"ก็อซ" เปิดตลาดแกดเจ็ตไทยรั้งเบอร์ 2 ตลาดเอเชีย

วันพุธที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2556



Gosh ! พัฒนาธุรกิจจากการเริ่มต้นที่ผลิตและจำหน่าย แอกเซสเซอรี่ไปสู่การขยายไปทำตลาดแกดเจ็ต เป็นการผลิตสินค้าที่ใช้งานซับซ้อนมากกว่าเป็นสินค้าที่ใช้งานพื้นฐาน ไทยติดอันดับท็อปทรี จาก 13 ประเทศที่ก็อซทำตลาด เตรียมขยายตลาดไปในยุโรปและอเมริกาในเดือนหน้า
นายจอห์นสัน โก๊ะ ประธาน บริษัท แอ็บเซสเซอรี่ จำกัด เจ้าของแอ็กเซสซอรี่แบรนด์ "ก็อซ" เปิดเผยถึงการพัฒนาธุรกิจแอ็กเซสซอรี่ว่าเริ่มจากการผลิตเคสหรือซองกันสมาร์ทโฟนตกและกระแทก และอุปกรณ์เสริมอื่น เช่น ซองกันแท็บเล็ต ตกหรือกระแทก พร้อมคีย์บอร์ด จะพบว่าสินค้าเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ยังมีการผลิตและขายกันอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมามีการใช้งานแบบง่ายและไม่ซับซ้อน
ตลาดแอ็กเซสซอรี่มีผู้ผลิตจำนานมากและก้าวไปสู่จุดสูงสุดในแง่ของตลาดและมีผู้ผลิตจำนวนมากเมื่อช่วงที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 4 ช่วงนั้นคนนิยมหาซื้อเคสและฟิล์มกันรอยกันมาก ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูง มีสินค้าที่คุณภาพแตกต่างกันออกมา เช่น สินค้าที่ผลิตจากโรงงานในจีน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ราคาถูก รวมถึงมีบริษัทนำเข้ามาจำหน่ายกันมาก
ทิศทางของตลาดยังคงผลิตและจำหน่ายเคสเป็นหลักเช่นเดิม เมื่อการแข่งขันสูงและมีผู้ผลิตและจำหน่ายมากเช่นนี้ย่อมทำให้ตลาดต้องมีการปรับตัว "ก็อซ" ก็ปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าในกลุ่มเดิมข้างต้นและเริ่มหันมาพัฒนาสินค้าแบบใหม่ การใช้งานใหม่ ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นายจอห์นสัน กล่าวว่า มีการพัฒนาแอ็กเซสซอรี่ไปแนวคิดที่เรียกว่า "app enabled accessories" เป็นการพัฒนาอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานบนสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น ลักษณะคล้ายกับ "แกดเจ็ต" หรือของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างสินค้ากลุ่มนี้ เช่น ตุ๊กตาเฟอร์บี้ หรืออุปกรณ์วัดชีพจร วัดความดันโลหิต รวมถึงนาฬิกาที่ใช้งานได้มากกว่าใช้ดูเวลา
ในการทำตลาดของ "ก็อซ" ในช่วง ที่ผ่านมาก็อซเน้นทำตลาดด้วยการผลิตสินค้าคุณภาพดี ด้วยราคาที่เหมาะสมทำให้สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายใน 13 ประเทศในเอเชียและใกล้เคียง เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลี ย่านเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ และในไตรมาส 4 จะเปิดขายในยุโรป และอเมริกา
หากจัดอันดับประเทศที่วางขายพบว่าก็อซขายดีในประเทศสิงคโปร์มากที่สุด รองลงมาเป็นไทย และฟิลิปปินส์ ถัดมาเป็นตลาดในญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้ยังต้องการสินค้ากลุ่มนี้อีกจำนวนมาก ส่วนตลาดในจีนนั้น "ก็อซ" ไม่กล้าเข้าไป ทำตลาดเนื่องจากจีนมีโรงงานผลิตสินค้าในทุกระดับ มีสินค้าวางขายตั้งแต่ราคาสูงไปจนถึงต่ำ การทำตลาดจึงยากที่จะเจาะเข้าไปได้
นายจอห์นสัน กล่าวว่า "ก็อซ" เริ่มจำหน่ายสินค้าที่เป็น "app enabled accessories" ไปหลายชนิด เช่น เครื่องเล่นพินบอลและเกมอีกหลายชนิด ในเร็วๆ นี้ จะวางจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจวัด เช่น อุณหภูมิการเต้นของหัวใจ รวมถึงนาฬิกา ซึ่งตอนนี้ถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ในอนาคตจะมีการปรับลดลงมาเมื่อได้รับความนิยม และผลิตกันมากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะพัฒนามาพร้อมใช้งานกับแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟน
สำหรับอนาคตยังเชื่อมั่นว่าหากแอปเปิลเปิดตัวไอโฟนที่มีขนาดหน้าจอขนาด 5-5.5 นิ้ว จะทำให้ตลาดแอ็กเซส-ซอรี่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
โดย "ก็อซ" ยังคงพัฒนาแอ็กเซสซอรี่โดยใช้หลักการเดิม เป็นสินค้าที่ราคา ไม่สูงแต่จ่ายแล้วคุ้มค่า เน้นที่การเลือกใช้วัสดุและการออกแบบการใช้งาน เช่น ใช้ซิลิโคน โพลีเอสเตอร์ อะลูมิเนียม หนัง โพลีเมอร์ ผ้า และอื่นๆ มีการพัฒนาสินค้า ที่การออกแบบ เช่น เคสไอโฟน 5 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่สำรองติดมาด้วย มีการผลิตแบตเตอรี่สำรองเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ รวมถึงผลิตสินค้าที่เก๋ ใช้งานแล้วดูเป็นคนทันสมัย มีสีสันและลูกเล่นแตกต่างจากยี่ห้ออื่น
ส่วนการเปิดสินค้ารุ่นใหม่นั้นคาดว่าจะเริ่มภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ "ก็อซ" มีการวางแนวคิดในการผลิตแอกเซสซอรี่เอาไว้ล่วงหน้า เป็นการคาดการณ์และวางล่วงหน้า หากแอปเปิลเปิดตัวไอโฟนเมื่อใด บริษัทก็จะเริ่มผลิตสินค้าได้ทันที ทำให้รองรับความต้องการได้รวดเร็ว
นายจอห์นสันกล่าวว่า ถึงแม้บริษัท จะเป็นพันธมิตรกับแอปเปิลอย่างเหนียวแน่นแต่ก็ไม่ได้ทิ้งตลาดแอ็กเซสซอรี่บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ไป มีเคสสำหรับซัมซุงหลายรุ่น รวมถึงแท็บเล็ตในขนาดต่างๆ กัน และในอนาคตยังประเมินว่าไอโฟนจะกลับมาเติบโตขึ้นอีกหลังจากเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน 5 เอส หรือ ไอโฟนรุ่นราคาประหยัด
นอกจากนี้ จะยังขยายไปผลิตสินค้าที่เป็นของใช้จุกจิก เช่น ที่เก็บซิมการ์ดและเข็มเจาะเป็นสินค้าในกลุ่มที่เรียกว่า "OTG" เป็นของใช้ในยามที่ต้องเดินทางไปในต่างประเทศ สิ่งนี้จะช่วยเก็บซิมการ์ดที่มีใช้งานในประเทศเมื่อไปอีกประเทศอาจต้องเปลี่ยนซิมการ์ดใหม่
ทั้งนี้ สินค้าที่เป็นแอ็กเซสซอรี่จำเป็นต้องออกแบบมาใช้งานในสถานการณ์หลายอย่าง ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่าบริษัทใส่ใจและค้นหาความต้องการพร้อมนำเอามาแปลงเป็นสินค้าเพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆ กัน ไม่หยุดนิ่ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดแอ็กเซสซอรี่ยังต้องการสินค้าที่ออกแบบมาพร้อมกับความทันสมัยทั้งในแง่ของการใช้งาน และรูปร่าง สีสัน ในอนาคตสินค้ากลุ่มนี้จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ