รวมพลังต้านโฆษณาเกินจริง

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รวมพลังต้านโฆษณาเกินจริง


น.พ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า สช.ได้ขับเคลื่อนแนวทางการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยว ข้อง ตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554 เนื่องจากเห็นว่าแนวโน้มการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และหลอกลวงผู้บริโภค ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่องทางโฆษณาผ่านสื่อใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จึงสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์ บังคับใช้กฎหมาย และพัฒนาศักยภาพของผู้บริโภคให้รู้เท่าทันการโฆษณา รวมทั้งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อย. กสทช. สคบ. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อผลักดันมติดังกล่าวให้มีผลเป็นรูปธรรม โดย อย. ได้ตั้ง "คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต" ขึ้นมาดำเนินการ พร้อมคณะทำงานอีก 3 ชุด ได้แก่ คณะทำงาน พัฒนาแนวทางบูรณาการบังคับใช้กฎหมายการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ คณะทำงานพัฒนาศักยภาพวิชาชีพด้านสื่อเกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และคณะทำงานพัฒนาเครือข่ายและกลไกการเฝ้าระวังการโฆษณา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า คณะกรรมการ กสทช.เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาโฆษณายา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย โดยพร้อมจะให้ความร่วมมือทันทีที่ได้รับการประสานจากอย. ซึ่งพิจารณาว่าโฆษณาใดมีเนื้อหาผิดกฎหมายหรือไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง กสทช.สามารถใช้อำนาจทางปกครอง สั่งลงโทษผู้ประกอบการทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม หรือวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตกับกสทช.ไว้ อาทิ มาตรการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) การสั่งปรับ การระงับใบอนุญาต หรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ในปีถัดไป เป็นต้น
ปัจจุบันกสทช.มีการมอนิเตอร์การโฆษณาและออกอากาศในทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันปัญหาการหลอก ลวงผู้บริโภคย่างเต็มที่ และเชื่อว่าเราสามารถดูแลได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะระบบทีวีดาวเทียม แต่ในส่วนของเคเบิลทีวีท้องถิ่น และวิทยุชุมชน ที่มีอยู่ถึง 9,000 สถานีทั่วประเทศนั้น การตรวจสอบติดตามให้ทั่วถึงเป็นเรื่องยาก จึงต้องผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยสอดส่องดูแลการโฆษณาที่ผิดปกติด้วย
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งสื่อทีวีและวิทยุซึ่งยื่นขอรับใบอนุญาตจากกสทช.กว่า 8,000 ราย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของอย.อย่างเคร่งครัด พบว่าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังพบการกระทำผิด ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 1 รายที่ทางอย.เห็นว่าโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและอาหารอย่างผิดกฎหมาย ถือเป็นความร่วมมือในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง
ด้าน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม รองผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการที่กระทำความผิด มีช่องทางหลอกลวงผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่การปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้มงวดเช่นเดียวกัน โดยสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ายังสามารถควบคุมได้ ภายใต้การบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน และพี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมืออย่างดี
ทั้งนี้ บก.ปคบ. กำหนดมาตรการสำคัญในการตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโฆษณา 2 ด้าน ได้แก่ มาตรการป้องกัน มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งแผ่นพับ เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนและผู้บริโภคตระหนักถึงพิษภัยของอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่เป็นอันตราย เป็นการปิดช่องทางของผู้จงใจกระทำความ ผิดให้น้อยลง และยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสื่อที่มีคุณภาพให้เป็นหูเป็นตา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และมาตรการปราบปราม ถือเป็น มาตรการในเชิงรุก


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ