
ตลาดแอ็กเซสซอรี่มีผู้ผลิตจำนานมากและก้าวไปสู่จุดสูงสุดในแง่ของตลาดและมีผู้ผลิตจำนวนมากเมื่อช่วงที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 4 ช่วงนั้นคนนิยมหาซื้อเคสและฟิล์มกันรอยกันมาก ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูง มีสินค้าที่คุณภาพแตกต่างกันออกมา เช่น สินค้าที่ผลิตจากโรงงานในจีน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ราคาถูก รวมถึงมีบริษัทนำเข้ามาจำหน่ายกันมาก
ทิศทางของตลาดยังคงผลิตและจำหน่ายเคสเป็นหลักเช่นเดิม เมื่อการแข่งขันสูงและมีผู้ผลิตและจำหน่ายมากเช่นนี้ย่อมทำให้ตลาดต้องมีการปรับตัว "ก็อซ" ก็ปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าในกลุ่มเดิมข้างต้นและเริ่มหันมาพัฒนาสินค้าแบบใหม่ การใช้งานใหม่ ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นายจอห์นสัน กล่าวว่า มีการพัฒนาแอ็กเซสซอรี่ไปแนวคิดที่เรียกว่า "app enabled accessories" เป็นการพัฒนาอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานบนสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น ลักษณะคล้ายกับ "แกดเจ็ต" หรือของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างสินค้ากลุ่มนี้ เช่น ตุ๊กตาเฟอร์บี้ หรืออุปกรณ์วัดชีพจร วัดความดันโลหิต รวมถึงนาฬิกาที่ใช้งานได้มากกว่าใช้ดูเวลา
ในการทำตลาดของ "ก็อซ" ในช่วง ที่ผ่านมาก็อซเน้นทำตลาดด้วยการผลิตสินค้าคุณภาพดี ด้วยราคาที่เหมาะสมทำให้สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายใน 13 ประเทศในเอเชียและใกล้เคียง เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลี ย่านเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ และในไตรมาส 4 จะเปิดขายในยุโรป และอเมริกา
หากจัดอันดับประเทศที่วางขายพบว่าก็อซขายดีในประเทศสิงคโปร์มากที่สุด รองลงมาเป็นไทย และฟิลิปปินส์ ถัดมาเป็นตลาดในญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้ยังต้องการสินค้ากลุ่มนี้อีกจำนวนมาก ส่วนตลาดในจีนนั้น "ก็อซ" ไม่กล้าเข้าไป ทำตลาดเนื่องจากจีนมีโรงงานผลิตสินค้าในทุกระดับ มีสินค้าวางขายตั้งแต่ราคาสูงไปจนถึงต่ำ การทำตลาดจึงยากที่จะเจาะเข้าไปได้
นายจอห์นสัน กล่าวว่า "ก็อซ" เริ่มจำหน่ายสินค้าที่เป็น "app enabled accessories" ไปหลายชนิด เช่น เครื่องเล่นพินบอลและเกมอีกหลายชนิด ในเร็วๆ นี้ จะวางจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจวัด เช่น อุณหภูมิการเต้นของหัวใจ รวมถึงนาฬิกา ซึ่งตอนนี้ถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ในอนาคตจะมีการปรับลดลงมาเมื่อได้รับความนิยม และผลิตกันมากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะพัฒนามาพร้อมใช้งานกับแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟน
สำหรับอนาคตยังเชื่อมั่นว่าหากแอปเปิลเปิดตัวไอโฟนที่มีขนาดหน้าจอขนาด 5-5.5 นิ้ว จะทำให้ตลาดแอ็กเซส-ซอรี่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
โดย "ก็อซ" ยังคงพัฒนาแอ็กเซสซอรี่โดยใช้หลักการเดิม เป็นสินค้าที่ราคา ไม่สูงแต่จ่ายแล้วคุ้มค่า เน้นที่การเลือกใช้วัสดุและการออกแบบการใช้งาน เช่น ใช้ซิลิโคน โพลีเอสเตอร์ อะลูมิเนียม หนัง โพลีเมอร์ ผ้า และอื่นๆ มีการพัฒนาสินค้า ที่การออกแบบ เช่น เคสไอโฟน 5 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่สำรองติดมาด้วย มีการผลิตแบตเตอรี่สำรองเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ รวมถึงผลิตสินค้าที่เก๋ ใช้งานแล้วดูเป็นคนทันสมัย มีสีสันและลูกเล่นแตกต่างจากยี่ห้ออื่น
ส่วนการเปิดสินค้ารุ่นใหม่นั้นคาดว่าจะเริ่มภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ "ก็อซ" มีการวางแนวคิดในการผลิตแอกเซสซอรี่เอาไว้ล่วงหน้า เป็นการคาดการณ์และวางล่วงหน้า หากแอปเปิลเปิดตัวไอโฟนเมื่อใด บริษัทก็จะเริ่มผลิตสินค้าได้ทันที ทำให้รองรับความต้องการได้รวดเร็ว
นายจอห์นสันกล่าวว่า ถึงแม้บริษัท จะเป็นพันธมิตรกับแอปเปิลอย่างเหนียวแน่นแต่ก็ไม่ได้ทิ้งตลาดแอ็กเซสซอรี่บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ไป มีเคสสำหรับซัมซุงหลายรุ่น รวมถึงแท็บเล็ตในขนาดต่างๆ กัน และในอนาคตยังประเมินว่าไอโฟนจะกลับมาเติบโตขึ้นอีกหลังจากเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน 5 เอส หรือ ไอโฟนรุ่นราคาประหยัด
นอกจากนี้ จะยังขยายไปผลิตสินค้าที่เป็นของใช้จุกจิก เช่น ที่เก็บซิมการ์ดและเข็มเจาะเป็นสินค้าในกลุ่มที่เรียกว่า "OTG" เป็นของใช้ในยามที่ต้องเดินทางไปในต่างประเทศ สิ่งนี้จะช่วยเก็บซิมการ์ดที่มีใช้งานในประเทศเมื่อไปอีกประเทศอาจต้องเปลี่ยนซิมการ์ดใหม่
ทั้งนี้ สินค้าที่เป็นแอ็กเซสซอรี่จำเป็นต้องออกแบบมาใช้งานในสถานการณ์หลายอย่าง ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่าบริษัทใส่ใจและค้นหาความต้องการพร้อมนำเอามาแปลงเป็นสินค้าเพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆ กัน ไม่หยุดนิ่ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดแอ็กเซสซอรี่ยังต้องการสินค้าที่ออกแบบมาพร้อมกับความทันสมัยทั้งในแง่ของการใช้งาน และรูปร่าง สีสัน ในอนาคตสินค้ากลุ่มนี้จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
KOAN เปิดตัว SHOKZ OpenFit Pro นิยามใหม่...
...
"JMART" ประกาศแผนปี 69 ปั้น Brand Identi...
...
Xioami เปิดอาณาจักรที่อู่ฮั่น ต้นแบบโรงง...
...
เอเซอร์ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ “Th...
...
เลอโนโวประกาศความพร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ