คลาวด์ฯ บูมในอีก 2 ปีข้างหน้า

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คลาวด์ฯ บูมในอีก 2 ปีข้างหน้า


วีเอ็มแวร์ อิงค์ นำเสนอผลสำรวจดัชนีคลาวด์ ประจำปี 2556 โดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง (Forrester Consulting) ทำการศึกษาในเรื่อง "ดัชนีคลาวด์" ด้วยการใช้วิธีการสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ไอทีอาวุโสและผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจทางธุรกิจจำนวน 2,785 คน จาก 10 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งผู้ตอบ แบบสอบถามที่เป็นคนไทย 174 คน การศึกษา ครั้งนี้พบว่าคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรไทยเป็นความสำคัญและมีแผนที่จะลงทุนนำมาใช้งานกันมากยิ่งขึ้น
ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริหาร องค์กรมีการวางแผนที่จะใช้โซลูชั่น คลาวด์และนำมาใช้งานมากถึง 88% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เนื่องจากมั่นใจว่าระบบนี้จะช่วยทำให้ระบบไอทีและธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 78% เชื่อมั่นว่าด้วยวิธีการจัดการซอฟต์แวร์ซึ่งถูกนำไปติดตั้งและใช้ในการจัดการทรัพยากรต่างๆ ของศูนย์ข้อมูลเช่น เซิร์ฟเวอร์ หน่วยจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่ายจะมีผลกระทบต่อองค์กรอย่างชัดเจนมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ในผลสำรวจดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ยังพบอีกว่า ผู้ตอบแบบสอบ ถามจำนวน 74% มั่นใจว่าระบบคลาวด์เป็น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับปรับปรุงการดำเนินงานด้านไอที/ธุรกิจ เนื่องจากการประมวลผลแบบคลาวด์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มความได้เปรียบในด้านการแข่งขันให้กับบริษัทต่างๆ เป็นจำนวนมากในประเทศไทย เช่น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ ลดการซับซ้อนของระบบไอทีในองค์กร และช่วยเพิ่มทรัพยากรด้านไอทีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น
ผู้ตอบแบบสอบถามของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเตรียมองค์กรได้อย่างรวดเร็วตลอดจนการทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีภาวะชะงักงันของระบบจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย เช่นเดียวกันกับผู้ตอบแบบสอบถามของฟิลิปปินส์และเวียดนาม ที่เห็นว่าความคล่องตัวขององค์กรเป็นความสำคัญสูงสุด
สำหรับในประเทศไทยระบบคลาวด์ คอมพิวติ้งมีบทบาทอย่างมากในช่วงวิกฤติอุทกภัยเมื่อปี 2554 ซึ่งองค์กรต่างๆ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงที่มีการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้สำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจในประเทศไทยยังยอมรับว่าระบบไอทีมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบบริการ ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการช่วยกู้คืนความสูญเสียต่างๆ และทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
จากการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 82% เชื่อว่าระบบคลาวด์ ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงในวงการไอที และเป็นแหล่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรธุรกิจ นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบ สอบถามส่วนใหญ่ จำนวน 83% พิจารณาถึงความสำคัญต่อธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้าที่มีความจำเป็นในการรับมือกับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตลอดจนการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าให้ได้มากที่สุดรวมถึงการปรับปรุงคุณภาพและความสามารถของผลิตภัณฑ์ขององค์กร ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 88% ยืนยันว่าหน่วยธุรกิจมักจะใช้ระบบไอทีเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่มา หรือแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจโดยตรง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า อิทธิพลและอำนาจของ CIO จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มี 6% เชื่อว่ากำลังลดทอนลง
ขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยตระหนัก ถึงความสำคัญของคลาวด์ในฐานะที่เป็นตัวเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทย จำนวน 80% รู้สึกได้ว่าระบบไอทีทำงานได้ช้าเกินไป ต้องเพิ่มความรวดเร็ว ในการบริการมากขึ้น จะทำให้ความคุ้มค่าของธุรกิจ หรือความ สามารถในการลดความเสี่ยงทำได้ดียิ่งขึ้น
ดร.ชวพลกล่าวว่ามีเพียง 24% ของผู้ตอบแบบสอบ ถามที่เชื่อว่าการลงทุนด้านไอทีในปัจจุบันเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการ แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 90% เชื่อว่าระบบคลาวด์จะมีผลกับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้หรือที่คาดว่าจะทำในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีความสำคัญต่อองค์กรธุรกิจในการประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดของวีเอ็มแวร์ที่เชื่อว่าระบบคลาวด์ที่มีศักยภาพ จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และมีส่วนช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการประมวลผลแบบ คลาวด์ได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม คลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นเทคโนโลยีที่จะได้รับความนิยมและสำคัญสำหรับองค์กรในอีกสองถึงสามปี นับจากนี้


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ