พาที ! แปลง "เสียง" เป็น "อักษร"

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาที ! แปลง


ทุกวันนี้ "แอพพลิเคชั่น" เริ่มมีความสำคัญและกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนไปแล้ว หากมีแอพพลิเคชั่นน้อยไปจะทำให้ผู้บริโภคใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างมีข้อจำกัด สรุปว่าแอพพลิเคชั่นเป็นตัวช่วยที่โดดเด่น เพราะทำให้สมาร์ทโฟนแสดงศักยภาพได้เด่นชัด เต็มประสิทธิภาพ แอพพลิเคชั่นจึงถือเป็นหัวใจของอุปกรณ์ชิ้นนี้
คนไทยมีความสามารถในการสร้างแอพพลิเคชั่นไม่แพ้ชาติใด ล่าสุด เนคเทคและคณะวิศว-กรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันสร้าง แอพพลิเคชั่นออกมาเรียกชื่อว่า "พาที" หรือ "Party" เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีพื้นฐานคล้าย กับ "Siri" เป็นการสร้างคลังเก็บข้อมูล "คำ" ในภาษาพูดและเขียน และนำเอาทรัพยากร เหล่านั้นมาใช้งานในหลากหลายรูปแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการ
Siri เป็นการใช้งานเพียงรูปแบบเดียว ที่พัฒนาขึ้นมาจากคลังเก็บข้อมูลภาษา มาดัดแปลงโดยให้คนใช้เสียง "สั่ง" ให้โทรศัพท์มือถือทำงานที่ต้องการได้
ส่วน "พาที" เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้การพูด แทนการพิมพ์ กล่าวคือ ผู้ใช้งานเพียงแค่พูดไปบนโทรศัพท์มือถือ จากนั้นระบบก็จะพิมพ์สิ่งที่พูดออกมาเองโดยที่ผู้ใช้ งานไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอง ในภาษาทางเทคนิคเรียกระบบนี้ว่า "Speech to Text" เป็นการดึงเอาคำในคลังข้อมูลมาใช้งานโดยใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการประมวลผล ทำให้คนใช้งานใช้เสียงสั่งหรือพูดแทนการเขียนหรือพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์มือถือ
เนคเทคและจุฬาฯ เปิดให้บริการชนิด นี้แล้ว บนระบบปฏิบัติการไอโอเอส ของแอป เปิลก่อน และถือว่าเป็นการเปิดใช้งานในขั้นทดลองใช้บริการระยะเวลา 10 เดือน
มาดูวิธีการใช้งาน เริ่มจากการดาวน์ โหลดแอพพลิเคชั่นบนไอทูนส์ของแอปเปิล มาก่อน โดยค้นหาคำว่า "Party Thai" เมื่อพบก็ดาวน์โหลดมาไว้บนเครื่องหลังจากนั้นจึงเปิดใช้งาน ก็จะพบหน้าแรกมีโลโก้ของ"พาที" และต้องเข้าใช้งานผ่านระบบบัญชีของเฟซบุ๊ก เท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้งานผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น
ระบบนี้จะเปิดให้ใช้งานด้วยการพูดด้วยเสียงและระบบจะจดจำเสียงนั้นพร้อมแปลงเป็นตัวหนังสือหรือตัวพิมพ์ โดยเมื่อผู้ใช้งานเปิดระบบด้วยการใช้เฟซบุ๊กเรียบร้อยแล้ว ก็จะปรากฏเป็นหน้าที่สอง เป็นหน้าที่มีรูปไมค์สำหรับใช้อัดเสียงตรงกลาง ด้านมุมบนขวาเป็นบัญชีผู้ใช้งานแสดงอยู่ เป็นหน้าที่แสดงว่าผู้ใช้งานเข้าใช้บริการผ่านเฟซบุ๊ก
การใช้งานก็ง่ายมากเพียงแค่กดไปที่สัญลักษณ์ "ไมค์" แล้วพูดลงไป ระบบก็จะทำการบันทึกเสียงและส่งสัญญาณเสียงนั้นไปยังเครื่องแม่ข่ายหรือคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นระบบก็จะประมวลผลโดยการเปรียบ เทียบเสียงที่ผู้ใช้งานสั่งไปกับเสียงที่เก็บเอาไว้ในคลังเสียง เป็นขั้นตอนของการถอด ข้อความเสียง เมื่อพบระบบถอดข้อความเสร็จก็จะส่งหรือพิมพ์ข้อความที่สั่งให้กลายเป็นตัวอักษรหรือตัวพิมพ์กลับไปยังเลขหมายต้นทางของผู้ใช้งาน ปรากฏบนหน้าจอถัดไป
รูปร่างหน้าตาหน้าจอนี้คล้ายกับหน้าจอของสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ต้องการใช้ส่งข้อความโดยด้านบนของหน้าจอจะมีข้อความเอสเอ็มเอสที่ระบบส่งกลับมา ส่วนด้านล่างของจอจะมีแป้นตัวเลขเพื่อใช้กดถึงเลขหมายที่ต้องการส่งเอสเอ็มเอสไปให้ เมื่อผู้ใช้งานกดเลขหมายปลายทางเสร็จ ทั้งหมดนี้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะถูกส่งในรูปของข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส ไปยังหมายเลขหรือปลายทางที่ผู้ใช้งานต้องการส่งข้อความไปให้ เมื่อกดส่งข้อความนั้นก็จะถูกส่งไปเหมือนการส่งเอสเอ็มเอสที่ใช้งานกันทั่วไป ต้องแจ้งก่อนว่าแอพพลิเคชั่นนี้เป็น การเปิดให้ทดลองใช้งานเพื่อพัฒนาและทำให้สมบูรณ์มากขึ้น ความถูกต้องและแม่นยำของการแปลงเสียงเป็นตัวอักษร มีไม่สูงมาก เกิดจากการที่มีคลัง "คำ" น้อยเกินไป
ดังนั้น การใช้งานจึงยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อทำครบกระบวนการ ผู้ใช้งานอาจปรับแก้ข้อความที่ระบบแปลงเสียงพูดและส่งมาให้ก่อนที่จะส่งต่อไปยังปลายทาง เรียกว่าอาจต้องปรับแต่งคำหรือแก้ไขให้ถูกต้องก่อนจะส่งออกจากเครื่องต้นทาง
แม้ว่าผลจากการทดสอบพบว่าความสามารถในการถอดคำพูดออกมาเป็นตัวอักษรจะไม่ดีมากนัก ในแง่ของระบบการใช้งานต้องถือว่าดีและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากการใช้งานแอพพลิเคชั่นชนิดเดียวกัน เพียงแต่จะต้องพัฒนาให้มีคลังข้อมูลที่มากและซับซ้อนมากพอที่จะนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
โอกาสที่เนคเทคและจุฬาฯ จะพัฒนาแอพฯ นี้ให้ได้รับความนิยมก็ยังมีอยู่อีกมากเพราะการที่แอพพลิเคชั่นชนิดนี้จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายได้นั้นจะ ต้องทำให้ความแม่นยำถูกต้องมีสูงมากกว่าที่เป็นอยู่ ระยะเวลาที่ทดลองใช้งานนั้นเป็นการเก็บข้อมูลเสียงและคำสั่งต่างๆ เพื่อให้มีมากพอ นับว่าเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะพัฒนาบริการและสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้น มาใช้งานเอง
สิ่งนี้เป็นบริการเบื้องต้นที่ใช้งานบนระบบและเทคโนโลยีที่ปรับแต่งขึ้นจากคนไทยในระยะยาว อนาคตผู้พัฒนากลุ่มนี้อาจ จะนำเอาคลังข้อมูลมาใช้งานในรูปแบบอื่นๆ หรือนำมาสร้างบริการชนิดอื่นขึ้นมาใช้งานได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ "คลังคำ" กลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาบริการต่อไป
ตัวอย่างบริการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้แก่ บริการคอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อใช้ในการติดตามคุณภาพของการให้บริการและวัดผลความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการแบบอัตโนมัติ การจัดทำรายงานการประชุม หรือการจัดทำเอกสารการประชุมทั้งหน่วยราชการและภาคเอกชน เนื่องจากทุกวันนี้ งานดังกล่าวต้องใช้บุคลากรเป็นจำนวนมาก หากพัฒนาระบบนี้เสร็จสมบูรณ์จะทำให้การจัดทำรายงานการประชุมทำได้ง่ายและไม่ต้องใช้บุคลากร จำนวนมากอีกต่อไป
ตัวอย่างที่มีให้เห็นแล้วแต่อยู่ในจุดเริ่มต้นเป็น "บริการสั่งการทำงานด้วยเสียง" บนรถยนต์ มีผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายนำเอาระบบเช่นนี้มาใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งการทำงานเช่นนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างการต่อยอดและนำมาพัฒนาการใช้งานเบื้องต้น ในอนาคตใครจะไปคาดเดาได้ว่าจะมีการนำมาพัฒนาให้กลายเป็นบริการที่ทำให้คนได้รับความสะดวกสบายอะไรกันอีกหลายอย่าง ส่วน "พาที" จะประสบความ สำเร็จหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ "คนไทย" ทั้งหมดว่าต้องการให้คนไทยมีบริการใช้งานและต้องการเห็นคนไทยประสบความสำเร็จในฐานะผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนเวทีระดับโลกหรือไม่


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ