นักวิชาการสับ กทค. กรณีฟ้องร้องสื่อ

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

นักวิชาการสับ กทค. กรณีฟ้องร้องสื่อ


เอ็นจีโอ สับ กทค.ยับ กรณี ฟ้องหมิ่นประมาท นักวิชาการ แนะกทค.ถอนฟ้อง พร้อมตั้งเวทีจัดประชาพิจารณ์กรณีการใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ แทน
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน และศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง "เสรีภาพการตรวจสอบกับราคาที่ต้องจ่าย" กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ วิทยากรประกอบด้วย นางสาวกายาทรีย์ เวนกิตสวารัน ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายสมาคมผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ซีป้า (SEAPA), นายนคร ชมพูชาติ ทนายความ อาจารย์วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch), อาจารย์สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มธ., ผศ.รุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์ มธ. และ นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข ผู้จัดการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์ และนักวิชาชีพด้านสื่อ
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนประเทศไทยได้อ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายนักกฎหมายสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ MDSEA ที่ผิดหวังต่อกรณีการฟ้องหมิ่นประมาทกับนักวิชาการและนักข่าว โดยเนื้อหาของแถลงการณ์สรุปสาระได้ว่า การกระทำของนักวิชาการและสื่อนั้นเป็นการแสดงออกตามสิทธิและเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น และการที่กทค.ฟ้องหมิ่นประมาทถือเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพนั้น
นอกจากนี้ ในตอนท้ายเครือข่ายนักกฎหมายสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเสนอแนะให้กทค.ถอนฟ้องพร้อมทั้งเปิดเวทีให้ประชาชนมีโอกาสและเวทีแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางในการใช้งานคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์เพื่อให้มีเวทีในการแสดงออกเพราะประชาชนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีการใช้งานคลื่นความถี่โดยตรง
อาจารย์สาวตรี สุขศรี คณะนิติ ศาสตร์ มธ. กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นตามกฎหมายของบ้านเรามีความย้อนแย้งอยู่ ในมาตรา 45 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาของบุคคลและสื่อมวลชน แต่ในขณะเดียวกันได้จำกัดสิทธิโดยยกเว้นด้วยกฎหมาย อย่างประมวลกฎหมายอาญา ที่ กทค.ทั้ง 4 คนยกไปฟ้อง คือ มาตรา 326 ที่ระบุว่าผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่มาตรา 329 ได้มีข้อยกเว้น หากกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริต ซึ่งการกระทำโดยสุจริตคืออะไร "บุคคลผู้แสดงความเห็นเชื่อและเข้าใจว่าเป็นความจริง" แล้วพูดออกไป แม้ว่าจะเข้าใจผิดและไม่เป็นความจริงแต่คุณเชื่อว่าจริง กฎหมายจะยกเว้นให้ไม่ผิด นี่คือตัวอย่างความย้อนแย้ง
กรณีฟ้องดร.เดือนเด่น เทียบเคียงงานศึกษาวิจัยของเดิม กรณี 3G ที่ กทค.มีสิทธิฟ้อง และใช้สิทธิตามกฎหมาย มาตรา 326 แม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้กระทำได้ แต่ด้วยสถานะของ กสทช. จึงเกิดคำถามว่า องค์กรอิสระควรจะใช้สิทธิฟ้อง ร้องไหม เนื่องจากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ องค์กรสาธารณะ ทำงานนโยบาย เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ถึงเป็นองค์กรอิสระแต่ไม่ได้หมายถึงจะอิสระจากการตรวจสอบ ซึ่งกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบองค์กรอิสระคือ นักวิชาการ ภาคประชาชน ส่วนการใช้กฎหมายหมิ่นประมาท จะใช้มากหรือน้อย คงขึ้นอยู่กับความอดทนอดกลั้นต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะตราบใดที่ กสทช.ทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ต้องมีระดับความอดทนอดกลั้นมากกว่าปกติ
นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข ผู้จัดการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึง บทบาทหน้าที่ตามกฎหมายของ กสทช. มีหน้าที่สนับสนุนกลไกการกำกับดูแลกันเองของสื่อ การฟ้องร้องครั้งนี้อาจแสดงให้เห็นว่า กสทช.กำลังทำลายกลไกตามกฎหมายที่กำกับดูแลอยู่ เพราะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส ดำเนินการตามกฎหมาย มีแนวปฏิบัติตามจริยธรรม มีสภาผู้ชม ผู้ฟัง เหตุใดไม่ใช้ช่องทางเหล่านั้นในการร้องเรียน จึงขอตั้งคำถามถึงกทค. ผ่านสังคมว่า ในข่าวที่ถูกฟ้องมีการสัมภาษณ์ นักวิชาการท่านอื่นด้วยหรือไม่และการฟ้องร้องครั้งนี้ดิฉันได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง เพราะสร้างความหวาดหวั่นและหวาดกลัวในฐานะนักวิชาการและนักวิชาชีพด้วย เพราะไม่ทราบว่าการพูดครั้งใดจะสร้างความไม่พอใจให้กับกสทช. และอาจถูกฟ้องด้วยเช่นกัน
ด้านอาจารย์วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม ตั้งคำถามต่อ กสทช. หลายประเด็น เช่น ธรรมาภิบาลองค์กร และขาดความโปร่งใสในการถูกตรวจสอบ รวมถึงไม่เคยเปิดเผยเหตุผลการพิจารณานโยบายที่กระทบต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ กสทช. ไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบาย โดยผ่านชุดความรู้หรืองานวิจัย แม้จะการจ้างมหาวิทยาลัย หรือองค์กรวิชาการจำนวนมาก แต่กลับออกมาโต้แย้งนักวิชาการ ว่าคิดไปเองในประเด็นตัวเลข มูลค่าคลื่น สุดท้ายจึงอยากให้มีสมาชิกวุฒิสภาหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสของ การทำงาน


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ